ดีเดย์ 1 เม.ย. ยกเลิกเตือนก่อนปรับ เดินหน้าจับจริง 10 ความผิดจราจรทั่วประเทศ
วันที่ 28 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยแนวทางการยกระดับความปลอดภัยทางถนน ตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้มอบนโยบายไว้ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชน
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ศจร.ตร. ได้วางแผนการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ โดยขณะนี้อยู่ในช่วงท้ายของระยะที่ 1 ซึ่งใช้มาตรการ “เตือนก่อนปรับ” เน้นการประชาสัมพันธ์และตักเตือนเพื่อให้ประชาชนตระหนักรู้กฎหมายจราจร ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการออกใบว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบจัดการใบสั่งจราจร (PTM) แล้วรวม 196,028 ครั้ง และมาตรการผ่อนผันในลักษณะรณรงค์นี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569
ภายหลังสิ้นสุดช่วงตักเตือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเข้าสู่การดำเนินงานระยะที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง โดยเฉพาะใน 10 ข้อหาหลักที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อยับยั้งและป้องปรามการกระทำผิดอย่างจริงจัง
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตรวจสอบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ และร่วมกันสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สำหรับ 10 ข้อหาหลักจราจรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันเพื่อลดอุบัติเหตุ ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด, ย้อนศร, ฝ่าไฟแดง, แซงในที่คับขัน, ไม่มีใบขับขี่, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ไม่สวมหมวกนิรภัย, เมาแล้วขับ, รถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย และใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ