ญดา ลุยบทบาทใหม่ก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ ปั้นแบรนด์แรกด้วยตัวเอง เปิดร้าน 'Yoppa Yogurt'
ญดา ลุยบทบาทใหม่ก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ ปั้นแบรนด์แรกด้วยตัวเอง เปิดร้าน ‘Yoppa Yogurt’
ก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัวสำหรับนางเอกสาว ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร ที่เปิดบริษัท เด็กพุงโต จำกัด พร้อมเปิดร้านโยเกิร์ตสายสุขภาพสไตล์เกาหลี “Yoppa Yogurt” (โยปป้า โยเกิร์ต) ที่สยามสแควร์ซอย 3 ลุยตลาดอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมตั้งเป้าขยายสาขา-เปิดแฟรนไชส์ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ญดา ได้เปิดใจกับ มติชนออนไลน์ ถึงการทำธุรกิจครั้งนี้ว่า
มาเป็นนักธุรกิจสาวแล้ว?
“ก็เป็นอีกความท้าทายหนึ่งค่ะ จริงๆ เป็นนักแสดงมันก็ท้าทายแต่ความเป็นนักธุรกิจมันมีอะไรที่เป็นโลกใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยกระโดดเข้ามาในโลกนี้ มันก็เป็นอะไรที่สนุกแล้วก็กดดันด้วยค่ะ”
จุดเริ่มต้นในการเปิดร้านโยเกิร์ต?
“จริงๆ ตอนเด็กๆ เราจะมีจินตนาการว่าเราเป็นนักธุรกิจ เป็นเซลล์ขายของเล่นบทบาทสมมติให้ที่บ้านชม ตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าอันนั้นที่เราทำมันคืออะไร เราก็คิดแค่ว่าเราทำแล้วมันสนุก แต่จริงๆ แล้วเรามันคือการซึมซับมาจากการเห็นคุณพ่อเป็นนักธุรกิจ เราก็ทำตามโดยที่เราไม่รู้ตัวพอโตขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่เราเรียน สาขาที่เราเลือกเรียนคือการสื่อสารการตลาดมันเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในการโปรโมทแบรนด์ดิ้งให้คนรู้จักแบรนด์ดิ้งแล้วก็เรียนเรื่องการสร้างแบรนด์ มันเป็นสิ่งที่เราเรียนมาแล้วเราก็มีความสุขกับการเรียน แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าเราจะได้มีโอกาสได้ทำหรือเปล่า พอระยะเวลาผ่านไปเราเห็นโอกาสของการทำธุรกิจเราก็เลยรู้สึกว่าเราลองดูตั้งแต่ตอนที่เรายังอายุน้อยดีกว่าเพราะว่าถ้าไปลองตอนอายุเยอะเราอาจจะไม่กล้าที่จะทำอะไรที่มันเสี่ยง หรือไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆ แล้ว มันก็เลยเริ่มต้นเป็น โยปป้า โยเกิร์ต ขึ้นมาเป็นแบรนด์แรก แล้วกระโดดเข้ามาเป็น F&B (Food and Beverage) เลย แต่จริงๆก่อนหน้านี้เคยทำแบรนด์ออนไลน์มาก่อนเกี่ยวกับเครื่องประดับกระแสตอบรับก็ดีค่ะมันก็เลยได้เรียนรู้การสร้างแบรนด์มาตั้งแต่ตอนนั้น”
ตลาดอาหารเครื่องดื่มถือว่าใหญ่แต่คู่แข่งก็เยอะ?
“เยอะมากค่ะ เป็นตลาดเรดโอเชี่ยน (Red Ocean) เลย ในฐานะผู้ประกอบการ F&B ก็รู้สึกว่ามันเป็นความกดดันและความเครียดที่หนูแบกรับมาตั้งแต่ตอนก่อนเริ่มทำแบรนด์เพราะเรายังมองไม่เห็นว่ากระแสตอบรับมันจะเป็นยังไงมันคาดการณ์ไม่ได้เลย เราก็เลยคิดว่าเราจะพยายามที่จะทำให้โปรดักซ์ของเราหรือแบรนด์ดิ้งของเรามันออกมาตรงและตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันนี้มากที่สุด ก็เลยกลายเป็นโยเกิร์ตที่เริ่มต้นด้วยราคา 49 บาท”
เริ่มทำแบรนด์นี้มาเกือบ 2 ปี?
“ใช่ค่ะ ตั้งแต่ปี 2024 (แสดงว่าเรามองตลาดโยเกิร์ตมาก่อนที่กระแสโยเกิร์ตจะมา?) ใช่ค่ะ ถ้าจะให้เริ่มต้นจริงๆ กับการปักหมุดทำโยเกิร์ตคือปี 2025 ที่เราเริ่มเห็นปัญหาสุขภาพลำไส้ของเราท้องผูก ปวดท้อง ค่อนข้างเป็นคนอาหารเป็นพิษค่อนข้างบ่อย บวกกับการชอบแล้วเรากินโยเกิร์ตแล้วเราเห็นว่าสุขภาพลำไส้ของเรามันดีขึ้น เลยทำให้เราเริ่มมีไอเดียว่าเราเปิดแบรนด์โยเกิร์ตของเราดีไหม เราก็ได้ใส่ในสิ่งที่ตอบโจทย์เรา เราเป็นคนทานยากกินข้าวน้อย อยากให้โยเกิร์ตนี้มันอร่อยด้วยมีประโยชน์ด้วยมีโปรตีนมีสารอาหารอยู่ในนั้นไม่ใช่แค่อร่อยและอิ่มท้องอย่างเดียว”
พัฒนาสูตรยากขนาดไหน?
“ก็พัฒนาสูตรกับทีม RD ค่ะ ไม่ได้ทำคนเดียวเพราะเราเองไม่ได้เก่งและเชี่ยวชาญในเรื่องของการทำอาหารหรือทำเมนูอะไรให้มันออกมาอร่อยก็ต้องอาศัยคนที่เขามีความชำนาญในเรื่องนี้มาช่วยทำค่ะ”
โยปป้า โยเกิร์ต เป็นแบรนด์ของเราเลย?
“ใช่ค่ะ เป็นแบรนด์ของเราเองเลยค่ะคิดโลโก้เองทำแบรนด์ดิ้งเองทั้งหมดคิดเมนูทุกอย่างเองค่ะ เมนูแล้วก็ดูตามความชอบของเทรนด์ ณ ปัจจุบันด้วย ว่าคนชอบกินอะไรคนชอบกินผลไม้ คนชอบกินสตอเบอรี่เบอร์รี่นะ เมนูเราหลากหลาย มีข้าวเหนียวนิล มีซูเปอร์ฟู้ด มีบาร์เล่ย์ มีน้ำผึ้ง หรืออย่างเมนูที่มันเกิดขึ้นมาก็มาจากความชอบของเราด้วยอย่างเมนูล่าสุดที่กำลังจะออกแต่ว่ายังไม่ได้ขายก็คือเมนู โยเกิร์ตนมชมพู เป็นเมนูที่เรานึกถึงตอนเด็กๆ เราชอบกินนมชมพูมากมันหอมมันอร่อย เรานึกถึงวัยเด็กก็อยากเอาเมนูนี้เข้ามาใส่ในร้านของเรา แล้วโยเกิร์ตของเราไม่ได้มีรสชาติเปรี้ยวนำทำให้เวลาเราจับไปใส่กับเมนูอะไรมันค่อนข้างที่จะกลมกล่อมและเข้ากัน”
เปิดร้านมาแล้ว 4 วันเมนูไหนขายดีที่สุด?
“ขายดีแต่ละวันไม่ซ้ำกันเลยค่ะ เพราะว่าวันไหนที่หนูแนะนำอะไรวันนั้นขายดีอันนั้น (หัวเราะ) แต่จริงๆ ที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อยๆ มันก็จะมีอยู่หลายเมนูเหมือนกัน เช่น ข้าวเหนียวนิล ฮันนี่โยเกิร์ต แล้วก็จริงๆ เฟรชโยเกิร์ต ที่เป็นโยเกิร์ตสดโฮมเมดเลยก็ขายดีมาก บางคนก็ชอบกินปีโป้ ชอบกินบิสคอฟสตอเบอรี่ ด้วยความที่ร้านเรามาไม่ได้ทาร์เก็ตแค่ เด็กวัยรุ่น เราได้วัยทำงาน ได้ผู้ใหญ่ ซึ่งก็จะชอบเมนูที่แตกต่างกันค่ะ”
ถามถึงจุดเด่นของร้านที่แตกต่างจากในตลาดที่มีอยู่?
“ด้วยส่วนผสมและเมนูค่ะ ปกติทั่วไปโยเกิร์ตก็จะมีแค่โพรไบโอติก เราใส่พรีไบโอติกเข้าไปด้วย มันจะเรียกว่าซินไบโอติก เป็นการปรับสมดุลย์ลำไส้เลยคือกินในระยะยาวจะช่วยให้ลำไส้เราสุขภาพดีขึ้นคือไม่ใช่แค่ว่าถ่ายท้องวันนี้แล้วมันจบไปแต่ศพผลดีในระยะยาวปรับสมดุลย์ลำไส้เราเลยค่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือเราใส่โปรตีนเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะเลยเพราะว่าถ้ากินไซซ์ L จะได้โปรตีนมากกว่า 10 กรัมเลย เรียกว่าจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ทำให้โยเกิร์ตของเราค่อนข้างแตกต่างจากตลาดมันไม่ใช่แค่โยเกิร์ตกินอร่อยทั่วไปเราให้สารอาหารคุณประโยชน์มากกว่านั้นแต่ไม่ได้เคลมว่าแบรนด์ของเรามันเฮลตี้จ๋าขนาดนั้นเพราะเรายังอยากให้รสชาติมันอร่อยด้วยแต่ความหวานที่เราเอามาทำมันมาจากหลายอย่าง ทั้ง โคโค่นัทชูการ์, ฮันนี่, อินทผาลัม มันเลยทำให้มี ทางเลือกกับลูกค้าและเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่ทำให้เขารู้สึกว่ามันมีความละมุนมีความหอมที่ต่างจากอันอื่นๆ”
ลงทุนไปเยอะขนาดไหน?
“หลายล้านเลยค่ะ เพราะเราทำร้านแรกก็เลยอยากทำให้มันดี ถ้ามันไม่ดีก็ไม่อยากทำ ก็คิดว่าอยากลองทำก่อน ด้วยความที่มันเป็นแบรนด์แรกมันก็ต้องเสี่ยง การลงทุนคือความเสี่ยง (หัวเราะ) ก็เลยเอาเงินเก็บที่มีออกมาลงทุนค่ะ (ถึง 7 หลักปลายๆ เลยไหม?) ใช่ค่ะ 7 หลักปลายๆ เกือบ 8 หลักค่ะ”
พอร้านออกมาเป็นรูปร่างแล้วก็ฟีดแบ็กดีขนาดนี้รู้สึกยังไงบ้าง?
“ดีใจนะคะ เงินที่ลงไปเกือบหมดกระเป๋ามันดูมีโอกาสที่ดีเกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็คิดว่าเราไม่ได้มองแค่สาขานี้สาขาเดียวเราแพลนที่จะขยายสาขาด้วยเราแพลนระยะยาว อย่างตอนนี้ก็มีแพลนว่าอยากจะเปิดขายแฟรนไชส์ จริงๆ มีประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ก็มีคนสนใจติดต่อมาเยอะค่ะ แต่ว่าเรายังไม่ได้เปิดรับอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ตั้งใจแล้วว่าเราจะเปิดรับก่อน 100 เจ้าก่อนค่ะ เพราะว่ากลัวจะไม่ไหว (แต่ 100 เจ้านี่คือเยอะมากแล้วนะ?) ใช่ค่ะก็เยอะ”
จริงๆ เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเลยไหมว่าจะทำแฟรนไชส์หรือขยายสาขาเพิ่ม?
“ตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้อยากจะขยายสาขา 5 สาขาที่เป็นทางเราขยายเอง แล้วก็แฟรนไชส์อยากได้ไม่เกิน 50 สาขาแต่ด้วยความที่ตอนนี้คนติดต่อมาเกิน 50 แล้วมันก็เลยทำให้เราเริ่มคุยกับทีมแล้ววางระบบว่าเราจะเปิดรับ 100 สาขาแรกก่อน ก็ต้องมีการวางแผนต้องควบคุมคุณภาพของสินค้าเป็นจุดที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก อีกอย่างคือเราเปิดโอกาสให้กับคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจคนที่อาจจะยังไม่ได้มีงบเยอะด้วย อยากให้เขาได้ลองเริ่มต้นทำอย่างเช่น น้องๆ นักศึกษาอยากมีธุรกิจและของตัวเองญดาคิดแพลนไว้ว่าอยากจะทำแฟรนไชส์แบบให้เขา ขายเดลิเวอรี่อย่างเดียวยังไม่ต้องมีหน้าร้านขายบนแพลตฟอร์มก็สามารถมาเป็นแฟรนไชส์ของเราได้ เริ่มต้นราคาหลักหมื่นเองค่ะ แล้วเราก็จะทำการโฆษณาทำการโปรโมทให้เองโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายเขาเพิ่มเติมเลย มีการสอนสูตรเทรนนิ่งพนักงานวางระบบให้เรียบร้อยเลยค่ะ”
แล้วสาขาที่เราจะขยายเอง?
“ก็มีเล็งไว้หลายที่ค่ะ เช่น เซ็นทรัลพาร์ค แล้วก็ที่วัน แบงคอก แล้วก็อีกที่หนึ่งที่อยากไปคือยูเนี่ยนมอลล์เป็นทาร์เก็ตแบบเด็กนักเรียนแล้วก็ราคาเราก็เข้าถึงง่ายค่ะ”
ฝากร้านโยเกิร์ตที่ตั้งใจทำหน่อย?
“ฝากร้านโยปป้า โยเกิร์ต เป็นร้านแรกที่ญดาภูมิใจนำเสนอมากๆ อยากให้ทุกคนได้มาลองชิมรสชาติโยเกิร์ตของทางร้านที่เราตั้งใจปรุงพิเศษทุกเมนูใส่ใจทุกเมนูแล้วก็อร่อยทุกเมนูอยากให้ทุกคนได้มาลองชิมกันค่ะร้านตั้งอยู่ที่ สยามสแควร์ซอย 3 ค่ะ เปิดตั้งแต่ 11.00-21.30 น. ค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญดา ลุยบทบาทใหม่ก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ ปั้นแบรนด์แรกด้วยตัวเอง เปิดร้าน ‘Yoppa Yogurt’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th