โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักลงทุนทั่วโลกเมินแลนบริดจ์ แต่รัฐบาลอยากดัน!!

TOJO NEWS

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin_Tojo

สว.นันทนา ลั่น แลนบริดจ์แค่คิดก็ผิดแล้ว ต่างชาติส่ายหัวไม่ลงทุน แม้แต่สิงคโปร์ก็ปฏิเสธ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

เหตุใดนักลงทุนทั่วโลกเมิน “แลนด์บริดจ์” แต่รัฐบาลอยาก “ดัน”

นิด้าโพล สำรวจความคิดเห็นคน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ พบว่า คนส่วนใหญ่ “เคยได้ยินแต่ยังเข้าใจไม่ลึก” นี่คือปัญหาใหญ่ของโครงการนี้ รัฐบาลอนุทิน ไม่เคยประกาศในนโยบายหาเสียง ไม่เคยบรรจุในนโยบาย ไม่เคยชี้แจงข้อมูลใดๆ และไม่เคยรับฟังว่าประชาชนคิดยังไง กับโครงการลงทุนขนาดหนึ่งล้านล้านบาทนี้ จะเรียกว่า ทำโดยไม่เห็นหัวประชาชน ก็ว่าได้

Mega Project ที่ผ่านมา มีโครงการไหนทำสำเร็จ คุ้มค่าเงินภาษีของประชาชนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” (EEC) ที่ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา “ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้” ที่ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และ“เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอีก 10 แห่ง ทั้งหมดนี้ มีโครงการไหนสำเร็จบ้าง ของเก่ายังไม่เสร็จ นี่จะเริ่มของใหม่อีกหรือ ?!?

การที่รัฐบาลนี้ “ลักไก่” หยิบเอาแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลเพื่อไทย ขึ้นมาทำ ทั้งๆที่คุณเศรษฐาเดินทางไป road show มาทั่วโลก ไม่มีนักลงทุนแม้แต่ชาติเดียวที่สนใจ ต่างพากันส่ายหน้า ไม่เห็นความเป็นไปได้ที่จะมีใครมาใช้บริการท่าเรือแบบที่ต้องยกตู้สินค้าจากทะเลขึ้นบก ใส่รถไฟไปร้อยกิโลเมตร แล้วยกจากบก ลงไปใส่เรือลงทะเลอีกฝั่งหนึ่ง เสียเวลามากกว่าเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา ๕ เท่า และใช้แรงงาน เครื่องจักรในการขนถ่ายตู้สินค้า โดยไม่มีความจำเป็น หากวิ่งเรือผ่านช่องแคบตามปกติ แม้แต่ประเทศสิงคโปร์ ที่รัฐบาลตีปี๊บว่าเขาสนใจ ที่จริงเขามาถามข้อมูลว่าเราจะทำอะไร แล้วเขาก็ปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยว่า “ไม่คุ้มค่า” แน่นอน

แลนด์บริดจ์ แค่คิดก็ผิดแล้ว !!

แลนด์บริดจ์ ที่เราพูดถึงกันในภาคใต้ มิใช่เป็นแบบ “คลองซูเอส” หรือ “คลองปานามา” ที่หากไม่เดินเรือผ่าน เรือเดินทะเลจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น จากการอ้อมทวีปแอฟริกา (กรณีคลองซูเอส) อีก 10-15 วัน หรือการอ้อมทวีปอเมริกาใต้ (กรณีคลองปานามา) อีก 25-35 วัน แต่สำหรับช่องแคบมะละกา ย่นระยะทางเพียงสองวันเท่านั้น ถ้ารัฐบาลยังดันทุรังที่จะสร้าง สุดท้ายเราจะได้ท่าเรือร้างแบบปากบารา หรือท่าเรือคลองใหญ่

แล้วใครจะรับผิดชอบกับเงินภาษีของประชาชน ที่ลงทุนไปแล้วไม่ได้อะไรตอบแทนมา

ก่อนที่รัฐบาลจะผลักดัน โครงการนี้ ลองหยิบเอาผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ที่สภาพัฒน์จ้างศูนย์บริการวิชาการจุฬาทำ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ไม่มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ลงทุนสูงผลตอบแทนต่ำมาก ปริมาณสินค้าที่จะมาใช้เส้นทางนี้อาจไม่มากพอ ไม่มีความสะดวกในเชิงกายภาพ

นอกจากความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รัฐบาลควรต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ ระบบนิเวศชายฝั่ง ทั้งหมดนี้จะถูกทำลายลง จนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้

ข้อโต้แย้งในการทำแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลมีประการเดียว คือผลการศึกษาของ สนข.(สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร) ที่ยืนยันความคุ้มค่า เพราะเป็นหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ก็ย่อมต้อง “อวย” โครงการของรัฐบาลอยู่แล้ว

หากรัฐบาล “ลุยไฟ” ผลักดันโครงการมูลค่าล้านล้านบาท ด้วยเงินภาษีของประชาชน ในภาวะที่ เงินกู้กำลังจะถึงเพดาน ๗๐% ของจีดีพีแล้วนี้

ย่อมท้าทายว่า แลนด์บริดจ์ จะ “ดัน” หรือ “ดับ” รัฐบาลอนุทิน ในที่สุด

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...