“สหรัฐ” ส่องสัญญาณปิดล้อมอิหร่านไม่ถอย กดดันอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
"สหรัฐ" ส่องสัญญาณปิดล้อมอิหร่านไม่ถอย กดดันอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง ท่ามกลางการประเมินว่าคลังน้ำมันอาจเต็มในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับขึ้น
วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 13.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐส่งสัญญาณเดินหน้ามาตรการปิดล้อมทางเรือรอบท่าเรือของอิหร่านต่อไป เพื่อกดดันการส่งออกน้ำมันและบีบให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า อิหร่านกำลังอยู่ในภาวะใกล้ล้มเหลว ขณะที่รัฐมนตรีคลัง Scott Bessent ชี้ว่ามาตรการ maximum pressure ของสหรัฐ ทำให้อัตราเงินเฟ้อของอิหร่านพุ่งสูง และความสามารถในการกักเก็บน้ำมันใกล้เต็มความจุ จนอาจต้องลดกำลังการผลิตในไม่ช้า
มาตรการปิดล้อมนี้กลายเป็นจุดขัดแย้งหลักระหว่างสองประเทศ โดยอิหร่านยืนยันว่าจะไม่กลับเข้าสู่การเจรจา หรือเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐยังไม่ยุติการปิดล้อม ขณะที่ทรัมป์ย้ำว่าจะไม่ยุติมาตรการดังกล่าวจนกว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมากว่า 2 เดือน แม้ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงหยุดยิง
นักวิเคราะห์จากบริษัท Kpler ประเมินว่า อิหร่านอาจมีเวลาจัดการน้ำมันคงคลังอีกเพียง 12-22 วัน ก่อนต้องปิดหลุมผลิต ซึ่งอาจสร้างความเสียหายถาวรต่อแหล่งน้ำมัน
รายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า ทรัมป์ได้สั่งให้ทีมงานเตรียมแผนปิดล้อมระยะยาว โดยมองว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าการกลับมาใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ หรือการยุติความขัดแย้งโดยไม่มีข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันพุธ โดยน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นราว 1% แตะระดับประมาณ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความกังวลด้านอุปทานในตลาดโลก
ด้านOffice of Foreign Assets Control (OFAC) ออกคำเตือนสถาบันการเงินเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการทำธุรกิจกับโรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีน หรือ teapot refineries ที่มีบทบาทนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน พร้อมเตือนเรือขนส่งเกี่ยวกับความเสี่ยงในการจ่ายค่าผ่านทางให้รัฐบาลอิหร่านหรือกองทัพ เพื่อใช้เส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐ ยังเปิดเผยว่า นาวิกโยธินได้เข้าตรวจค้นเรือพาณิชย์ M/V Blue Star III ในทะเลอาหรับ ก่อนปล่อยเรือดังกล่าวหลังยืนยันว่าไม่มีแผนเข้าเทียบท่าในอิหร่าน โดยเรือลำนี้ถูกสงสัยว่าอาจละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ และมีแนวโน้มส่งผลต่อทั้งตลาดพลังงานและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com