โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัดเกล้า ชงตั้ง กรมคชสาร ดูแลช้างป่า-แก้กฎหมาย-ปลดล็อกงบท้องถิ่น

Khaosod

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 05.50 น.
รัดเกล้า ชงตั้ง กรมคชสาร ดูแลช้างป่า-แก้กฎหมาย-ปลดล็อกงบท้องถิ่น

สภาฯ ถก ปัญหาช้างกับคน “รัดเกล้า” เสนอตั้ง กรมคชสาร ดูแลช้างป่า-แก้กฎหมาย-ปลดล็อกงบท้องถิ่น อย่าให้สังคมครหา ช้างกาบัตรเลือกตั้งไม่ได้ นักการเมืองจึงไม่ให้ความสำคัญ

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม หลังการหารือเสร็จสิ้นได้เข้าสู่วาระการประชุม ได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี

จากนั้น พิจารณาญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยื่น เสนอโดย นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นการพิจาณณาญัตติแรกในสภาชุดที่ 27 และรวมอีก 2 ญัตติ ที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ แต่มีเนื้อหาในทำนองเดียวกัน นำมาพิจารณาไปในคราวเดียวกัน

นางรัดเกล้า อภิปรายว่า จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 240 คนและบาดเจ็บกว่า 200 คนจากการทำร้ายของช้าง ขณะเดียวกันการสูญเสียช้าง พื้นที่ป่าจากเดิมที่มีพื้นที่อยู่ที่ 53.5% ตอนนี้เหลืออยู่ที่ 21.9% ในรอบ 10 ปี และมีช้างตายประมาณ 170 ตัว

ซึ่งการตายของ”สีดอหูพับ”ทำให้เราได้เห็นว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเศร้าโศกเสียใจ และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และแม้สภาฯ จะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญไปแล้ว ทั้งในสภาฯ ชุดที่ 25 และชุดที่ 26 เพื่อศึกษาหาทางออกให้กับคนอยู่ร่วมกันกับช้าง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงควรจะมีการศึกษาต่อ

“จึงขอให้ตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาเป็นการแก้ปัญหาแบบขอไปที่ ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เห็นว่ารัฐบาลปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า การตายของคนและช้างเป็นใบเสร็จที่ยืนยันชัดว่า ความไร้ประสิทธิภาพของการบริหารมีอยู่จริง

ล้มเหลวในการวางนโยบายแบบแยกส่วน ในเรื่องอำหน้าหน้าที่ซ้ำซ้อนและกระจาย การแก้ปัญหาช้างไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายกรม ที่ต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดการขาดเจ้าภาพดำเนินการ” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ขอเสนอให้จัดตั้ง “กรมคชสาร” หรือองค์กรช้างป่าแห่งชาติ ให้เป็นองค์การเฉพาะทางดูแลช้างป่า ดูแลสวัสดิภาพช้างป่าทั่วประเทศอย่างครบวงจร และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ โดยให้นายกฯ นั่งเป็นประธาน และให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดการทำงานที่บูรณาการร่วมกันอย่างมีเอกภาพ

และการแก้ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เพื่อปลดล็อกงบท้องถิ่น ให้มีการกระจายอำนาจถ่ายโอนภารกิจให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถออกระเบียบใช้เงินของตัวเองได้

นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและขาดความต่อเนื่อง ในเรื่องมาตรการควบคุมประชากรช้าง ด้วยวัคซีนคุมกำเนิด ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าใจว่าวัคซีนคุมกำเนิดไม่ใช่ยาสารพัดนึกที่จะแก้ปัญหาเรื่องช้างได้เพราะพฤติกรรมของช้างในแต่ละพื้นที่ต่างกันหากไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการมา เพื่อจะศึกษาผลักดันอย่างต่อเนื่อง นโยบายนี้จะกลายเป็นเพียงแค่การลองผิดลองถูกบนชีวิตของคนและช้างเท่านั้น

ที่สำคัญวัคซีนคุมกำเนิดสามารถคุมกำเนิดช้างได้ถึง 7 ปี ทำให้ประชาชนบางกลุ่มกังวลใจว่าอาจทำให้ช้างสูญพันธุ์ได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนเข้าใจ และรัฐบาลก็ต้องเข้าใจด้วยว่าวัคซีนนี้เป็นเพียงแค่การซื้อเวลา 7 ปี เพื่อให้รัฐแก้ปัญหาที่เป็นเชิงโครงสร้าง วางแผน และจัดการแก้ปัญหาเชิงระยะยาวได้ ก่อนที่ช้างจะกลับมาขยายพันธุ์อีกครั้ง แต่เราต้องไปอีก 7 ปีถึงจะเกิดผล

ถ้าเราไม่มีการตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการทำงานของประเทศไทยไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ แต่จะนำไปสู่ความสำเร็จจริงๆ

นางรัดเกล้า กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ในเรื่องปลอกคอจีพีเอสช้าง ที่กรมอุทยานแห่งชาติระบุว่ามีอยู่ 48 ตัว ขณะที่ช้างมีอยู่ 4 พันกว่าตัว ปัญหาคือเราไม่มีงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายดาวเทียมติดตามช้าง จึงทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้มีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ด้วย

รวมถึงข้อจำกัดด้านระเบียบของกฎหมายที่ไม่มีความสอดคล้องและครอบคลุมเต็มที่ คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทารุณกรรมสัตว์ ไม่ได้มีระบุถึงความเครียดรุนแรงที่เกิดกับสัตว์จากการกระทำของมนุษย์ และพ.ร.บ.ป้องกันและการทารุณกรรม การจัดสวัสดิภาพสัตว์ ปี 2557 ไม่ครอบคลุมไปถึงสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า และขอให้มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สำหรับรักษาช้างป่า ปี 2464 ที่มีอายุ 100 ปี เพื่อให้มีการคุ้มครองและทารุณกรรมช้าง

“เรากำลังยืนอยู่บนทางแพ่งที่สำคัญ เป็นจุดวัดใจว่าสภาแห่งนี้เป็นผู้แทนฯ หรือเป็นเพียงแค่ตรายางให้กับการทำงานแบบไซโลของราชการไทย เราต้องไม่ยอมให้งานวิจัยและข้อเสนอต่างๆ ติดกับดักการทำงานของรัฐไทย จนไม่เกิดสัมฤทธิ์ผลในการแก้ปัญหา เป็นสภาวะอัมพาตทางการบริหาร

กฎหมายแยกช้างออกจากวิถีชีวิตคนอย่างเด็ดขาด ผลที่ตามมาคือการบริหารจัดการที่ไร้ทิศทาง ขาดคนรับผิดชอบความปลอดภัยของคนและช้างก็ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งกุญแจดอกสำคัญ คือระหว่างกระทรวงต้องหาทางออกที่ยั่งยืน

ดังนั้น วันนี้คือวันวัดใจ ต้องลบคำครหาของสังคมว่านักการเมืองไทย ไม่จริงจังแก้ปัญหา ทำแบบปีต่อปีเท่านั้น ช้างมันกาบัตรเลือกตั้งให้ไม่ได้ นักการเมืองไทยเลยไม่ให้ความสำคัญ” นางรัดเกล้า กล่าว

จากนั้น เปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัดเกล้า ชงตั้ง กรมคชสาร ดูแลช้างป่า-แก้กฎหมาย-ปลดล็อกงบท้องถิ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...