โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ฮุน มาเนต” โอดเสียดายไทยยกเลิก MOU 2544 เพียงฝ่ายเดียว ชี้บีบให้กัมพูชาต้องพึ่ง UNCLOS

WeR NEWS

เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 08.43 น.

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ขแมร์ไทม์ส รายงานความคืบหน้าหลังเมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีไทยมีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU44 โดยขแมร์ไทม์ส รายงานว่า กัมพูชาจะดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ด้วยเหตุผลจากการที่ไทยละเมิดข้อตกลงทวิภาคีปี 2544 แต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อเป็นการหาทางออกให้กับข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทย

ด้านนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม หลังจากทราบมติการยกเลิก MOU 2544 ของฝ่ายไทยว่า การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพชายแดน พร้อมกล่าวเสริมว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันมากว่า 25 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน ซึ่งการมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกัน

นายฮุน มาเนต กล่าวด้วยว่า น่าเสียดายที่ประเทศไทยตัดสินใจถอนตัวออกจาก MOU แต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่กัมพูชาให้ความสำคัญกับการใช้กลไกทวิภาคีตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มาโดยตลอดในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน การถอนตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวของประเทศไทยเท่ากับเป็นการปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีเพียงฉบับเดียว ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่ทั้งสองฝ่ายยึดถือมานานกว่า 2 ทศวรรษ ที่สำคัญประเทศไทยทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหันไปพึ่ง UNCLOS โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ทับซ้อนกัน

นายฮุน มาเนต กล่าวต่อว่า กลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับจัดตั้งขึ้นโดย UNCLOS เพื่อช่วยเหลือรัฐภาคีในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การตัดสินใจของกัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความหวังอย่างจริงใจของทั้งสองประเทศที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้ประชาชนของเราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีเสถียรภาพและปรองดอง

ขณะที่นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา กล่าวผ่านแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า กัมพูชาจะเปลี่ยนไปใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้กรอบ UNCLOS อันเป็นผลมาจากการตัดสินใจของครม.ไทย พร้อมย้ำว่า กรอบ MOU 2544 เป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน และการส่งเสริมการกำหนดเขตแดนด้วยวิธีการที่สันติและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการกระทำของไทยถือเป็นการเบี่ยงเบนจากเจตนารมณ์และความตั้งใจทางการเมืองที่ทำให้ทั้งสองประเทศสามารถสร้างกลไกความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาได้

นายปรัก สุคน ยังแถลงเพิ่มเติมว่า กัมพูชาขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อการตัดสินใจครั้งนี้ ส่วนในการตอบโต้ กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

สำหรับ MOU44 เป็นข้อตกลงระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรอบในการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลและการพัฒนาร่วมกันของทรัพยากรพลังงานในอ่าวไทย โดยบันทีคกวามเข้าใจฉบับนี้ ลงนามไว้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและกำหนดพื้นที่ทับซ้อนกัน ขนาด 26,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ซึ่งอุดมไปด้วยพลังงาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...