โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ธนรัช’ ซัดวิกฤต PM 2.5 กัดกินเศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิตคนไทย ชงแก้ปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ

The Reporters

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 08.41 น.

‘ธนรัช’ ร่วมเสนอญัตติด่วน แก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ฝาก 3 ข้อเสนอ ระยะสั้น ทำงานเชิงรุก หนุนอุปกรณ์ สวัสดิการคนหน้างาน - ระยะกลางสร้างพื้นที่ปลอดภัย บังคับใช้กฎหมายพร้อมมีทางแก้รองรับ ขณะระยะยาว ต้องยกเป็นวาระแห่งชาติ ใช้ กต. - ก.พณ. เจรจาประเทศที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (1 เม.ย. 69) ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานในการประชุม เพื่อเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องของปัญหาฝุ่น PM 2.5

นายธนรัช จงสุทธานามณี สส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า ทุกคนทราบดีว่าปัญหานี้คือวิกฤตสำคัญของชาติที่กำลังกัดกินทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และลมหายใจของประชาชน ทุกวันนี้ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่เป็นสีม่วง ซึ่งเป็นอันตรายต่อคนในทุกกลุ่ม เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนทำงาน หรือคนที่แข็งแรง ก็ไม่มีใครปลอดภัย และเราทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ดี ลองจินตนาการดูว่าเราหายใจเอาอากาศเข้าไปทุกวัน สูดเอาสารพิษเข้าไปด้วยในปอดของเรา สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขการสูดดมสารพิษ คือตัวเลขชีวิต

นายธนรัช กล่าวว่า จากงานวิจัยฝุ่น PM 2.5 ทำให้ค่าเฉลี่ยชีวิตคนไทยสั้นลง 2 ปี แต่ในจังหวัดเชียงราย อาจสูงกว่านั้นเกือบสองเท่า หมายความว่า ประชาชนในหลายพื้นที่กำลังถูกพรากเวลาในชีวิตไปเกือบ 4 ปี ไม่นับรวมความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจากการที่หลาคนต้องแบกรับอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ส่วนด้านเศรษฐกิจปัญหาไฟป่าได้ทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติไป ด้านการท่องเที่ยวปัญหาหมอกควันพิษ ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก แทนที่จะได้มีโอกาสมาทำรายได้เข้าประเทศแต่วันนี้ไร้นักท่องเที่ยวเพราะคงไม่มีใครอยากควักเงินในกระเป๋าเพื่อมาสูดดมสารพิษ

นายธนรัช กล่าวต่อว่า คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือคนที่มีทางเลือกน้อยที่สุด ประชาชนหลายคนทำงานในพื้นที่กลางแจ้ง ก็ไม่มีโอกาสทำอย่างอื่น นอกจากก้มหน้าก้มตารับสภาพไป บางคนขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่มีโอกาสเข้ามาในอาคารที่มีเครื่องฟอกอากาศ ตนเองลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย ได้เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงหลายคน ไม่มีเครื่องป้องกันที่ดีพอ ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ หรือหน้ากากอนามัย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดใจที่เราต้องมาเผชิญปัญหานี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

”สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมาระบายความโกรธเกลียดใส่ใคร แต่สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้ คือการหาทางออกร่วมกัน ว่าจะร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤตในครั้งนี้ได้อย่างไร“ นายธนรัช ระบุ

นายธนรัช ยังฝากข้อเสนอ 3 ระยะไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ได้แก่ ระยะสั้น อยากเห็นการทำงานที่เป็นการทำงานเชิงรุก ปกป้องกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนคนทำงาน เรื่องนี้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันทีในหลายเรื่อง ขอวิงวอนให้รัฐบาลดูแลคนด่านหน้า คนในแต่ละหมู่บ้าน อยากช่วยกันแก้ไขปัญหา แต่เขาขาดทรัพยากร ทั้งเสื้อ อาหาร น้ำ และทุนทรัพย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่อยู่ด้านหน้า แม้กระทั่งน้ำดื่มก็ไม่มีด้วยซ้ำ จึงอยากให้ช่วยระดมเครื่องมือและอุปกรณ์ไปช่วยเหลือด่านหน้า รวมถึงสวัสดิการด้วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับหลายคนที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปดูแลอากาศสะอาดให้กับพวกเรา

นายธนรัช กล่าวว่า ขอให้ช่วยสนับสนุนท้องถิ่นให้มีทรัพยากรเพียงพอ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ และไม่มีใครรู้ปัญหาในพื้นที่ดีเท่ากับท้องถิ่น หากรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือให้แต่ละท้องถิ่นทำงานประสานงานกันกับผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน อสม. สามารถกำหนดมาตรการความช่วยเหลือที่มีความจำเพาะ และสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ในระยะสั้นนี้ได้

อยากขอให้ช่วยดูแลกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ อาจทำงานผ่านกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ เช่น ค่าฝุ่นเกินกรอบที่กำหนด โรงเรียนควรมีอำนาจในการบริหารจัดการ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ให้งดจัดกิจกรรมกลางแจ้งได้เลย การแจ้งเตือนให้ผู้ปกครองทราบแบบเรียลไทม์ และรัฐมนตรีสามารถใช้กลไกกระทรวงในการดูแลประชาชนแต่ละพื้นที่ได้

นายธนรัช ระบุว่า ระยะกลาง อยากให้มีการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ปรับเปลี่ยนโครงสร้างแรงจูงใจด้วยเพื่อตั้งเป้าหมายการลดฮอตสปอตที่มีกว่า 4,000 จุดทั่วประเทศในวันนี้ อยากให้สเกลอัพพื้นที่ปลอดภัย ตั้งเป้าสร้างห้องแรงดันบวกในโรงเรียน อาจใช้กลไกอาชีวศึกษา ช่วยกันติดตั้งบำรุงรักษา ควรทำให้สังคมมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลสอดส่องในแต่ละพื้นที่ ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของอากาศสะอาด และป่าไม้ร่วมกัน รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องมีความชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ภายใต้กติกาเดียวกัน ไม่ใช่การผลักภาระให้กับใครคนใดคนหนึ่ง หากจะเอาผิดคนเผาเพื่อการเกษตร หรือเพื่ออุตสาหกรรมตนเองคิดว่าควรมีมาตรการรองรับให้เขาเหล่านั้นด้วย มีการสนับสนุนด้านต้นทุน และประชาสัมพันธ์ถึงแนวทางการดำเนินการที่ถูกต้อง ให้เป็นรัฐสนับสนุนมากกว่ารัฐบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนระยะยาว เรื่องนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ และต้องถูกบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบาย ต้องมีการเจรจาระดับภูมิภาค ระดับประเทศที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ สามารถใช้กลไกการเจรจาทางการทูตเข้ามาเจรจากับกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านใช้ทั้งแรงจูงใจเชิงบวก และเชิงลบ กำหนดเงื่อนไขในการเจรจากำหนดวิธีการเจรจาที่เป็นรูปธรรมได้ อาจเป็นเรื่องค่าธรรมเนียม และอยากให้พิจารณาควบคู่กับมาตรการการลดการพึ่งพาสินค้าที่มีห่วงโซ่อุปทานเกี่ยวกับการเผาในประเทศเพื่อนบ้านด้วย เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งหลักการนี้เคยใช้มาแล้วในการเจรจาภาษีทรัมป์ ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวโดยหาทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการส่งออกให้กับสินค้าไทย เป็นข้อได้เปรียบหนึ่งในการเจรจาได้

นายธนรัช กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองพูดในฐานะผู้แทน และประชาชนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการเผาหนักมากจริง ๆ อยากจะขอส่งกำลังใจให้กับคนทำงาน เพราะหลายคนทำงานหนักมากในวันนี้ หลาย ๆ คนไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และขอวิงวอนไปยังผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องกล้าตัดสินใจ การนำข้อเสนอในที่ประชุมวันนี้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป

“ขอคืนอากาศบริสุทธิ์ คืนเศรษฐกิจที่ดี และคืนอนาคตที่สดใสให้กับลูกหลานของเรา ให้คนไทยหายใจได้อย่างเต็มปอดอีกครั้ง” นายธนรัช กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...