โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยคุกคามความมั่นคง สั่นคลอนชายแดนเหนือ

The Reporters

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 08.28 น.

โดย ภาสกร จำลองราช

รายงานของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ที่ออกมาเมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม 2569 ระบุว่ากองกำลังว้า (United Wa State Army - UWSA) สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทางตอนใต้เมืองสาด เขตรัฐฉานใต้ ฝั่งพม่า ซึ่งเป็นบริเวณต้นแม่น้ำกก อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพียง 19 กิโลเมตร

โรงงานไฟฟ้าถ่านหินของกองกำลังว้าแห่งนี้สร้างมลพิษซ้ำเติมสถานการณ์น้ำพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายที่กำลังทำร้ายชาวเชียงใหม่ (อ.แม่อาย) และชาวเชียงรายอยู่ในตอนนี้ ให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ที่สำคัญคือทำให้ความหวังที่จะเยียวยาแม่น้ำที่กำลังปนเปื้อนยิ่งดูเลือนรางมากกว่าเดิม

กองกำลังว้าหรือว้าแดง เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับรัฐไทยในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมาเพราะนอกจากเป็นแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติทั้งยาเสพติดตั้งแต่ฝิ่น ยาบ้า ยาไอซ์ ธุรกิจสแกมเมอร์ เหมืองแร่เถื่อน และอื่น ๆ อีกมากมายแล้ว กลุ่มว้ายังแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างอำนาจในสังคมไทยอย่างเป็นระบบเพราะมีการวางแผนกันมาอย่างดี

พวกเขาใช้เงินที่มีอยู่มากล้นจากธุรกิจผิดกฎหมาย ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐไทยตั้งแต่การทำบัตรประชาชนเพื่อให้ “คนว้า” ได้เป็นพลเมืองไทยโดยเหยียบย่ำกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่อยู่มาก่อนให้รอคอยต่อไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่โจษจันในกลุ่มคนทำงานด้านบุคคลและชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสบปัญหาสถานะบุคคล

ขบวนการว้าได้เข้าสู่อำนาจรัฐไทยโดยส่งคนเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นและไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะนี้พวกเขากำลังกระโจนสู่ส่วนยอดพีระมิดทางอำนาจของไทย

คำถามคือฝ่ายความมั่นคงไทยรับรู้เรื่องนี้หรือไม่ ? ทำไมยังปล่อยให้สถานการณ์ลากยาวจนยากแก้ไข ? คำตอบคือ รู้ แต่เพราะบ้านเมืองนี้ติดกับดัก “ทุจริตคอร์รัปชัน” ทำให้กลไกรัฐโดยเฉพาะกองทัพและตำรวจไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น ผลลัพธ์อันเลวร้ายจึงตกอยู่ที่ประชาชน

ที่เชื่อว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงรับรู้สถานการณ์ว้า แต่ไม่แก้ปัญหา โดยเห็นได้จากกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมืองสาดซึ่งมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่นำมาเปิดเผยนั้นจริง ๆ แล้วโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ในแฟ้มรายงานของกองทัพไทยมาร่วม 2 ปีแล้วรวมถึงเรื่องการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทองบริเวณต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย

ข้อมูลชุดหนึ่งที่สำนักข่าวชายขอบนำมาลงไว้ 2 ตอนเมื่อเดือนกันยายนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรายงานชุดนี้เป็นของหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม ที่สั่งให้กลไกของกองทัพที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลการทำเหมืองที่ต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย โดยในส่วนของแม่น้ำกกในรายงานระบุไว้ชัดว่าขณะนั้นว่า กำลังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งอยู่ใกล้เมืองสาด (ตามภาพประกอบ)

หน่วยงานด้านความมั่นคงปล่อยสถานการณ์ให้ล่วงเลยมา 2 ปีโดยไม่มีการแสดงปฏิกิริยาใด ๆ ทั้ง ๆ ที่รับรู้ดีว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเหล่านี้จะทำลายมลพิษและส่งผลกระทบข้ามแดนเช่นเดียวกับเหมืองแร่ต่าง ๆ ของว้า ที่สำคัญแหล่งพลังงานแห่งนี้ยังเป็นสารตั้งต้นใช้ผลิตอะไรต่าง ๆ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของไทยได้อีกมากมาย

จนกระทั่งปลายปีที่แล้ว ทหารว้าได้เปิดใช้โรงไฟฟ้าแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ผลกระทบด้านมลพิษกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างให้คำตอบไว้ชัดเจน เชื่อว่าอีกไม่นานผลร้ายเหล่านี้จะส่งข้ามมาถึงฝั่งไทย
ทุกวันนี้ประชาชนแถวชายแดน 3 จังหวัดภาคเหนือโคตรอ้างว้าง เพราะสถานการณ์รุกเงียบของทหารว้าที่ส่งผลกระทบมากมาย ซึ่งภายหลังจากยุค พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกแล้ว รัฐบาลไทยไม่เคยมีมาตรการเชิงรุกในการกำราบทหารว้าเลย
จริง ๆ แล้วสถานการณ์บริเวณชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนซึ่งติดกับเขตอิทธิพลของกองกำลังว้าและกองทัพพม่า หน่วยงานของกระทรวงกลาโหมไทยต่าง ๆ มีหมดแล้ว เพียงแต่เราขาดการตัดสินใจในด้านนโยบายที่ดีเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยและพลเมืองไทย

การให้เหตุผลว่า “รัฐพม่าไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะพื้นที่แถบนี้เป็นเขตทหารว้า ที่กองทัพพม่าเข้าไม่ถึง” นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของรัฐบาลทหารพม่าที่บอกกับทหารไทยและทหารไทยนำมาอธิบายต่อสังคมไทยเท่านั้น แท้ที่จริงแล้ว ตลอดแนวชายแดน 3 จังหวัดภาคเหนือมีฐานทหารพม่าตั้งสลับอยู่กับฐานทหารว้าอยู่ทุกระยะ

ใครไปยืนอยู่ที่ชายแดนก็สามารถมองเห็นด้วยตาตนเอง ยอดดอยนี้เป็นฐานทหารว้า ยอดดอยอีกแห่งเป็นฐานทหารพม่า สลับกันไปแบบนี้ตลอดแนวสันเขาที่เป็นเส้นพรมแดน

ขณะที่เหมืองทองขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต้นแม่น้ำสาย บริเวณชายแดนไทยด้านหมู่บ้านม้ง 8 หลัง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำท่วมโคลนถล่มแม่สายปีละหลายรอบ เป็นของทหารพม่าซึ่งเราดูได้ด้วยตาเปล่าที่ชายแดนไทย โดยบริเวณนี้มีฐานทหารไทยตั้งประจำอยู่ชายแดน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่กองทัพและจังหวัดเชียงราย จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นกับการทำเหมืองทองแห่งนี้เพราะมีทั้งกลไกของกองทัพและมหาดไทยอยู่บริเวณนั้น

เพียงแต่ว่ามีปัจจัยอะไรที่ “ปิดปาก” หรือ “ปิดตา” ที่ทำให้กลไกรัฐไร้เสียงและมองไม่เห็นความเลวร้ายที่เป็นสาเหตุใหญ่ของสารพิษและภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชาวแม่สายและคนท้ายน้ำ ?

เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีกลาโหมควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะหากยังปล่อยให้สถานการณ์ผ่านล่วงเลยไปอีกเรื่อย ๆ เราจะสูญเสียอธิปไตยโดยไม่รู้ตัว

นับวันกองกำลังว้ายิ่งเหิมเกริมเพราะมีชัยในสมรภูมิต่าง ๆ ในดินแดนพม่าทั้งในด้านการเมืองและการทหารโดยมีทั้งรัฐบาลทหารพม่าและรัฐบาลจีนหนุนหลัง ทำให้ใช้วิธีการก้าวร้าวเซาะกร่อนบ่อนทำลายรัฐไทยเพราะเขาทราบจุดอ่อนในเรื่องทุจริตคอร์รัปชันของกลไกต่าง ๆ ในรัฐไทยดี

การตั้งหน้าตั้งตาทำเหมืองแรร์เอิร์ธและเหมืองทองอย่างไร้กติกาใด ๆ ควบคุมบริเวณรัฐฉานใต้ซึ่งติดกับชายแดนไทย แม้มีเสียงร้องระงมของคนท้ายน้ำจากผลกระทบต่าง ๆ มากมายในแผ่นดินไทย แต่ทหารว้าก็ไม่เคยสนใจ แถมยังขยายเหมืองแร่ไม่หยุดยั้ง ที่สำคัญคือเดินเครื่องโรงงานไฟฟ้าถ่านหินอย่างเต็มสูบทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นภาพสะท้อนที่ชัดแจ๋วว่าทั้งทหารว้าและทหารพม่าไม่ได้เกรงใจใด ๆ รัฐบาลไทยเลย

ขณะที่พลเมืองไทยกำลังแบกทุกข์จนหลังแอ่นตั้งแต่ภัยยาเสพติดจนถึงผลกระทบข้ามแดนจากการทำเหมืองแร่ แถมวันดีคืนดีทหารว้ายังรุกคืบเข้ามาตั้งฐานในแผ่นดินไทยอีก แต่การทำงานของกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคงของไทยกลับ “หน่อมแน้ม” วิ่งไล่ตามสถานการณ์ไม่ทัน

สถานการณ์ใหญ่และสลับซับซ้อนเช่นนี้ ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าใจ และเข้าถึงได้แค่ไหน แต่ดูท่าแล้วประชาชนที่ได้รับผลกระทบยังต้องแบกรับความทุกข์ยากนี้ไปอีกนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...