ยอดใช้น้ำมันลดฮวบ รัฐเผยสต๊อกเพิ่ม ย้ำยังไม่ขาดช่วงสงกรานต์ วอนประชาชนประหยัดต่อเนื่อง
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรีว่า ได้รายงานสถานการณ์การใช้น้ำมันในประเทศ ซึ่งพบว่าปริมาณการใช้น้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยวันละ 82 ล้านลิตร เหลือเพียง 45 ล้านลิตรในวันที่ 5 เม.ย. และ 56 ล้านลิตรในวันที่ 6 เม.ย. โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงมาก
การใช้น้ำมันที่ลดลงส่งผลให้สต๊อกน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานได้ยาวนานขึ้น พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณประชาชนที่ร่วมกันประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์ไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม ยังขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน แม้สหรัฐจะชะลอการดำเนินการทางทหารออกไป 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ในระยะต่อไปได้
ปัจจุบันสต๊อกน้ำมันรวมกว่า 100 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งประมาณ 50 วัน ขณะที่สต๊อกภายในประเทศประกอบด้วยสต๊อกตามกฎหมาย 25 วัน และสต๊อกเพื่อจำหน่ายราว 18–20 วัน
การลดการใช้น้ำมันยังช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยค่าใช้จ่ายต่อวันลดลงจากกว่า 1,500 ล้านบาท เหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ และส่งผลดีต่อฐานะการคลังของประเทศ
นอกจากนี้ ยังช่วยให้โรงกลั่นน้ำมันสามารถลดกำลังการผลิตลง หลังจากก่อนหน้านี้ต้องเร่งผลิตเกิน 100% ซึ่งหากดำเนินต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต
สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน โดยสถานีบริการน้ำมันยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ ขณะที่มาตรการเพิ่มเติม เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคขนส่งและเศรษฐกิจโดยรวม
ทั้งนี้ ภาครัฐย้ำว่าทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งการใช้พลังงานและการดำเนินชีวิต เนื่องจากหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างต่อไปในอนาคต