โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'Haier' ขอสลัดภาพ 'แบรนด์จีน' หนีสงครามราคา มุ่งเจาะตลาด Hi-End ปักเป้า 14,000 ล้าน โต 25%

Positioningmag

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TopTen

อากาศที่ว่าร้อน ก็อาจจะไม่ร้อนแรงเท่ากับ ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ในประเทศไทย แม้ว่าปีที่ผ่านมา ตลาดจะทรงตัว เพราะอากาศไม่ร้อนจัดอย่างที่คาด แต่สำหรับปีนี้ คาดว่าแนวโน้มตลาดจะเติบโตได้ +5% เพราะมองว่าแม้กำลังซื้อในตลาดจะหดตัว แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย เป็นสินค้าจำเป็นของบ้าน โดยเฉพาะปีนี้ที่อากาศน่าจะร้อนจัด

ปี2568 โต12% ในปีที่อากาศไม่เป็นใจ

ต่ง เจี้ยนผิงประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศในไทย เพราะสภาพอากาศไม่ร้อนอย่างที่คาดการณ์ไว้ ฝนตกชุกต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดแอร์โดยรวมหดตัวหนักถึง -20% กระทบโดยตรงต่อไฮเออร์ที่มีแอร์เป็นสินค้าเรือธง
แม้จะเผชิญแรงกดดันดังกล่าว ไฮเออร์ ประเทศไทย ยังทำรายได้รวม 11,230 ล้านบาท เติบโต 12% ซึ่งถือว่าชนะตลาด ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดรวมสามหมวดหลักคือเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ก้าวขึ้นจาก 10% เป็น 14% ขึ้นแท่น เบอร์ 1 ในตลาดรวมสามหมวดนี้ เมื่อแยกผลประกอบการตามหมวดสินค้า ได้แก่

  • เครื่องปรับอากาศครัวเรือน4,600 ล้านบาท— ยังรักษายอดได้แม้ตลาดหด

  • ตู้เย็น2,200 ล้านบาท— เติบโต39% ดาวรุ่งของปี

  • เครื่องซักผ้า1,540 ล้านบาท— เติบโต23% จากการนำสินค้าใหม่เข้ามาหลายรุ่น

"ปีไหนบอกว่าไม่ดี ยอดก็มา เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่ถ้าผู้บริโภคเงินน้อยก็อาจไม่ซื้อตัวแพง ลดสเป็กไปใช้ตัวถูกกว่าหน่อย" ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร ไฮเออร์ ประเทศไทย


2 กลยุทธ์หลักสู่เป้า14,000 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ ไฮเออร์ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 14,000 ล้านบาท หรือเติบโต 25% โดยวางกลยุทธ์ ๆ ไว้ 2 แกนหลัก

  • ปรับProduct Portfolio มุ่งตลาดMid-to-Hi End
    หากพูดถึง แบรนด์จีนภาพจำของแบรนด์จีนคือ ถูกซึ่งในจุดนั้นเป็นเหมือน กับดัก ที่ทำให้ไฮเออร์ ไม่อยากติดอยู่กับสงครามราคา ดังนั้น ทิศทางของแบรนด์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาคือการ ขยับพอร์ตสินค้าสู่กลุ่มมิดเอนด์ถึงไฮเอนด์ มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปัจจุบันสินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ของพอร์ตโฟลิโอ และกำลังขยายต่อเนื่อง
    “เครื่องซักผ้าL+ Series ราคา80,000 บาท ที่ทำยอดขาย200 เครื่องใน3 เดือนแรก สะท้อนว่ากลุ่มไฮเอนด์ตอบรับแบรนด์จีนพรีเมียมแล้วจริง เพราะผู้บริโภคเขาไม่ได้มองหาแต่ของถูก เขามองหาของที่แก้เพนพ็อยต์ที่เขาเจอได้”
    อีกปัจจัยที่ทำให้ไฮเออร์กล้าเดินทางนี้ เพราะผู้บริโภคไทยเริ่มเปิดรับแบรนด์จีนในระดับราคาที่สูงขึ้น หลังจากได้สัมผัสกับสินค้าจีนคุณภาพสูงในหมวดอื่น ๆ ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้Perception เรื่องคุณภาพแบรนด์จีนเปลี่ยนไปมาก และที่สำคัญ แบรนด์ญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดกลุ่มกลาง-บน กำลังค่อย ๆ อ่อนแรง


  • Brand Building ผ่านBamBam, Liverpool และPSG
    ไฮเออร์จัดสรรงบการตลาดปีนี้ที่ 1,200 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ก็ถือว่าสูงกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม โดยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายต่างกัน ได้แก่ การใช้ แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ต่อเนื่องเป็น ปีที่ 2 และการเป็น Official Partner ของสองสโมสรระดับโลกอย่างLiverpool F.C. และ Paris Saint-Germain (PSG)
    ต่ง เจี้ยนผิงอธิบายว่าแบมแบม จะช่วยในเรื่องการเชื่อมแบรนด์เข้ากับคนรุ่นใหม่ผ่านพลัง Fandom Economy ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Gen Z หรือ Young Urban โดยในปีแรกที่ได้แบมแบมเป็นพรีเซ็นเตอร์ ช่วยให้ Brand Awareness พุ่งจาก 78% เป็น 89%และเกิดปรากฏการณ์ที่ลูกค้าบางส่วนไม่ได้เรียกสินค้าว่า 'แอร์ไฮเออร์' แต่เรียกว่า 'แอร์แบมแบม' ซึ่งสะท้อน Brand Affinity ในระดับที่ลึกกว่าการรับรู้แบรนด์ทั่วไป
    ในส่วนของการเป็น Official Partner ของสองสโมสรระดับโลก ก็ช่วยให้ไฮเออร์เข้าใกล้กับกลุ่ม พ่อบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เคยใช้สินค้าจากไฮเออร์ แต่เมื่อเป็นสโมสรที่เชียร์ ก็มีโอกาสที่จะทำให้เขาตัดสินใจเลือกไฮเออร์ได้ง่ายกว่า
    นอกจากนี้ การขยับพอร์ตนี้ยังมาพร้อมกับการ Reorganize ทีมพนักงาน และปรับ Display ในหน้าร้านทุกจุด จากเดิมที่เน้นสินค้ากลุ่มมิดทูอีโค่ ปรับมาโชว์สินค้ากลุ่มมิดทูไฮเอนด์มากขึ้น เพื่อให้ภาพลักษณ์ที่หน้าร้านสะท้อนทิศทางของแบรนด์อย่างสอดคล้องกัน


เป้าสินค้าแยกตามประเภท

  • เครื่องปรับอากาศครัวเรือน: ตั้งเป้า 5,300 ล้านบาท — เรือธงหลักที่คาดว่าจะกลับมาแรงเพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอากาศจะร้อนขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีนี้เพิ่มการเปิดตัว แอร์โซลาร์เซลล์ 18,000 BTU เพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคที่กังวลเรื่องค่าไฟ ซึ่งไฮเออร์มองว่าเป็นเทรนด์ที่จะเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ อัตราเพเนเทรชั่นแอร์ในไทยยังอยู่ที่เพียง 30% เท่านั้น หมายถึงยังมีโอกาสตลาดอีกมหาศาล

  • ตู้เย็น: ตั้งเป้า 2,900 ล้านบาท โต 32% — หมวดรายได้ใหญ่อันดับสองของบริษัท ต่อเนื่องจากปีก่อนที่โต 39% โดยเพิ่มไลน์อัพสินค้าพรีเมียมและขยายช่องทางการขาย

  • เครื่องซักผ้า:ตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท เติบโต 36% ปีนี้เปิดสินค้าใหม่เกือบ 20 รุ่น มากที่สุดในรอบหลายปี ไฮไลท์คือเครื่องซักผ้า 3 ถังในเครื่องเดียว พร้อมเทคโนโลยี Essence Wash ซักด่วนใน 39 นาที, 3D Drying และ Smart Dosing ระบบเติมน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ ตั้งเป้าขาย 100 เครื่องใน 3 เดือนสำหรับรุ่นพรีเมียม ปัจจุบันพอร์ตบาลานซ์สินค้าพรีเมียม-กลาง-ล่างในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

  • หมวดอื่นๆ: ตู้แช่ 1,300 ล้านบาท / แอร์เชิงพาณิชย์ 1,100 ล้านบาท / ทีวี 1,000 ล้านบาท เครื่องทำน้ำอุ่น 200 ล้านบาท โดยปีนี้จะทำการตลาดทีวีอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เนื่องจากเป็นช่วงฟุตบอลโลก

โรงงานในไทยข้อได้เปรียบที่คู่แข่งตามยาก

ต่ง เจี้ยนผิง ทิ้งท้ายว่า อีกจุดแข็งที่ไฮเออร์มักไม่พูดถึงก็คือ การมี โรงงานผลิตในประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานแอร์ 2 แห่ง และโรงงานตู้เย็น 1 แห่ง ตั้งอยู่ที่ชลบุรีและกบินทร์บุรี
ในภาวะที่สงครามการค้าและความผันผวนของซัพพลายเชนสร้างต้นทุนและความล่าช้าให้แบรนด์ที่พึ่งพาการนำเข้า ไฮเออร์ได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทยังพยายาม Localize ชิ้นส่วนสำคัญไว้ในไทยล่วงหน้า เพื่อรองรับการขยายยอดขายโดยไม่สะดุด และมีแผนสร้างโรงงานใหม่สำหรับเครื่องซักผ้าเพิ่มเติม
ไฮเออร์ระบุว่า ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้ายังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะมีสต๊อกสินค้าที่หน้าร้านรองรับอยู่ อย่างไรก็ดี หากต้นทุนยังอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่อง คาดว่าทุกแบรนด์ในตลาดจะปรับราคาขึ้น ซึ่งในกรณีนั้น ไฮเออร์ที่มีฐานผลิตในประเทศจะยังได้เปรียบด้านต้นทุนเทียบกับแบรนด์ที่นำเข้าสินค้าทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...