ฟอร์ติเน็ต เปิดตัว FortiOS 8.0 ใช้ AI ผสานเครือข่ายไซเบอร์ซีเคียวริตี้
ฟอร์ติเน็ตประกาศรุกตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เปิดตัว FortiOS 8.0 ยกระดับเครือข่ายความปลอดภัยด้วยระบบควบคุม AI อัจฉริยะและเทคโนโลยี Quantum-Safe
วันที่ 1 เมษายน 2569 – ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ได้ประกาศเปิดตัว FortiOS 8.0 ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดที่เป็นแกนหลักสำคัญของ Fortinet Security Fabric ภายในงาน Fortinet Accelerate 2026
โดยนวัตกรรมใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การขยายขีดความสามารถของระบบ SASE ที่มีความยืดหยุ่นสูง และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในระดับที่สามารถต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum-Safe) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขององค์กรทั่วโลก
นายเคน เซีย ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟอร์ติเน็ต เปิดเผยว่า FortiOS 8.0 คือผลลัพธ์จากการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี ในการหลอมรวมเทคโนโลยีเครือข่ายและความปลอดภัยเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ท่ามกลางสภาวะการณ์ปัจจุบันที่องค์กรธุรกิจหันมาปรับใช้ AI และระบบคลาวด์เพิ่มมากขึ้น
ตลอดจนต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ซับซ้อน ดังนั้นการมีระบบปฏิบัติการแบบรวมศูนย์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความซับซ้อนของระบบ เพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นที่ครอบคลุม และขยายขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก
จุดเด่นสำคัญของ FortiOS 8.0 คือการนำเสนอความสามารถในการกำกับดูแลการใช้งาน Generative AI ภายในองค์กรอย่างปลอดภัย โดยมีฟีเจอร์ FortiView ที่ช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถมองเห็นการใช้งานแอปพลิเคชัน AI ทั้งที่ได้รับอนุญาตและกลุ่ม Shadow AI แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถระบุความเสี่ยงและควบคุมการรั่วไหลของข้อมูลผ่านเครื่องมือ GenAI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) มาใช้ในระบบป้องกันข้อมูลสูญหาย (DLP) เพื่อตรวจจับข้อมูลสำคัญที่อยู่ในรูปแบบของรูปภาพหรือไฟล์สแกน ซึ่งช่วยปิดช่องโหว่ที่ระบบตรวจจับข้อความแบบดั้งเดิมเข้าไม่ถึง
นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตยังได้ส่ง AI เอเจนต์ (AI Agents) เข้ามาสนับสนุนการทำงานทั่วทั้ง Security Fabric เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาและตั้งค่าระบบผ่านอินเทอร์เฟซแบบสนทนา (Conversational Interface) ช่วยลดภาระงานของบุคลากรด้านไอทีและลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดในการตั้งค่าระบบ (Human Error) ที่อาจนำไปสู่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้
FortiOS 8.0 ยังได้พัฒนาขีดความสามารถด้าน SASE (Secure Access Service Edge) ให้มีความก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว SASE Outpost ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยได้ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานและแอปพลิเคชันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวหรือโคโลเคชัน โดยยังคงรักษาการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ไว้บนคลาวด์
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอทางเลือก Sovereign SASE เพื่อตอบโจทย์ด้านอำนาจอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดของประเทศนั้นๆ โดยอนุญาตให้มีการควบคุมการจัดเก็บบันทึกข้อมูลและส่วนควบคุมระบบ (Control Plane) ภายในภูมิภาคที่กำหนดได้อย่างละเอียด
เพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีควอนตัม ฟอร์ติเน็ตได้บรรจุเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบ Quantum-Resilient Cryptographic Controls เข้าไว้ในระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้ โดยมีการใช้ใบรับรองหลังยุคควอนตัม เช่น ML-DSA สำหรับการยืนยันตัวตนและการสร้างกุญแจเข้ารหัส นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดระบบตรวจสอบ SSL เชิงลึกให้รองรับการแลกเปลี่ยนกุญแจแบบไฮบริด เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญจะยังคงได้รับความคุ้มครองสูงสุดแม้จะเข้าสู่ยุคที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมแพร่หลาย
“FortiOS 8.0 ไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ แต่เป็นการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางภูมิทัศน์ของภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยการลดความซับซ้อนเชิงสถาปัตยกรรมและการนำ AI มาใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืนในระยะยาว”