โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตำรวจภูธรภาค9 กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้า คดีลอบยิง สส.นราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย จับกุมได้แล้ว 3 ราย กำลังเร่งล่าตัวมือปืนอีก 2 รายที่ยังหลบหนี

สวพ.FM91

อัพเดต 06 เม.ย. เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. เวลา 13.29 น.

วันที่ 6 เมษายน 2569 จากการแถลงผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) โดยมี พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พลตรี เฉลิมพงค์ คงบัว เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงาน และได้เปิดเผยความคืบหน้าเหตุการณ์ลอบยิง สส.นราธิวาส

พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สรุปเหตุการณ์ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ซึ่งเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการกำชับควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมตั้งแต่วันแรก ทั้งตัวบุคคล วัตถุพยาน และหลักฐานด้านเวลา เพื่อป้องกันความสับสนและยืนยันว่าการดำเนินงานอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและข้อเท็จจริง

สำหรับความคืบหน้าในคดีนี้ พลตำรวจตรี ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบก.สส.จชต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย และกำลังเร่งติดตามอีก 2 ราย รวมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย โดยพบว่ามีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การส่งคนไปดักดูเป้าหมายที่สนามบินหาดใหญ่ ขณะที่ทีมสังหารนำรถไปจอดดักรอห่างจากบ้านพัก สส. ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพื่อรอเวลาที่เป้าหมายเดินทางกลับมา

เมื่อรถของ สส. ขับผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้ขับรถสะกดรอยตามก่อนสบโอกาสใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จากนั้นขับรถหลบหนีไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอำเภอตากใบ เพื่อรื้อชำแหละทำลายหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้ง 5 ราย

พลตำรวจตรี ชุมพล กล่าวต่อว่า แม้ผู้ประสานงานหลักจะปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งผลตรวจเขม่าและปลอกกระสุนที่ตรงกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงหลักฐานจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บันทึกภาพรถยนต์ตั้งแต่ช่วงก่อเหตุจนถึงอู่ชำแหละ ซึ่งสอดคล้องกับชิ้นส่วนรถที่ถูกแยกส่วนได้อย่างชัดเจน ส่วนกรณีรถที่ใช้ก่อเหตุพบว่าเป็นรถยนต์ราชการใช้งานนอกแบบ (ไม่มีโลโก้หน่วยงาน) โดยเจ้าหน้าที่รัฐผู้ครอบครองได้ให้เพื่อนยืมไป และมีการยืมต่อกันมาจนถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็นกับการสังหาร แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแยกไปอีกส่วนหนึ่ง

ในประเด็นนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส ได้ตั้งกรรมการสอบสวนและอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด ขอให้ประชาชนมั่นใจต่อกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บงการและมูลเหตุจูงใจนั้น ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุความมั่นคงหรือประเด็นการเมือง เนื่องจากผู้ต้องหาคนสำคัญยังไม่ให้การพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อนำตัวผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...