โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สแกมโบเดีย” ของ Wall Street Journal การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ด้านอาชญกรรมไซเบอร์

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : VNExpress International

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ฉบับวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เสนอรายงานเรื่อง “อาชญากรรมไซเบอร์สร้างสแกมโบเดียขึ้นมาได้อย่างไร” โดยกล่าวถึงตึกที่ทองสูงที่สุดในกรุงพนมเปญว่า อาจเป็นอนุสาวรีย์ของการปล้นสะดมด้วย เพราะสร้างโดยกลุ่มมิจฉาชีพไซเบอร์ข้ามชาติ ที่ขโมยมาจากคนอเมริกันและชาติอื่นๆ หลายพันล้านดอลลาร์

ตึกสีทองดังกล่าวสร้างโดยบริษัท ที่ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯคว่ำบาตร เพราะเกี่ยวโยงกับหนึ่งในกลุ่มอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์หลายร้อยแห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วกัมพูชา สถานที่ตั้งการหลอกลวงออนไลน์บางแห่ง มีขนาดเท่ากับเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง มีคนงานถูกบังคับให้ทำงานการหลอกหลวง ทั้งการสร้างเรื่อง “โรแมนซ์สแกม” การลงทุน และการแสดงตัวเป็นตำรวจ เพราะกลุ่มมิจฉาชีพคนจีนพวกนี้ ขยายตัวกว้างขวางมาก ทำให้นักการเมืองต่างประเทศเรียกกัมพูชาว่า “สแกมโบเดีย” (Scambodia)

หัวโจกอาชญากรรมไซเบอร์มี 6-7 คน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯระบุว่า เจ้าของตึกระฟ้าสีทองคือซู อ้ายหมิน (Xu Aimin) เจ้าพ่อแหล่งคาสิโนชาวจีน ที่อาศัยการคุ้มครองทางการเมือง มาปกป้องตัวเองจากถูกเล่นงานกฎหมาย เขาเป็น 1 ใน 6-7 คน ที่เป็นหัวโจกอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา เป็นหนึ่งในรายชื่อบุคคลที่สหรัฐฯต้องการตัว รายชื่อยังรวมถึงสมาชิกวุฒิสภาเขมร 2 คน และที่ปรึกษาชาวจีน ของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต

รัฐบาลสหรัฐฯอ้างรายงานที่เผยแพร่ปีที่แล้ว ของผู้เชี่ยวชาญเรื่อง อาชญากรรมไซเบอร์ในเขมร โดยระบุว่า รายได้แต่ละปีของกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ในเขมร มีมากถึง 19 พันล้านดอลลาร์ (613,700 ล้านบาท) เทียบเท่า GDP ของลาวทั้งประเทศ หรือ 40% ของ GDP เขมร มีมูลค่ามากกว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ตัวเลขปี 2024 คนอเมริกันสูญเสียเงิน 10 พันล้านดอลลาร์

อาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นภัยร้ายแรงต่อโลก

ในรายงานที่โด่งดังชื่อ Policies and Patterns (2025) ของ Jacob Sims นักวิจัยด้านเอเชียของฮาร์วาร์ด กล่าวว่า อาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ กลายเป็นอุตสาหกรรมผิดกฎหมายที่เติบโตเร็วที่สุด และอันตรายที่สุดของโลกในปัจจุบัน กลุ่มอาชญากรพวกนี้ล่อลวงคนที่กำลังหางานจากกว่า 70 ประเทศ แล้วบังคับคนเหล่านี้ รวมทั้งพวกอาชญากร ก่ออาชญากรรม ด้วยแผนการหลอกลวงที่มีเป้าหมายทั่วโลก

กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์นี้ ยังสั่งสมอำนาจทางการเมืองที่อันตราย ผู้นำในท้องถิ่นมีส่วนเกี่ยวข้อง ตกอยู่ในสภาพถอนตัวไม่ออก และอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์นี้ ดูท่าจะเป็นอุตสาหกรรม “ที่ใหญ่เกินไปที่จะล้มพังลง” เศรษฐกิจของอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีขอบเขตทั่วโลก ได้สร้างความเสี่ยงที่มากกว่าปัญหาการสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ของคนที่ตกเป็นเหยื่อ กระบวนการฟอกเงินไหลกระจายท่วมตลาดโลก จากความเสี่ยงดังกล่าวทำให้อาชญากรรมไซเบอร์ถูกขนานนามว่า “เครือข่ายอาชญากรรม ที่มีอำนาจมากที่สุดในยุคสมัยใหม่”

ทำไมอาชญากรรมนี้ใหญ่โตที่เขมร

รายงาน Policies and Pattern ตั้งคำถามว่า ทำไมอุตสาหกรรมอาชญากรรมไซเบอร์จึงเกิดขึ้นในเขมร และอะไรปล่อยมันขยายตัวใหญ่โตไปมาก จากการสัมภาษณ์นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักการทูต และสื่อมวล ทุกฝ่ายสรุปตรงกันว่า ปัจจัยที่ผลักดันอาชญากรรมในเขมรคือ “คอร์รัปชั่นที่แพร่ระบาดไปทั่ว”

ภูมิทัศน์การเมืองเขมรถูกครอบงำมานานกว่า 40 ปี จากพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party – CPP) ของอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ในบทความชื่อ The Politics of Coercion ของ Neil Loughlin อธิบายว่า กลุ่มปกครองของเขมรรักษาอำนาจ โดยอาศัยการผสมผสานระหว่าง จักรกลเศรษฐกิจแบบผิดกฎหมาย กับกลไกการใช้กำลังของรัฐ ผ่านเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ของคนชั้นนำกลุ่มเดียว

กล่าวอีกนัยหนี่ง พรรคประชาชนกัมพูชาไม่ได้ปกครองประเทศ เพราะมีความชอบธรรมที่มาจากการยินยอมของประชาชน แต่เพราะการปราบปรามอย่างได้ผล ต่อคนที่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม อำนาจการบังคับนี้ช่วยให้มีรายได้ผลกำไร รวมทั้งการรักษาอำนาจ จากกิจกรรมเศรษฐกิจแบบไล่ลาหาผลประโยชน์ ผ่านเครือข่ายคนชั้นนำ ที่มีครอบครัวฮุนเซนเป็นฝ่ายกำกับควบคุมสูงสุด

ตลอดสมัยการมีอำนาจของพรรค CPP สภาพที่ประเทศขาดแรงงานมีฝีมือ การทำมาหากินทางเศรษฐกิจของคนชั้นนำ มาจากการแสวหาผลประโยชน์ การที่เจ้าหน้าที่พรรค CCP ทุจริตจากทรัพยากรรัฐ ทั้งหมดนี้กลายเป็นอุปสรรค ที่ขัดขวางการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ จากกำลังแรงงานของประเทศ ข้อจำกัดเศรษฐกิจดังกล่าว และตัวระบบอุปถัมภ์ กลายเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนคนชั้นนำของพรรค CPP ไปสู่กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

การลงทุน FDI ด้านอาชญากรรม

รายงาน Policies and Patterns กล่าวว่า ลักษณะเด่นของอาชญากรรมไซเบอร์ในเขมรคือพวกอาชญากรแทบทั้งหมดมาจากจีน สื่อมวลชนทำข่าวแบบเจาะลึก มีบทบาทสำคัญในการเปิดโปงคนจีนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้ เช่นตง เล่อเฉิง (Dong Lecheng) เจ้าของ Golden Sun Sky Entertainment ซู อ้ายหมิน (Xu Aimin) เจ้าของธุรกิจคาสิโน อสังหาริมทรัพย์ เฉิน จื้อ (Chen Zhi) เจ้าของ Prince Group และ เฉย จื้อเจียง (She Zhijiang) เจ้าพ่อคาสิโน ที่ถูกจับในไทย

โครงการ “ลงทุนเพื่อเป็นพลเมือง” ของเขมร มีส่วนสำคัญ ทำให้พวกอาชญากรอพยพครั้งใหญ่มาเขมร เมื่อได้รับอนุมัติ การเป็นพลเมืองกัมพูชากลายเป็นที่หลบภัย ในการก่ออาชญากรรม อย่างเช่นเฉย จื้อเจียง ที่มีธุรกิจผิดกฎหมายในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ พยายามขอให้มีการส่งตัวกลับไปลงโทษที่กัมพูชา การถือหนังสือเดินทางกัมพูชา ทำให้เขาเดินทางสะดวกในอาเซียน และหลบหลีกการถูกจับ

พวกนักลงทุนชาวจีนเหล่านี้ ไม่ได้ดำเนินธุรกิจในสูญญกาศ แต่บูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ของพรรค CPP รายงานอ้างคำพูดของแหล่งข่าวคนหนึ่งว่า “จากสภาพที่เป็นอยู่ของกัมพูชา คุณจะเป็นนักลงทุนที่เสี่ยงมาก หากไม่ทำประกันภัย โดยการจ่ายเงินให้แก่เครือข่าย (คนชั้นนำ) เหล่านี้”

อย่างเช่นเฉิน จื้อ เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับซาร์ โสคา (Sar Sokha) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกิจการภายใน ในการพัฒนาแหล่งคาสิโนและการหลอกลวงออนไลน์ และยังเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงกิจการภายในเขมร และของอดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน

รายงาน Policies and Patters สรุปว่า กัมพูชาไม่มี “รัฐบาลเงา” ที่แอบแผงอยู่ คอร์รัปชันในอุตสาหกรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ ไม่ได้มีบทบาทบ่อนทำลายประเทศ แต่ธุรกรรมผิดกฎหมาย มีบทบาทโดยตรงในการสนองเป้าหมายของรัฐ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การดำรงอยู่ของอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่ช่องโหว่ของอธิปไตยในประเทศนี้ แต่เป็นสิ่งจำเป็น เพี่อการอยู่รอดของระบอบ “รัฐ-พรรค” ที่มีลักษณะการล่าเหยื่อหากิน

เอกสารประกอบ

How Cybercrime Made “Scambodia” April 21, 2026, The Wall Street Journal.

Policies and Patterns: State-Abetted Transnational Crime in Cambodia as a Global Security Threat, Jacob Sims, May 2025.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...