วอลล์สตรีทนิวไฮต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวังระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง
#ทันหุ้น – บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมายังคงเปี่ยมไปด้วยพลังบวก ส่งผลให้ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่สอง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 115.00 จุด หรือ +0.24% มาปิดที่ 48,578.72 จุด ขณะที่ Nasdaq ขยับขึ้นอีก 0.36% แรงหนุนสำคัญมาจากมุมมองของนักลงทุนที่เริ่มเชื่อว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ผ่านพ้นจุดที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว หลังจากมีการยืนยันว่าอิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันทีในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้สร้างความเชื่อมั่นผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีโอกาสสูงที่จะกลับมาเจรจาสันติภาพร่วมกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่น่าตื่นเต้นว่าทางอิหร่านเสนอที่จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครองเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ตลาดรอคอย
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปแม้จะได้รับอานิสงส์จากความคืบหน้าทางการทูตอยู่บ้าง แต่กลับปิดตลาดในแดนลบเล็กน้อยแบบทรงตัว โดยดัชนี STOXX 600 ลดลงเพียง 0.05% ปิดที่ 616.95 จุด ขณะที่ดัชนีหลักอย่าง DAX ของเยอรมนี และ FTSE 100 ของลอนดอน ยังสามารถปิดในแดนบวกได้ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศฝั่งยุโรปถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจภายใน โดยเฉพาะรัฐบาลเยอรมนีที่ตัดสินใจปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2569 ลงถึงครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ เนื่องจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้นักลงทุนในยุโรปยังคงมีท่าทีพิจารณาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนควบคู่ไปกับความเสี่ยงด้านมหภาคอย่างระมัดระวัง
สำหรับสถานการณ์ในฝั่งเอเชียช่วงเช้าวันนี้ ตลาดกลับเปิดตัวในแดนลบสวนทางกับฝั่งสหรัฐฯ สะท้อนถึงความเปราะบางของความเชื่อมั่น โดยดัชนี นิกเกอิเปิดร่วงลง 0.44% และฮั่งเส็งลดลง 0.69% นักลงทุนในภูมิภาคยังคงมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องข้อตกลงหยุดยิงเดิมที่กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 21 เมษายนนี้ ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาเพื่อรอดูความชัดเจนจากการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาว่าสันติภาพจะยั่งยืนหรือเป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น
ในส่วนของตลาดหุ้นไทยเช้านี้ได้รับอานิสงส์จากข่าวดีในประเทศ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศลง โดยราคาน้ำมันดีเซลลดลงถึงลิตรละ 1.50 บาท และกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอลลดลง 0.50 บาท เพื่อสะท้อนราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เริ่มอ่อนตัวลง ปัจจัยนี้ถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อต้นทุนภาคการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจช่วยพยุงดัชนี SET ให้สามารถรักษารูปทรงขาขึ้นไว้ได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่าจุดสำคัญคือการสร้างฐานเหนือระดับ 1,481 จุด เพื่อความแข็งแกร่งในระยะถัดไป โดยประเมินกรอบแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,473 จุด และมีเป้าหมายแนวต้านอยู่ที่ 1,506 จุด
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทางขาขึ้น