โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปตท.โชว์ข้อมูลน้ำมัน Real-Time ยันกระบวนการจัดส่งถึงปั๊มเพียงพอ

The Better

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 10.00 น. • THE BETTER
ปตท. เปิดแผน PTT IN ACTION รับมือวิกฤตพลังงานเร่งระบายสต็อก 265 ล้านลิตร ผ่าน 3 ช่องทางหลัก   ปรับสัดส่วนการผลิตน้ำมันเพิ่มดีเซล  ยันเตรียมแผนจัดหาน้ำมันดิบต่อเนื่องเดือนพ.ค.-มิ.ย.

รายงานบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจพลังงานปตท. และบริษัทในกลุ่มรายงานข้อมูลปริมาณและราคาน้ำมันตามข้อกำหนดต่อหน่วยงานรัฐมาอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบด้านพลังงานไปทั่วโลก ปตท. มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงพลังงาน โดยยึดหลัก “มั่นคง โปร่งใส เพื่อประเทศไทย” ให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประเทศและประชาชน พร้อมเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้กลุ่ม ปตท.บริหารจัดการและกระจายความเสี่ยงในการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแห่งทั่วโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพลังงานอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยมีรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการพลังงานของกลุ่มปตท.ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) แบบ Real-Time ผ่านเว็บไซต์ ปตท. https://www.pttplc.com ได้แล้ววันนี้ โดยประกอบด้วยข้อมูลปริมาณน้ำมันในระบบ การจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตของโรงกลั่นน้ำมัน การขนส่งและกระจำยน้ำมัน รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

สำหรับแผน PTT IN ACTION ทางโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. มีแนวทางในการปรับแผนการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำมันดีเซลของประเทศอย่างเร่งด่วน ดังนี้

-การเพิ่มระดับการเดินเครื่องโรงกลั่นเต็มศักยภาพถึง 105% (เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569)

-การปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Yield): มีการปรับสัดส่วนการผลิตเพื่อเร่งผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านลิตรต่อวัน (เพิ่มขึ้น 7.5%) โดยเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2569 ปริมาณการผลิตดีเซลอยู่ที่ 51.6 ล้านลิตรต่อวัน

- การลดการผลิตน้ำมันอากาศยาน: เพื่อให้สามารถผลิตดีเซลได้มากขึ้น โรงกลั่นได้ตัดสินใจลดสัดส่วนการผลิตน้ำมันอากาศยานลง แม้ว่าจะต้องยอมแบกรับค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ (Opportunity Cost) เพื่อมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นวาระเร่งด่วน

ขณะเดียวกันโรงกลั่นน้ำมันในกลุ่มปตท.ได้ระบายสต๊อกน้ำมันดีเซลเพื่อช่วยเพิ่มตลาด และรองรับวิกฤตโดยมีสต๊อกดีเซล ณวันที่ 29 มี.ค.อยู่ที่ 265 ล้านลิตร เพื่อรอการจัดส่งทางท่อ

โดยการระบายสต็อกและจ่ายน้ำมันดีเซลผ่าน 3 ช่องทางหลัก เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และ Jobber ดังนี้:

- ทางรถ: จ่ายปริมาณ 23.0 ล้านลิตรต่อวัน

- ทางท่อ: จ่ายปริมาณ 14.2 ล้านลิตรต่อวัน

- ทางเรือ: จ่ายปริมาณ 14.1 ล้านลิตรต่อวัน

รวมทั้งสิ้น มีการจ่ายน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นรวม 51.3 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะที่ในส่วนของ OR มีสถิติการจำหน่ายน้ำมันดีเซลในช่วงวันที่ 1-29 มีนาคม 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 32.7 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 19% (เทียบกับค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ 27.5 ล้านลิตรต่อวัน)

นอกจากยอดจำหน่ายทั่วไปแล้ว กลุ่ม ปตท. ยังคงจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้แก่ Jobber ประจำในปริมาณปกติ โดยยอดจำหน่ายเฉพาะส่วนนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 4.75 ล้านลิตร

ทั้งนี้ การจ่ายน้ำมันในปริมาณที่สูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่กลุ่ม ปตท. เพิ่มการเดินเครื่องโรงกลั่นขึ้นเป็น 105% และปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อเร่งผลิตดีเซลเพิ่มขึ้นอีก 3.6 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานและตอบสนองความต้องการของประชาชนในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. ได้เตรียมแผนดำเนินการต่อเนื่องสำหรับการจัดหาน้ำมันดิบในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2569 ไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่องจากแผนการจัดหาของเดือนเมษายน โดยมีแนวทางและรายละเอียดการดำเนินงานดังนี้

1.การจัดหาต่อเนื่องและหลากหลาย: กลุ่ม ปตท. มีแผนจัดหาน้ำมันดิบทดแทนที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตหรือสภาวะสงคราม โดยบริหารจัดการแหล่งจัดหาที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และพร้อมรับภาระต้นทุนส่วนเพิ่ม (Premium) รวมถึงค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่อาจสูงขึ้นเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำมันที่เพียงพอ

2.วางแผนบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือให้มีความคล่องตัว เช่น การปรับเส้นทางผ่านทะเลแดงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความต่อเนื่องของ Supply น้ำมันดิบเข้าสู่ประเทศ

3. มุ่งเน้นการบริหารจัดเก็บน้ำมันดิบสำรองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้เป็น Buffer รองรับแผนการเดินเครื่องของโรงกลั่นและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในทุกสถานการณ์

4. มีการจัดทำ Workshop ร่วมกันระหว่างโรงกลั่นและ OR เพื่อวางแผนบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งด้านการจัดหา (Supply), ความต้องการ (Demand) และการขนส่ง (Logistics) โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลที่อาจมีความต้องการใช้พลังงานสูงผิดปกติ,

5. โรงกลั่นได้เตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่องทางการเงินล่วงหน้า เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและต้นทุนที่อาจสูงขึ้นในช่วงเดือนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการดำเนินการทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้หลักความโปร่งใส โดยมีการปฏิบัติตามสัญญามาตรฐาน กติกาสากล และมีการรายงานปริมาณสำรองรวมถึงการเคลื่อนไหวของสต็อกน้ำมันต่อหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...