โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟอร์ติเน็ต เปิดตัว FortiOS 8.0 ใช้ AI ผสานเครือข่ายไซเบอร์ซีเคียวริตี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 03.47 น.

ฟอร์ติเน็ตประกาศรุกตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เปิดตัว FortiOS 8.0 ยกระดับเครือข่ายความปลอดภัยด้วยระบบควบคุม AI อัจฉริยะและเทคโนโลยี Quantum-Safe

วันที่ 1 เมษายน 2569 – ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ได้ประกาศเปิดตัว FortiOS 8.0 ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดที่เป็นแกนหลักสำคัญของ Fortinet Security Fabric ภายในงาน Fortinet Accelerate 2026

โดยนวัตกรรมใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การขยายขีดความสามารถของระบบ SASE ที่มีความยืดหยุ่นสูง และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในระดับที่สามารถต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum-Safe) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขององค์กรทั่วโลก

นายเคน เซีย ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟอร์ติเน็ต เปิดเผยว่า FortiOS 8.0 คือผลลัพธ์จากการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี ในการหลอมรวมเทคโนโลยีเครือข่ายและความปลอดภัยเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ท่ามกลางสภาวะการณ์ปัจจุบันที่องค์กรธุรกิจหันมาปรับใช้ AI และระบบคลาวด์เพิ่มมากขึ้น

ตลอดจนต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ซับซ้อน ดังนั้นการมีระบบปฏิบัติการแบบรวมศูนย์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความซับซ้อนของระบบ เพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นที่ครอบคลุม และขยายขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก

จุดเด่นสำคัญของ FortiOS 8.0 คือการนำเสนอความสามารถในการกำกับดูแลการใช้งาน Generative AI ภายในองค์กรอย่างปลอดภัย โดยมีฟีเจอร์ FortiView ที่ช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถมองเห็นการใช้งานแอปพลิเคชัน AI ทั้งที่ได้รับอนุญาตและกลุ่ม Shadow AI แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถระบุความเสี่ยงและควบคุมการรั่วไหลของข้อมูลผ่านเครื่องมือ GenAI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) มาใช้ในระบบป้องกันข้อมูลสูญหาย (DLP) เพื่อตรวจจับข้อมูลสำคัญที่อยู่ในรูปแบบของรูปภาพหรือไฟล์สแกน ซึ่งช่วยปิดช่องโหว่ที่ระบบตรวจจับข้อความแบบดั้งเดิมเข้าไม่ถึง

นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตยังได้ส่ง AI เอเจนต์ (AI Agents) เข้ามาสนับสนุนการทำงานทั่วทั้ง Security Fabric เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาและตั้งค่าระบบผ่านอินเทอร์เฟซแบบสนทนา (Conversational Interface) ช่วยลดภาระงานของบุคลากรด้านไอทีและลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดในการตั้งค่าระบบ (Human Error) ที่อาจนำไปสู่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้

FortiOS 8.0 ยังได้พัฒนาขีดความสามารถด้าน SASE (Secure Access Service Edge) ให้มีความก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว SASE Outpost ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยได้ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานและแอปพลิเคชันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวหรือโคโลเคชัน โดยยังคงรักษาการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ไว้บนคลาวด์

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอทางเลือก Sovereign SASE เพื่อตอบโจทย์ด้านอำนาจอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดของประเทศนั้นๆ โดยอนุญาตให้มีการควบคุมการจัดเก็บบันทึกข้อมูลและส่วนควบคุมระบบ (Control Plane) ภายในภูมิภาคที่กำหนดได้อย่างละเอียด

เพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีควอนตัม ฟอร์ติเน็ตได้บรรจุเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบ Quantum-Resilient Cryptographic Controls เข้าไว้ในระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้ โดยมีการใช้ใบรับรองหลังยุคควอนตัม เช่น ML-DSA สำหรับการยืนยันตัวตนและการสร้างกุญแจเข้ารหัส นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดระบบตรวจสอบ SSL เชิงลึกให้รองรับการแลกเปลี่ยนกุญแจแบบไฮบริด เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญจะยังคงได้รับความคุ้มครองสูงสุดแม้จะเข้าสู่ยุคที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมแพร่หลาย

“FortiOS 8.0 ไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ แต่เป็นการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางภูมิทัศน์ของภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยการลดความซับซ้อนเชิงสถาปัตยกรรมและการนำ AI มาใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืนในระยะยาว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...