โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นิติวิทยาศาสตร์ เผย ยังขาดอวัยวะสำคัญอีก 2 ชิ้น คดีฆ่าหั่นแฟนสาว เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าถูกทำร้ายก่อนหรือไม่

สวพ.FM91

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 13.06 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 13.06 น.

นิติวิทยาศาสตร์ เผย ยังขาดอวัยวะสำคัญอีก 2 ชิ้น คดีฆ่าหั่นแฟนสาว เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าถูกทำร้ายก่อนหรือไม่

25 มีนาคม 2569 นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีสาวชาวลาวถูกแฟนหนุ่มสัญชาติเดียวกันฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนยัดถุงดำไปทิ้งอย่างโหดเหี้ยม โดยระบุว่าขณะนี้สถาบันฯ ได้รับชิ้นส่วนร่างกายมาแล้วประมาณ 80% ซึ่งบรรจุมาในถุงทั้งหมด 6 ถุง จากที่พบทั้งหมด 8 ถุง ประกอบด้วย แขน ต้นขา ลำตัว และศีรษะ ส่วนที่ยังขาดหายไปคือส่วนของซี่โครงและอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งงมหาหลักฐานเพิ่มเติม

ด้านนายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าตกใจว่า จากการตรวจสอบรอยตัดตามร่างกาย พบว่าเป็นลักษณะการใช้ "มีดเพียงเล่มเดียว" ในการหั่นหรือตัดชิ้นส่วนทั้งหมด ซึ่งรอยแผลบ่งบอกว่าผู้ก่อเหตุมีความชำนาญในการใช้มีดสูงมาก มีความเป็นไปได้ว่าอาจประกอบอาชีพเป็น "พ่อครัว" เนื่องจากรู้วิธีการลงมีดตามข้อต่อและกระดูกอย่างรวดเร็ว และ สามารถลงมือกระทำเพียงลำพังได้โดยไม่ต้องมีผู้ช่วย ส่วนการก่อเหตุ โดยธรรมชาติหรือโดยปกติคนร้ายจะกระทำกับเหยื่อหลังผู้เสียชีวิตแล้ว จึงจะลงมือหั่นหรือชำแหละ หากเหยื่อยังมีชีวิตหรือเพียงแค่สลบหัวใจยังเต้น จะทำให้มีการสูบฉีดโลหิต หรือร่างกายยังเกิดปฏิกิริยาของร่างกายทำให้ปริมาณเลือดจะมีการกระจัดกระจายเต็มบริเวณพื้นที่ทำให้ยากแก่การทำความสะอาด

นอกจากนี้ ในการตรวจยังไม่พบบาดแผลอื่น ซึ่งเรื่องของบาดแผลหรือร่องรอยตามร่างกายอื่น ๆ รวมถึงการตัดชิ้นส่วนอื่น ๆ จะดูได้ว่ามีอาวุธมากกว่า 1 ชิ้นหรือมีบุคคลที่ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนได้ แต่กรณีจากการหั่นรายนี้เป็นเคสปกติที่พบทำคนเดียวได้ ขั้นตอนต่อไปคือนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคล รวมถึงตรวจหาสารพิษในร่างกายเพื่อดูว่ามีการมอมยาเหยื่อก่อนสังหารหรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...