โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไซโบสุ อิงค์ นำ Kintone ลุยไทยรับเทรนด์คลาวด์โตกระโดด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 16.24 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 09.24 น.

ไซโบสุ อิงค์ ปักหมุดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นยุทธศาสตร์หลัก อัดฉีดงบลงทุนหนุนไทย-มาเลเซีย รับอานิสงส์เศรษฐกิจดิจิทัล AI โตกระโดด

วันที่ 1 เมษายน 2569 - ไซโบสุ อิงค์ (Cybozu Inc.) ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์และบริษัทแม่ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์โซลูชันระดับโลกจากญี่ปุ่นอย่าง Kintone ประกาศยกระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นเป็นพื้นที่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงสุดสำหรับการลงทุนในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจในประเทศไทยและมาเลเซียเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างการลงทุนที่สะท้อนถึงการโยกย้ายเม็ดเงินจากตลาดที่อิ่มตัวไปสู่ตลาดเกิดใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรุนแรง

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและฝ่ายบริหารที่มีต่อภูมิภาคนี้ เกิดขึ้นภายหลังการเปิดเผยผลประกอบการประจำปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งบริษัทสามารถสร้างสถิติรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 37,430 ล้านเยน (ประมาณ 240.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากผลประกอบการของแพลตฟอร์ม Kintone ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 33.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ แรงส่งทางธุรกิจยังมีความต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2569 โดยในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว บริษัทมียอดขายรวมถึง 3,367 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 17.0% ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความสามารถในการสร้างรายได้หมุนเวียน (Recurring Revenue) จากบริการระบบคลาวด์ที่มีเสถียรภาพสูง

นายโยชิฮิสะ อาโอโนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไซโบสุ อิงค์ ได้ให้ทัศนะเชิงนโยบายว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยนอกเหนือจากสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจดั้งเดิมแล้ว บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงสุดในประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีพลวัตการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเป็นรูปธรรม และมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการขยายตัวของซอฟต์แวร์ในระดับมหภาค

ในมิติของศักยภาพการแข่งขัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกจัดลำดับให้เป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของกลุ่มบริษัท ด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้สมัครใช้บริการที่ 13.4% ซึ่งสภาวะดังกล่าวมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศพัฒนาแล้วที่เข้าสู่ภาวะอิ่มตัว (Mature Market) และมีต้นทุนการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการเติบโตคงที่และเริ่มชะลอตัวลง

ความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุดในเชิงสถิติ คือยอดขายของ Kintone ที่ทะลุระดับ 21,680 ล้านเยน (138.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือขยายตัว 33% โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มียอดการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 300% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี (พ.ศ. 2567-2568) เพื่อเป็นการขยายผลความสำเร็จดังกล่าว ไซโบสุได้ดำเนินการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นจำนวน 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงานในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการสอดประสานกับนโยบายรัฐบาลไทย ทั้งยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (พ.ศ. 2565–2570) และโมเดลเศรษฐกิจประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

นายน้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการ Kintone Thailand ระบุว่า การเติบโตของบริษัทเป็นดัชนีชี้วัดถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มุ่งมั่นจะลดช่องว่างทางดิจิทัลและสร้างนวัตกรรมจากฐานราก ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับประเทศ ทั้งนี้ Kintone ได้รุกตลาดเชิงลึกในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต การค้าส่ง โลจิสติกส์ และการบริการ โดยปรับเปลี่ยนระบบการทำงานแบบดั้งเดิมไปสู่เวิร์กโฟลว์ดิจิทัลที่รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ในระดับองค์กร

อย่างไรก็ตาม ไซโบสุ อิงค์ ไม่ได้จำกัดขอบเขตการขยายตัวเพียงแค่ในเอเชีย แต่ยังมีแผนยุทธศาสตร์ที่จะนำโมเดลความสำเร็จในระดับภูมิภาคไปประยุกต์ใช้ในตลาดโลก โดยเริ่มเห็นสัญญาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบพาร์ทเนอร์ที่เน้นโซลูชันดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุค Next Normal ทั่วโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...