สมาคมรับสร้างบ้านประกาศเข้าโหมด “เฝ้าระวัง” หลังต้นทุนพุ่ง 20% จ่อปรับราคา 3-5% พฤษภาคมนี้
ชี้ตลาดไตรมาส 2 ทรงตัวจากปัจจัยสงครามยืดเยื้อและนโยบายสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่เข้มงวด เตรียมชงรัฐขยายเพดานลดหย่อนภาษีสร้างบ้านบนที่ดินตัวเองเป็น 5 แสนบาท กระตุ้นกำลังซื้อ เผยกลยุทธ์รุกตลาดต่างจังหวัดที่มีสัดส่วนสูงถึง 77% ผ่านการตั้งบอร์ดภูมิภาคคุมมาตรฐานทั่วประเทศ
7 พฤษภาคม 2569 -สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยการประเมินภาวะตลาดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยระบุว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่สภาวะ "เฝ้าระวัง" อย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมตลาดจะยังอยู่ในระดับชะลอตัวเล็กน้อยถึงทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปัจจัยกดดันจากภายนอกโดยเฉพาะสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ระบุว่า ยอดขายของบริษัทสมาชิกในไตรมาสนี้มีแนวโน้มลดลงประมาณ 0 – 5% โดยกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างได้รับแรงกดดันจากการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ขณะที่กลุ่มบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่มีความแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก
“ต้นทุนการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นแล้วกว่า 15 – 20% โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุโครงสร้างหลัก ทั้งเหล็ก โลหะ ปิโตรเคมี ปูนซีเมนต์ และกระเบื้อง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาพลังงานและค่าขนส่งที่ผันผวนตามสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ”
จากสภาวะต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น สมาคมฯ คาดการณ์ว่าบริษัทสมาชิกส่วนใหญ่จะเริ่มปรับราคาค่าก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 3 – 5% โดยจะมีผลอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้สามารถรักษามาตรฐานคุณภาพการก่อสร้างภายใต้ต้นทุนจริงที่สูงขึ้น ซึ่งจังหวะเวลาก่อนการปรับราคาในช่วงกลางไตรมาส 2 นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้บริโภคในการเจรจาสัญญาเพื่อคงราคาเดิมในส่วนของข้อเสนอต่อภาครัฐ สมาคมฯ เตรียมยื่นเรื่องเพื่อขอให้พิจารณามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมถึงกลุ่ม "สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง" โดยเน้นไปที่การปรับปรุงนโยบายด้านภาษีเพื่อดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
“สมาคมฯ เตรียมเสนอให้รัฐบาลเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่เซ็นสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านกับบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิมสูงสุด 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท โดยเสนอให้คงมาตรการนี้ไว้เป็นเวลา 2 – 3 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก”
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมมาตรฐานการดำเนินงานเพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงานท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน พร้อมทั้งเดินหน้าขยายฐานธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบหลังจากประสบความสำเร็จในการจัดตั้ง "บอร์ดภูมิภาค" ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
ข้อมูลจากสมาคมฯ ระบุว่า ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดมีนัยสำคัญต่อภาพรวมธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงถึง 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ ในปีนี้จึงมีแผนรุกกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในหัวเมืองใหญ่ อาทิ ขอนแก่น และหาดใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความมั่นคงและมีมาตรฐานวิชาชีพรองรับในระยะยาว