โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แค่เรื่องล้างอัฐิ! หลานโหดแทงตาดับคามือ อ้างถูกด่า-ทำร้ายก่อน ทนไม่ไหวปมขัดแย้งสะสม

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สะเทือนขวัญหาดใหญ่ หลานชายวัย 27 ปี ก่อเหตุใช้มีดแทงตาแท้ๆ เสียชีวิตคาบ้าน หลังมีปากเสียงเรื่องให้ไปทำความสะอาดอัฐิที่วัด ก่อนเดินเข้ามอบตัวทันที ตำรวจคุมตัวสอบเข้ม

เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 15 เมษายน 69 พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุแทงกันเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 28 ถนนทุ่งรี-โคกวัด ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยภายหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามอบตัวที่ป้อม อส.ทุ่งโดน ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัทธนันท์ ภักดีดำรงทรัพย์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.คอหงส์ และชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที ทราบชื่อคือ นายอุดมศักดิ์ พูลประภัย หรือ “อั้ม” อายุ 27 ปี

จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตคือ นายพล พูลประภัย อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นตาแท้ๆ ของผู้ก่อเหตุ ถูกอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณลิ้นปี่ 1 แผล และชายโครง 2 แผล ญาติและกู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบมีดยาวประมาณ 11 นิ้ว ตกอยู่หน้าบ้าน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอุดมศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งภายในครอบครัวที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกับผู้ตายอีกครั้ง เรื่องการไปทำความสะอาดอัฐิที่วัดโคกนาว ซึ่งผู้ตายให้ไปดำเนินการ แต่ผู้ก่อเหตุยืนยันว่าได้ไปทำแล้ว ทำให้ฝ่ายผู้ตายไม่เชื่อและเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

ผู้ก่อเหตุระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุ ผู้ตายมีท่าทีจะใช้ไม้ทำร้าย แต่หาไม่พบ จึงใช้มือจะเข้าตบ ทำให้ตนเกิดความโกรธ ประกอบกับความขัดแย้งสะสม จึงใช้อาวุธมีดที่พกอยู่ก่อเหตุแทงจนผู้ตายล้มลงเสียชีวิตหน้าบ้าน ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวที่ป้อม อส. โดยไม่คิดหลบหนี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปยัง สภ.คอหงส์ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...