“กษัตริย์ 2 องค์” ทำเนียบขาวสร้างดราม่าครั้งใหม่ หลังโพสต์ข้อความพร้อมภาพกษัตริย์ชาร์ลที่ 3 และทรัมป์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมทั่วสหรัฐฯ
ทำเนียบขาวส่อดราม่า! โพสต์ภาพ “ทรัมป์-คิงชาร์ลส์” แคปชัน “สองกษัตริย์” ท่ามกลางกระแสประท้วงและเหตุกราดยิง
ทำเนียบขาวตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลังโพสต์ภาพประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คู่กับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมคำบรรยายภาพว่า “สองกษัตริย์” (Two Kings) ท่ามกลางกระแสการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีภายใต้สโลแกน “ไม่เอากษัตริย์” (No Kings) ที่ทวีความตึงเครียดจนลุกลามเป็นเหตุกราดยิงกลางงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธการถูกขนานนามว่าเป็นกษัตริย์อย่างแข็งขัน ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “60 Minutes” ของสถานีโทรทัศน์ CBS News โดยระบุกับ โนราห์ โอ’ดอนเนลล์ ผู้ดำเนินรายการว่า “ผมไม่ใช่กษัตริย์ ถ้าผมเป็นกษัตริย์ ผมคงไม่ต้องมาเสียเวลารับมือกับคุณหรอก”
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวโทษว่า การประท้วง “No Kings” ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ คือชนวนเหตุที่นำไปสู่เหตุกราดยิงในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มผู้จัดงานประท้วงยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของพวกตนมีขึ้นเพื่อต่อต้านการรวบอำนาจและขยายอำนาจของทรัมป์เท่านั้น
ตามรายงานข่าวระบุว่า ผู้ต้องสงสัยในเหตุกราดยิงดังกล่าวเคยเข้าร่วมการประท้วง “No Kings” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อีกทั้งยังมีประวัติการเผยแพร่วาทกรรมต่อต้านทรัมป์และต่อต้านศาสนาคริสต์บนสื่อสังคมออนไลน์อีกด้วย
ทั้งนี้ทรัมป์เคยแสดงความหงุดหงิดต่อข้อครหาดังกล่าวมาแล้ว โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา เขาได้กล่าวถึงความยากลำบากในการบริหารประเทศว่า “ผมไม่รู้สึกเหมือนเป็นกษัตริย์เลย ผมต้องผ่านความยากลำบากแสนสาหัสกว่าจะผลักดันเรื่องต่างๆ ให้ผ่านการอนุมัติได้”
“กษัตริย์คงจะบอกแค่ว่า ‘ฉันจะไม่ยอมรับเรื่องนี้’ กษัตริย์คงไม่ต้องมานั่งเจรจาต่อรอง หรือต้องโทรหา ไมค์ จอห์นสัน (ประธานสภาผู้แทนราษฎร) และ จอห์น ทูน (ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา) เพื่อขอบอกว่า ‘พวกคุณต้องช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จนะ’ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าเราจะทำได้” ทรัมป์กล่าวเสริม “ไม่เลย เราไม่ใช่กษัตริย์เลยสักนิด”
ทางด้าน แคโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกมากล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเหตุกราดยิงล่าสุด โดยเธอได้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า
“ความรุนแรงทางการเมืองนี้ มีรากฐานมาจากการสร้างภาพลักษณ์ที่เลวร้ายอย่างเป็นระบบต่อตัวท่านประธานาธิบดีและกลุ่มผู้สนับสนุน โดยฝีมือของนักวิจารณ์ สมาชิกพรรคเดโมแครตที่มาจากการเลือกตั้ง และแม้กระทั่งสื่อมวลชนบางสำนัก” ลีวิตต์กล่าว
“วาทกรรมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและรุนแรง ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดีทรัมป์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ได้มีส่วนทำให้ความรุนแรงเหล่านี้ดูเป็นเรื่องชอบธรรม และนำพาประเทศมาสู่จุดที่มืดมน”
ตลอดช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 และในช่วงสองปีแรกของการดำรงตำแหน่ง พรรคเดโมแครตมักใช้คำวิพากษ์วิจารณ์ว่าทรัมป์มีลักษณะคล้าย “ฟาสซิสต์” และ “กษัตริย์” อย่างไรก็ตาม ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนต่อคำกล่าวอ้างของลีวิตต์ ที่พยายามโยนความผิดเรื่องความรุนแรงทางการเมืองทั่วประเทศให้กับทางพรรคฯ
#TheStructure
#TheStructureNews
#โดนัลด์ทรัมป์ #NoKings #สหรัฐอเมริกา