โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สส.ปชน.ปูดศาล รธน.จ่อควัก 3 ล้าน ขน 37 คนบินฝ่าสนามรบ ดูงานอียิปต์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยข้อมูลการศึกษาดูงานสาธารณรัฐอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เม.ย. - 2 พ.ค. 2569 โดยโครงการดังกล่าว มีราคากลาง 3,234,109.33 บาท และประกาศผู้ชนะเสนอราคา 2,954,000 บาท

นายภัณฑิล กล่าวว่า สำหรับกรณีเรียกร้องนี้ ไม่ใช่การต่อต้านการเรียนรู้จากต่างประเทศในหลักการ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่มีการใช้เงินภาษีของประชาชน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลเพิ่งประกาศให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจระงับการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการดูงานและการอบรม และให้จัดในประเทศแทน เว้นแต่เป็นการประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญเท่านั้น จึงขอสอบถามว่า การจ้างเหมาบริการทัวร์ในการศึกษาดูงานต่างประเทศนั้น มีสิ่งใดที่ประเทศไทยไม่มี และมีสิ่งใดที่ไม่สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญมาไทยหรือจัดสัมมนาในประเทศได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า มีอะไรที่ต้องบินไปฟังถึงอียิปต์ จะไปดูปิรามิดกีซ่า หรือจะไปดูสฟริงซ์ หรือมีอะไรที่ไม่สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญมาที่ประเทศไทย หรือจัดสัมมนาในประเทศไทยได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายเท่า คำถามที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นคือเหตุใดจึงเลือกอียิปต์เป็นประเทศต้นแบบ ศาลรัฐธรรมนูญไปศึกษาดูงานที่อียิปต์ ฟังดูก็เอ๊ะหรือใช่หรือไม่ ถ้าเราจะเอาเงินภาษีประชาชนไปดูระบบศาลรัฐธรรมนูญ ประเทศที่เลือกนั้นควรเป็นประเทศที่โดดเด่นด้านนิติธรรม สิทธิเสรีภาพ ความเป็นอิสระของศาล การคุ้มครองประชาธิปไตย

แต่ข้อมูลสากลกลับชี้ว่าอียิปต์ไม่ใช่ประเทศแบบนั้น ซึ่ง Freedom House จัดให้สาธารณรัฐอียิปต์เป็นประเทศ "ไม่เสรี" ได้คะแนนเพียง 18 จาก 100 คะแนน ส่วน World Justice Project จัดให้สาธารณรัฐอียิปต์อยู่อันดับ 135 จาก 142 ประเทศในดัชนีหลักนิติธรรมปี 2567

“ดังนั้นจึงต้องถามอย่างตรงไปตรงมาว่าประเทศแบบนี้หรือจะเป็นต้นแบบ ที่เหมาะสมสำหรับการไปดูงานของศาลรัฐธรรมนูญ หรือแท้จริงแล้วเรากำลังเลือกประเทศที่มีปัญหาเรื่องการดึงศาลเข้าไปเป็นผู้เล่นหลักเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง และการใช้กฎหมายกับกระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธทางการเมือง คล้ายกับข้อถกเถียงที่สังคมไทยเองกำลังถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในขณะนี้ จะไปดูว่าเขาขัดขวางขบวนการประชาธิปไตยสำเร็จอย่างไรหรือไม่”นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อไปว่า อีกประเด็นหนึ่งคือ ความเหมาะสมด้านความปลอดภัย ซึ่งมีการเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ ที่ปิดไปครึ่งสนามบิน จะไปได้หรือไม่ เงื่อนไขในการคืนเงินเป็นอย่างไร หากมีการยกเลิกขึ้นมา ซึ่ง ป.ป.ช.คงต้องเข้าไปตรวจสอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้กรุงไคโรคือสนามรบที่มีความดึงเครียดสูง และมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยกระดับสูงขึ้น ทั้งนี้ขอให้มีการพิจารณาถึงความคุ้มค่าการเดินทางครั้งนี้ที่ระบุว่ามีผู้ร่วมคณะ 37 คน การใช้งบประมาณเกือบ 3 ล้านบาท เดินทาง 9 วัน 8 คืน แต่เวลาที่เป็นการเรียนรู้จริงเพียง 22 ชั่วโมง หัวข้อที่ไปฟังส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องพื้นฐาน เช่น โครงสร้างศาล อำนาจหน้าที่ กระบวนการพิจารณาคดี ระบบการปกครอง และบทบาทของศาลปกครองต่อการควบคุมความเป็นอิสระของศาลและการคุ้มครองประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้สามารถจัดสัมมนาในประเทศได้ โดยเชิญวิทยากรมาบรรยาย แต่ในเอกสารมีการลงค่าวิทยากรไว้ 4 คน ซึ่งตนคิดว่าเป็นไกด์ เพราะพาไปดูมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดมาก

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ กกต. ป.ป.ช. ก็โดนทัวร์ลงในเรื่องจะไปดูงานและต้องระงับกันหมด เงินจำนวนนี้ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น จึงขอเรียกร้อง 4 ข้อ ดังนี้

1. ขอให้เปิดเผยสัญญาและวันลงนามจริงทั้งหมด

2. ขอให้เปิดเผยค่าใช้จ่ายแยกรายการโดยละเอียด

3. ขอให้เปิดเผยเหตุผลเชิงวิชาการว่าเหตุใดจึงเลือกสาธารณรัฐอียิปต์เป็นประเทศต้นแบบ

4. ขอให้เปิดเผยผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรม วัดผลได้ และประชาชนตรวจสอบได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...