“หุ้น SK Hynix” พุ่งแรง 200% ในปีนี้ ดันมูลค่าบริษัทใกล้แตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์
"หุ้น SK Hynix" พุ่งแรง 200% ในปีนี้ จากกระแส AI บูม ดันมูลค่าบริษัทใกล้แตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลัง Samsung เพิ่งกลายเป็นบริษัทเกาหลีใต้รายแรกที่แตะระดับดังกล่าว
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า SK Hynix กำลังเข้าใกล้มูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพียงไม่กี่สัปดาห์หลัง Samsung Electronics กลายเป็นบริษัทเกาหลีใต้รายแรกที่แตะระดับดังกล่าว ท่ามกลางกระแสความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผลักดันให้เกาหลีใต้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรม AI ในเอเชีย
หุ้น SK Hynix พุ่งขึ้นมากกว่า 200% ในปีนี้ หลังจากทะยานถึง 274% ในปี 2568 จากแรงหนุนของความต้องการชิปหน่วยความจำทั้งแบบดั้งเดิม และชิป High-Bandwidth Memory (HBM) ที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI
หาก SK Hynix สามารถทะลุมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ เกาหลีใต้จะกลายเป็นประเทศแรกนอก United States ที่มีบริษัทมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์มากกว่า 1 แห่ง
Fabien Yip นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า “ตลาดกำลังขับเคลื่อนด้วยภาวะ FOMO โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้”
ก่อนหน้านี้ Samsung เพิ่งกลายเป็นบริษัทเกาหลีใต้รายแรกที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ว่า TSMC ของไต้หวันยังคงเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชีย ด้วยมูลค่ากว่า 1.83 ล้านล้านดอลลาร์
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของผู้ผลิตชิปทั้งสามราย ทำให้ตลาดจับตาบทบาทสำคัญของพวกเขาในห่วงโซ่อุปทาน AI โลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังนักลงทุนต่างชาติแห่เข้าซื้อหุ้นกลุ่มชิป KOSPI พุ่งขึ้นมากกว่า 86% ในปีนี้ หลังจากทะยาน 75% ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นผลงานรายปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2542 และนับตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา KOSPI ยังเป็นตลาดหุ้นหลักที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลก
SK Hynix ซึ่งมีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์เมื่อ 16 เดือนก่อน ปัจจุบันกำลังไล่ระดับเข้าใกล้มูลค่าของ Walmart และ Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟตต์
ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี หุ้น SK Hynix ปรับลดลงเล็กน้อย 0.48% ขณะที่ Samsung พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดย ณ ราคาปิดวันพุธ SK Hynix มีมูลค่าตลาดราว 948,000 ล้านดอลลาร์ ใกล้แตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เต็มที
อ้างอิง : reuters.com