โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"คลัง" ดัน "พรก." กู้ 1.5 แสนล้าน เข้า "ครม." 11 เม.ย.นี้ พยุงกองทุนน้ำมัน เพิ่มเงินบัตรคนจน 400 บาท

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.69 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 เม.ย.69 อนุมัติวงเงินรองรับ 7 มาตรการเร่งด่วนบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงและค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกเดือนละ 100 บาท เป็น 400 บาท ซึ่งในส่วนนี้จะใช้งบประมาณ 1.3 พันล้านบาท และมาตรการดูแลระบบขนส่ง โดยช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซด์รับจ้าง วงเงิน 1.6 พันล้านบาท ทั้งสองมาตรการมีระยะเวลาดำเนินการ 30 วัน

"ครม.นัดพิเศษได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขออนุมัติใช้เงิน การขอเบิกเงิน ซึ่งจะต้องเสนอ ครม.ในวันที่ 11 เม.ย. นี้ โดยในส่วนของมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น คาดว่าหลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้วจะเร่งดำเนินการในระยะเวลาที่เร็วที่สุด จะพยายามทำให้ได้ทันก่อนสงกรานต์ หรือภายในวันที่ 13 เม.ย. นี้ ตรงนี้เป็นการดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า" นายลวรณ กล่าว

นอกจากนี้ จะเสนอให้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยพยุงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ เพื่อช่วยให้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันสถานะของกองทุนน้ำมันฯ ติดลบแล้วราว 5 หมื่นล้านบาท ดังนั้น จะมีช่องว่างเหลืออีก 1 แสนล้านบาท

ส่วนเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น แม้ว่ากระทรวงการคลังจะได้มีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยขั้นตอนสุดท้ายเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะหยิบใช้หรือไม่ แต่มองว่าไม่ว่าจะเป็นกลไกของกองทุนน้ำมันที่ชดเชย 1 บาท กับการปรับลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาท ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนก็เท่ากัน

"ไม่อยากให้มองว่าภาษีเป็นยาวิเศษ ดังนั้นการจะใช้เครื่องมือแต่ละอย่างต้องระมัดระวังมาก ๆ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ที่การจัดเก็บรายได้ซึ่งมีเป้าหมายอยู่แล้ว อาจจะยากมากที่จะทำได้ตามเป้าหมาย ดังนั้นวันนี้เรามีวิกฤติพลังงานแล้ว ก็อย่าให้มันลุกลามจนกลายมาเป็นวิกฤติการคลังเพิ่มอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก แต่เรื่องภาษีเมื่อมีมติ ครม. เราก็เตรียมพร้อมไว้ให้ สุดท้ายอยู่ที่รัฐบาลจะสามารถเลือกได้ว่าจะใช้กลไก หรือเครื่องมือไหนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

สำหรับความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 นั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือน พ.ค.69 โดยได้เร่งเตรียมความพร้อมระบบต่าง ๆ เพื่อรองรับไว้แล้ว แต่รายละเอียดของโครงการเป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายจะต้องตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะในเรื่องจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิ ซึ่งเบื้องต้นจะครอบคลุมมากกว่า 20 ล้านคนที่เคยดำเนินการไปในรอบที่แล้ว แต่คงไม่ได้ครอบคลุมถึง 50 ล้านคนตามที่มีกระแสข่าวออกมา

ด้านงบประมาณที่จะใช้ในโครงการนี้ เป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณที่จะไปจัดหาวงเงินงบประมาณมา เบื้องต้นได้มีข้อสั่งการให้จัดทำร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนงบประมาณ จากแต่ละหน่วยงานราชการที่ไม่สามารถผูกพันงบประมาณได้ทัน งบเหลื่อมปี ซึ่งกรมบัญชีกลางได้รายงานตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 8.4 หมื่นล้านนบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะมีการปรับลดลงเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับวันตัดยอดการผูกพันงบประมาณ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณจะต้องหารือกันให้ชัดเจน ดังนั้นรัฐบาลก็จะต้องเร่งพิจารณาว่าจะใช้เม็ดเงินดำเนินการเท่าไหร่ อย่างไร โดยคาดว่าโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 น่าจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาได้เร็วสุดภายในวันที่ 21 เม.ย.69

"การออกเป็น พ.ร.ก. โอนงบประมาณ จะสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุด หากเรื่องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ก็มีผลใช้ได้เลย แต่เมื่อมีสภา ก็ต้องชี้แจงต่อสภาเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบในโอกาสแรกก่อน หากสภาโหวตผ่านก็ใช้ยาวต่อไป โดยเห็นว่าหากต้องรอออกเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จะใช้เวลานาน แต่ตอนนี้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

#พรกกู้เงิน #กองทุนน้ำมัน #บัตรคนจน #บรรเทาผลกระทบ #ค่าครองชีพ #โครงการคนละครึ่งพลัส #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...