โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัด tier list สวัสดิการจากโพสต์รับสมัครงาน

The MATTER

เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 09.23 น. • Lifestyle

ถ้าจะบอกว่า ช่วงนี้ชาวเน็ตเป็นนักจัดอันดับก็คงไม่ผิดนัก เพราะไม่ว่าจะเลื่อนผ่านฟีตบนโซเชียลไปทางไหน ก็ล้วนเจอแต่เหล่าคนในแวดวงต่างๆ หยิบเรื่องราวรอบตัวมาจัดเทียลิสต์แบ่งคลาสกัน อันนู้นดี ส่วนอันนี้ก็พอใช้ หากใครอยากรู้เรื่องราวของวงการไหน ก็ลองไปเลื่อนหากันได้เลย

แต่สำหรับชาวออฟฟิศอย่างเราๆ หนึ่งในเรื่องที่น่าหยิบมาจัดอันดับเสียเหลือเกิน นั่นคือสวัสดิการต่างๆ ในออฟฟิศ เชื่อว่าแต่ละคนก็คงมีสวัสดิการเด็ดๆ หรือบางคนก็อาจเคยพบเจอสวัสดิการสุดแสนประหลาดโผล่ตามประกาศรับสมัครงานอย่างแน่นอน เอาล่ะ ไหนๆ ชาวเน็ตก็ชอบจัดอันดับนัก The MATTER ก็ขอมาลองจัดอันดับกับเขาดูหน่อยละกัน

จัดว่าเด็ดครับ

มาเริ่มกันที่อันดับแรก ‘จัดว่าเด็ดครับ’ ขอรวบรวมสวัสดิการที่ชวนให้คนทำงานอย่างเราๆ อึ้งกันสักเล็กน้อย ซึ่งอึ้งในที่นี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่เป็นสวัสดิการที่อยู่เหนือความคาดหมายไปอีกขั้น ด้วยสวัสดิการที่ทำให้คนทำงานอย่างเรารู้สึกเหมือนได้รับการปฏิบัติอย่างดี เพราะนายจ้างหลายคนอาจมองว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานสามารถลุยงานกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้มากขึ้น

เลี้ยงข้าวกลางวัน: ทุกวันนี้เวลาไปทำงานแต่ละที ก็ต้องเสียค่าอาหารกลางวันแบบจุกๆ ยิ่งออฟฟิศใครอยู่ย่านใจกลางเมืองที่ค่าครองชีพสูงทะลุเงินเดือนด้วยแล้ว จะควักจ่ายค่าข้าวแต่ละทีมีเหงื่อตกแน่นอน ฉะนั้น ถ้าออฟฟิศใจดีถึงขั้นเซฟเงินส่วนนั้นของเรา ด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันให้ ก็บอกได้คำเดียวว่า ‘จัดว่าเด็ดครับงานนี้’ ลาพักร้อนไม่จำกัด: คนทำงานอย่างเราๆ เข้าใจหัวหน้าทุกอย่าง จะลาบ่อยๆ เขาก็คงกังวลเรื่องงานที่อาจไม่เสร็จ แต่การปิดหน้าจอ แล้วออกไปพักผ่อน มันก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันช่วยเติมเต็มไฟในการทำงานให้เราไม่น้อย ถ้าออฟฟิศไหนมีลาพักร้อนแบบไม่จำกัด ก็อาจดีต่อใจพนักงาน แล้วมันก็อาจดีต่อผลงานที่ออกมาด้วย มีงบสำหรับการเรียนรู้: ไม่เกินจริงเลย หากจะบอกว่า ‘การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด’ แถมมันยังเป็นบ่อเกิดแห่งการพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ ด้วย ออฟฟิศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ทั้งการมีงบให้ซื้อหนังสือ หรือมีงบสำหรับจ่ายค่าคอร์สเรียนพัฒนาตัวเอง ล้วนเป็นสวัสดิการสำคัญที่อาจช่วยขัดเกลาพนักงานให้เก่งขึ้น เพื่อให้พวกเขาลงสนามทำงานที่ท้าทายต่อไปในอนาคตได้มากขึ้นด้วย มีวันลาพักใจ: ฟังดูแล้ว หลายคนน่าจะสงสัย เราจะอยากมีวันลาพักใจไปทำไมนะ? แต่เอาเข้าจริง เวลามนุษย์เราเจอเรื่องเศร้าหรือเรื่องสะเทือนใจ ก็อยากได้เวลาฮีลใจกับตัวเองสักระยะหนึ่ง ทั้งการจากไปของคนใกล้ตัว การสูญเสียสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รัก หรือกระทั่งการต้องเลิกรากับใครสักคนที่เราผูกพัน ล้วนส่งผลต่อใจให้กับเราไม่น้อย และเมื่อเราเป็นทุกข์ ก็อาจทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น คงจะดีไม่น้อย ถ้าออฟฟิศจะมีโควต้าวันลาให้เราได้กลับไปพักใจบ้าง หลังกลับมาจะได้มาลุยงานกันต่ออย่างเต็มที่

ชอบครับ

ต่อกันที่อันดับถัดไป ‘ชอบครับ’ จะรวบรวมสวัสดิการที่เป็นของดีและของแรร์ประจำแต่ละออฟฟิศ ซึ่งเชื่อว่า ถ้าออฟฟิศมีสวัสดิการเหล่านี้มาให้ ก็น่าจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้แก่ชาวออฟฟิศทั้งหลายอย่างแน่นอน

มีงบด้านสุขภาพ: บางคนทำงานหน้าจอทั้งวัน จะลุกจะนั่งทีร่างกายก็ส่งเสียงร้องดังกรอบแกรบ ถ้าออฟฟิศไหนมีงบด้านสุขภาพให้แก่พนักงานล่ะก็ บอกเลยว่าฟินแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น งบสำหรับค่านวด ค่ากายภาพบำบัด หรือแม้แต่ค่าพบนักจิตวิทยา ในกรณีที่งานอาจสร้างความเครียดและความวิตกกังวลให้คนทำงาน การมีงบด้านสุขภาพรองรับ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของบริษัทต่อคนทำงานไม่น้อยเลย ขนม/เครื่องดื่ม ไม่จำกัด: คงจะดีถ้าขณะนั่งทำงานเครียดๆ แล้วจะได้ช็อคโกแลตสักแท่งหรือขนมคบเคี้ยวสักห่อมาผ่อนคลายกันบ้าง ถ้าออฟฟิศไหนมีสวัสดิการที่ให้คนทำงานหยิบขนมหรือเครื่องดื่มได้ไม่อั้น งานนี้ ‘ชอบครับ’ แน่นอน เพราะแม้จะเป็นของเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็ช่วยเติมพลังให้เรากลับไปลุยงานได้เต็มที่เหมือนกัน ผ้าอนามัยหยิบใช้ฟรี: ผู้มีประจำเดือนทุกคนคงจะเข้าใจกันดี บางทีประจำเดือนก็อาจมาแบบไม่ทันตั้งตัว แม้เราจะนับวันมาอย่างดี เตรียมรับมือมาพร้อม แต่ก็อาจตกหล่นหรือพลาดกันได้ ดังนั้น การมีผ้าอนามัยฟรีรองรับพนักงาน จึงเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่หากมี ก็คงเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน

โอเคครับ

ในอันดับนี้ เราจะพามาดูสวัสดิการที่หากออฟฟิศมีให้กับเราก็เป็นเรื่องดี เพราะมันก็ซัปพอร์ตคนทำงานได้ในแง่ใดแง่หนึ่ง ถึงอย่างนั้น หากไม่มีก็อาจไม่เป็นไร แค่ขอแอบนอยเล็กๆ เพราะบางอันในนี้ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ชาวออฟฟิศหลายคนต้องการอยู่

เบิกค่าเดินทางได้: ถ้าไม่ใช่งานที่ต้องออกไปเจอลูกค้าหรือเดินทางบ่อยๆ สวัสดิการเบิกค่าเดินทางได้ ก็อาจไม่ได้จำเป็นเท่าไหร่ แต่สำหรับตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องพบปะผู้คนนอกสถานที่เป็นประจำ อาจขอวอนบริษัทช่วยสนับสนุนค่าเดินทางให้จะดีกว่า เพราะทุกการออกไปข้างนอกก็ใช่จะเป็นกิจธุระส่วนตัวเสียเมื่อไหร่ ทั้งหมดก็ทำงานให้แก่องค์กรทั้งนั้น Outing ประจำปี: การมี Outing ประจำปี คงเป็นสวัสดิการที่หลายคนคาดหวัง เพราะการได้หยุดงานและออกไปพักผ่อนสามารถช่วยเติมพลังให้แก่เหล่าคนทำงานได้จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น คนที่เป็นคนรักสันโดษ หรือ introvert หน่อยๆ ก็อาจไม่ได้อยากไปเที่ยวกับคนอื่นในออฟฟิศเท่าไหร่นัก ดังนั้น คงเป็นเรื่องดีถ้าจะมีสวัสดิการแบบนี้ และคงจะดียิ่งขึ้น หากมีระบบสมัครใจให้คนที่ไม่อยากไปจริงๆ ด้วย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เชื่อว่าคนทำงานแบบเราๆ ก็ต้องเจอกับงานที่ได้เงินมากน้อยแตกต่างกันออกไป บางคนได้เงินมากหน่อย ก็สามารถมองหาช่องทางลงทุนต่อยอดได้ หากแต่บางคนที่ไม่ได้มีเก็บมากพอ ก็อาจต้องการการสนับสนุนจากบริษัท ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ จึงเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการตัวเลือก ที่หากองค์กรไหนมีก็จะช่วยสะสมเงินให้คนทำงานเผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้ ตรวจสุขภาพประจำปี: ในยุคสมัยที่ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้น การมีสวัสดิการอย่าง ‘การตรวจสุขภาพประจำปี’ ก็อาจช่วยซัปพอร์ตคนทำงานได้ เฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่ของค่าใช้จ่ายในการไปตรวจสุขภาพแต่ละปี อีกทั้ง การมีสวัสดิการนี้ยังสะท้อนถึงความห่วงใยและเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของคนทำงานด้วย ฉะนั้นแล้ว ถ้ามีเอาไว้สักหน่อยก็คงจะดีกว่า

อย่างงี้ก็ได้หรอ

ตรงตามชื่อเลยล่ะ สำหรับอันดับนี้ โดยสวัสดิการจำนวนไม่น้อยที่เหล่านายจ้างใส่เอาไว้ในประกาศรับสมัครงาน ก็แอบชวนตั้งคำถามไม่น้อย ว่าอะไรแบบนี้เขานับเป็นสวัสดิการกันด้วยหรอ

กีฬาสีประจำปี: ถ้าเป็นสมัยเรียน การมีกีฬาสีประจำปีก็อาจเป็นสิ่งที่ถูกใจวัยรุ่น เพราะเป็นช่วงที่จะไม่ค่อยมีการเรียนการสอน เหล่าเด็กกิจกรรมทั้งหลายก็จะตั้งตารอสนุกสนานกับการแข่งกีฬา แต่พอเป็นช่วงวัยทำงาน การแข่งกีฬาสี ก็อาจเป็นกิจกรรมที่หลายคนองเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่ได้ความสามัคคีปรองดองกันมากขึ้นแล้ว บางคนที่จริงจังมากเกิน อาจก่อกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างคนทำงานด้วยกันอีก ฉะนั้น หากบริษัทมีเวลาว่างจริงๆ อาจปล่อยให้พนักงานได้พักผ่อนใครพักผ่อนมัน คงจะเป็นเรื่องที่ถูกใจคนทำงานมากกว่า ทำงาน 5 วัน/สัปดาห์: ยุคสมัยที่หัวหน้าและองค์กรคาดหวังให้คนทำงานโปรดัคทีฟเกินร้อย ต้องคิดเรื่องงานและพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตลอด จนบางทีก็ลามไปถึงการต้องทำงานเกิน 5 วัน/สัปดาห์ ทีนี้แหละ บางบริษัทเลยเนียนแอบเอาสิ่งนี้มาใส่เป็นสวัสดิการ จนน่าจะทำให้หลายคนสงสัย การทำงาน 5 วัน แล้ว หยุดอีก 2 วัน กลายเป็นสวัสดิการไปแล้วหรอ

แม้กฎหมายจะกำหนดแค่เพียง ‘วันหยุดของลูกจ้างจะต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน’ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะอยากทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์เสียเมื่อไหร่ เพราะการได้มีวันพักผ่อนให้คนทำงานได้ผ่อนคลายบ้าง ก็อาจช่วยให้พวกเขากลับมาลุยงานกันอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นได้

ครับ…

ขอประทานโทษนะครับ สวัสดิการด้านล่างนี้จะไม่ถูกนับเป็นสวัสดิการ เพราะทั้งหมดนี้ มันคือสิ่งที่กฎหมายกำหนดมาแล้ว!

มีประกันสังคมให้: ตามประกาศรับสมัครหลายแห่ง เริ่มมีคนเนียนเขียนให้ประกันสังคมกลายเป็นสวัสดิการสำหรับคนทำงานไปแล้ว สำหรับใครที่ไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมายก็อาจหลงดีใจ เจ้านายใจดีจัง ช่วยเหลือเราด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้ว นายจ้างต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมให้เราส่วนหนึ่งตามกฎหมายอยู่แล้ว ขณะที่คนทำงานอย่างเราๆ ก็ต้องส่งอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน

โดยกฎหมายระบุเอาไว้ว่า “นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง พร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนด้วยกับทางประกันสังคม โดยต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีการจ้างงาน” แถมถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมให้กับลูกจ้าง นายจ้างจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้วย

ฉะนั้นแล้ว หากเห็นอะไรแบบนี้อยู่ในสวัสดิการก็อาจแอบปักธงแดงกับบริษัทนี้ไว้เล็กๆ ในใจได้เลย เพราะแค่ประกาศรับสมัครเขาก็มีลูกเล่นกับเราแล้ว มีพักกลางวันให้: “โหดีจังเลยนา ออฟฟิศมีพักกลางวันให้ด้วย” ยัยนาอย่าเพิ่งดีใจไป ถ้าออฟฟิศจะมีเวลาพักกลางวันมอบเป็นสวัสดิการพิเศษให้ เพราะแท้จริงแล้ว พักกลางวันเขาเป็นข้อบังคับทางกฎหมายอยู่แล้วจ้ะ โดยกฎหมายระบุเอาไว้ว่า “ในวันที่มีการทำงานให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง” ทั้งนี้นายจ้างกับลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักน้อยกว่าครั้งละ 1 ชั่วโมง ก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าครั้งละ 20 นาทีและเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง

เอาเป็นว่ารอบหน้าถ้าบริษัทไหนนำเสนออย่างภาคภูมิใจว่า พวกเขามีเวลาให้เราพักกลางวันตั้ง 1 ชั่วโมง ก็จงรู้เอาไว้ได้เลยนะนาว่า พวกเขาอาจไม่ได้มีสวัสดิการอื่นๆ ที่ดีไปกว่านี้มาให้แกแล้วล่ะ นอกจากสวัสดิการเหล่านี้แล้ว ที่ทำงานของทุกคนมีสวัสดิการอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง?

อ้างอิงจาก

mol.go.th

pnkaccount.co.th

Graphic Designer: Krittaporn Tochan
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...