โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมือพายุฤดูร้อน ระลอกใหม่! ชงรัฐปล่อยกู้ฉุกเฉิน ปรับปรุงที่อยู่อาศัย

เดลินิวส์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“รศ. ดร.สายันต์” นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอรัฐบาลใช้ “วิศวกรรมป้องกัน” รับมือพายุฤดูร้อน แนะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หนุนประชาชนปรับปรุงอาคาร-บ้านเรือน พร้อมแนะวิธีตรวจสอบจุดเสี่ยง“หลังคา-รางน้ำ-โครงสร้างที่เกาะตัวอาคาร” ระบุ หากประสบภัยขอเงินเยียวยาความเสียหายจาก ปภ. ได้

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. รศ. ดร.สายันต์ ศิริมนตรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์พายุฤดูร้อนได้สร้างความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างอาคารและบ้านเรือนของประชาชนในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ว่าระหว่างวันที่ 7-12 พ.ค.นี้ จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ ส่วนตัวมองว่า นอกจากกลไกการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว อีกหัวใจสำคัญคือการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีมาตรการหรือแนวทางในเชิงวิศวกรรมป้องกัน เช่น อาจมีกลไกเงินกู้ฉุกเฉินดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถปรับปรุงความแข็งแรงของตัวบ้านและอาคาร เพื่อรับมือกับภัยพิบัติหรือพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

รศ. ดร.สายันต์ กล่าวว่า ความเสี่ยงจากพายุฤดูร้อนคือการมีลมกระโชกแรงจนหลังคาบ้านหรือชิ้นส่วนอาคารพังถล่มและหลุดลอยปลิวออกไป ฉะนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรทำการตรวจสอบโครงสร้างอาคารหรือบ้านเบื้องต้นด้วยสายตาก่อน หากมีจุดที่น่ากังวลก็สามารถติดต่อขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ อาทิ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ซึ่งเปิดคลินิกช่างให้เข้าไปขอคำปรึกษาได้ หรืออาจส่งข้อความหรือรูปมาทางเพจเฟซบุ๊ก Civil Engineering,Thamasat University ให้ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ว่าจุดใดจำเป็นต้องเสริมกำลังหรือไม่

สำหรับข้อแนะนำในการตรวจสอบด้วยสายตา ประกอบด้วย 1. โครงสร้างหลังคา กันสาด โครงสร้างต่อเติม ไม่ว่าหลังคาจะเป็นแผ่นเมทัลชีทหรือกระเบื้อง สิ่งสำคัญคือดูว่ายึดติดกับตัวบ้านหรืออาคารดีอยู่ไหม อย่างตัวยึดหรือรอยต่อที่เป็นเหล็ก หากเกิดสนิมต้องรีบเปลี่ยน หรือหากรู้สึกว่ายึดไม่เพียงพอให้ยึดเพิ่ม หรือจุดต่อเติมที่ดูไม่มั่นคง โครงสร้างเรียวบาง ควรให้ช่างเข้ามาเสริมกำลัง โดยอาจมีการนำชิ้นส่วนเข้ามาเสริมเพิ่มแล้วเชื่อมติดกัน ซึ่งจะช่วยป้องกันลมพายุได้ในระดับหนึ่ง 2. ต้นไม้ ป้ายโฆษณา โครงสร้างที่เกาะอยู่กับตัวอาคาร ให้สำรวจดูว่ามีสิ่งใดที่มีโอกาสหักแล้วจะมาทับกันสาดหรือชายคาบ้าน โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่มักทำด้วยเหล็กฉากทาสี แล้วยึดด้วยนอตหรือใช้การเชื่อมกับตัวอาคาร ก็ควรมีการขึ้นไปตรวจสอบรอยเชื่อมต่างๆ หากมีสีลอกเสื่อมสภาพและเป็นสนิม ควรให้ช่างมาเชื่อมเพิ่มแล้วทาสีทับ

3.รางระบายน้ำต่างๆ ที่ควรตรวจสอบว่าดูว่ายังสามารถระบายน้ำได้อยู่หรือไม่ มีเศษสกปรกหรือใบไม้เข้าไปอุดตันหรือไม่ถ้ามีก็ควรกำจัดให้เรียบร้อย เพราะหากรางระบายน้ำอุดตันจะทำให้มีปริมาณน้ำค้างสะสม เมื่อรางแบกรับน้ำมากเกินไปก็อาจเกิดการร่วงหลุดลงมาสร้างความเสียหายได้ และ 4. อาคารสูง สิ่งที่ควรตรวจสอบคือกระจกบานขนาดใหญ่ ดูตามรอยต่อว่ายังมั่นคงแข็งแรงหรือไม่ ขณะที่ในส่วนของโครงสร้างอาคาร แม้จะไม่ค่อยเป็นที่น่ากังวลจากพายุ แต่หากเจ้าของอาคารกังวลก็สามารถให้วิศวกรเข้าไปตรวจสอบอาคาร เพื่อเช็กโครงสร้างของอาคารทั้งหลังได้ โดยเฉพาะอาคารที่ถูกสร้างก่อนมีกฎหมายใหม่เข้ามาควบคุม

ในส่วนบ้านเรือนหรืออาคารที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติหรือพายุสามารถที่จะติดต่อขอเงินเยียวยาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ผ่านสายด่วน 1784 โดยสิ่งสำคัญคือจะต้องทำการถ่ายรูปความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการขอรับเงินเยียวยา ซึ่งภาครัฐจะพิจารณาจ่ายให้ตามความเสียหายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 88,600 บาท นอกจากนี้ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาล ส่วนใหญ่มักจะมีงบฉุกเฉินที่ให้ความช่วยเหลือได้ ตัวอย่างเช่น หากถูกพายุพัดจนหลังคาเกิดความเสียหาย ประชาชนในท้องถิ่นก็สามารถขอเบิกเงินไปซ่อมแซมหลังคา เพื่อให้สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...