โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตั้งรับเทรนด์รถ EV

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

เป็นประเด็นร้อนแรงไม่แพ้ราคาน้ำมันขณะนี้ คือความนิยมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV

เห็นได้จากยอดจองรถยนต์ในงาน “มอเตอร์โชว์ 2026” ที่ผ่านมา ตัวเลขทุบสถิติสูงสุดถึง 132,951 คัน เพิ่มขึ้น 55,572 คัน หรือ 71.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

แม้ตัวเลขยอดจองรถในงานอาจผันแปรได้ เพราะต้องไปสรุปกันในวันจดทะเบียน หรือซื้อจริงว่ามากน้อยขนาดไหน

เนื่องจากมีอีกหลายปัจจัย เช่น การอนุมัติของไฟแนนซ์ หรือการที่ผู้ซื้อส่วนหนึ่งจองครั้งละหลาย ๆ คัน โดยเฉพาะรถจากจีนบางค่ายให้แรงจูงใจด้วยการจองฟรี

ทำให้ผู้ซื้อบางคนที่ยังลังเล ตัดสินใจจอง ๆ ไปก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง

ในจำนวนนี้ยอดจองรถไฟฟ้า หรือ EV เกินครึ่งของทั้งหมด

สถิติยอดจองสูงสุด 10 อันดับแรก แบรนด์รถ EV จากจีนกวาดไปถึง 8 อันดับ มีญี่ปุ่นแทรกเข้ามา 2 ค่าย คือโตโยต้า อันดับ 2 และฮอนด้า อันดับ 10

ความร้อนแรงของกระแสรถ EV ในไทยเติบโตต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ทั้งจากคนไทยเปิดใจมากขึ้น รวมถึงมาตรการ EV 3.0 จนถึง EV 3.5 ที่รัฐช่วยจ่ายเงินอุดหนุน

แรงจูงใจนี้ถือเป็นมาตรการที่ใช้กันทั่วโลก นำโดยประเทศจีน เจ้าพ่อรถ EV ที่แรกสุดนั้นออกมาตรการเปลี่ยนผ่านรถยนต์น้ำมันมาเป็น EV ปัจจัยหนึ่งเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ที่จีนประสบปัญหาสาหัสมากเมื่อราว ๆ 20 ปีก่อน

อีกปัจจัยเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ เพราะจีนมองว่าหากยังสู้ด้วยเครื่องยนต์น้ำมัน ยากที่จะต่อกรกับญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกา

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูงมานานกว่า 10 ปี และยิ่งแพงมากขึ้นในบางช่วงเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ

นี่ยังไม่นับในปัจจุบันการผลิตปริมาณมาก ๆ ของรถจีน บวกกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ต้นทุนต่ำลง ราคาขายต่อหน่วยของรถ EV จึงยิ่งจูงใจ

หลาย ๆ ปัจจัยที่กล่าวมา ทำให้ตลาดรถ EV เติบโตรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงเมืองไทย

ยอดจดทะเบียนรถใหม่ของไทย ที่รถ EV มีปริมาณเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด สะท้อนภาพรวมได้ชัดเจน

ส่วนภาครัฐเอง แม้ที่ผ่านมาจะสนับสนุนให้คนไทยเลือกซื้อรถ EV แต่ด้วยปริมาณรถที่ออกมามากขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือสถานีชาร์จ

ตัวเลข ณ ปลายปี 2025 จากการรวบรวมของ “โรแลนด์ เบอร์เกอร์” (Roland Berger) บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับโลก

ประเทศไทยมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าราว ๆ 3,700 สถานี รวมกว่า 1.1 หมื่นหัวจ่าย ทั่วประเทศ

เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า เมื่อเทียบกับ 3 ปีที่แล้ว

หัวหอกในการเพิ่มสถานีชาร์จมาจากรัฐวิสาหกิจ และเอกชนรายใหญ่

เช่น EV Station PluZ ของ ปตท. มีกว่า 1 พันจุด, 3 การไฟฟ้าหลักของไทย ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ-การไฟฟ้าภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง รวมกันเกือบ ๆ 1 พันจุด

กลุ่มเอกชน ที่เด่น ๆ ไม่พ้น ReverSharger, EVolt, EA Anywhere รวมกันกว่า 1 พันจุด

ที่เหลือกระจายกันไป รวมถึงค่ายรถเองก็ทำจุดชาร์จภายในศูนย์บริการ หรือชุมชนสำคัญ ๆ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวเลขยอดจดทะเบียนรถ EV ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ การเพิ่มจุดชาร์จอาจไม่ทันความต้องการ จึงเป็นอีกโจทย์ที่ภาครัฐควรใส่ใจ

ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจนั้น รัฐอาจเข้าไปมีส่วนกำหนดแผนง่ายกว่า แต่สำหรับภาคเอกชนคงต้องเพิ่มแรงจูงใจด้านอื่น ๆ เช่น ภาษี หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

รวมถึงออกกฎ ระเบียบ ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้รถที่มักเจอเรื่องปวดหัวที่จุดชาร์จ น่าหงุดหงิดสุดไม่พ้นมีรถพลังงานอื่นมามั่วจอดขวางที่จุดชาร์จ หรือชาร์จเต็มแล้วไม่ยอมขยับรถออก ฯลฯ

เพราะยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งจูงใจคนใช้รถ EV มากขึ้นเท่านั้น

ที่สำคัญยังช่วยประเทศไทยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ และลดมลพิษจากรถยนต์อีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตั้งรับเทรนด์รถ EV

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...