สมาคมฯ ประกาศ ศรีสะเกษ - ขอนแก่น - พระนครศรีอยุธยา - ระยอง เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ คิงส์ คัพ
ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีแผนในการนำทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ออกไปจัดแข่งขันในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายในการนำกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งสู่เมืองต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างความภาคภูมิใจในการจัดกิจกรรมที่แต่ละจังหวัดจัดขึ้นมา
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานถ้วยรางวัล "คิงส์คัพ" สำหรับการแข่งขันฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัล "คิงส์ คัพ" ในการแข่งขันฯ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565 เป็นต้นมา
ปัจจุบันจึงนับว่าถ้วยพระราชทานนี้มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 52 จะจัดขึ้นในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน เป็นการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม
โดยการเปิดรับข้อเสนอการเป็นเจ้าภาพ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ปรากฏว่ามี 4 จังหวัด ที่ยื่นความจำนงเสนอตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ภายใต้เงื่อนไขที่สมาคมฯ แจ้งไว้ก่อนหน้านี้คือจะต้องมีความพร้อมพื้นฐานตามเกณฑ์ต่าง ๆ ของแมตช์นานาชาติ ตามข้อกำหนดของฝ่ายจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย
จังหวัดศรีสะเกษ : สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
จังหวัดขอนแก่น : สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา : สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดระยอง : สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง และ พีทีที ระยอง สเตเดียม
*จังหวัดนครราชสีมา ได้ส่งหนังสือยื่นขอถอนตัวในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ
สำหรับขั้นตอนต่อไป ฝ่ายจัดการแข่งขันสมาคมฯ จะนำรายชื่อเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา คัดเลือกจังหวัดที่มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันตามข้อกำหนด ในทุกมิติของฟุตบอล โดยเฉพาะคุณภาพการแข่งขัน กระแสฟุตบอลภายในจังหวัด การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ และประกาศแจ้งผลให้ทราบต่อไป