“ทรัมป์” ปฏิเสธข้อเสนอฉบับล่าสุดอิหร่าน ขณะเนทันยาฮูลั่นสงครามยังไม่จบ
“ทรัมป์” ปฏิเสธข้อเสนออิหร่านที่เรียกร้องยุติคว่ำบาตร เปิดท่าเรือ และให้อิหร่านมีบทบาทจัดการช่องแคบฮอร์มุซ แลกเปิดเส้นทางเดินเรือ ขณะเนทันยาฮูลั่นสงครามยังไม่จบ
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 04.17 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปฏิเสธข้อเสนอฉบับล่าสุดของอิหร่านในการยุติสงครามกับสหรัฐและอิสราเอลอย่างชัดเจน โดยโพสต์ผ่าน Truth Social ว่า ได้อ่านคำตอบจากตัวแทนของอิหร่านแล้ว และมองว่าไม่สามารถยอมรับได้โดยสิ้นเชิง
รายงานระบุว่าอิหร่านได้ส่งข้อเสนอผ่านตัวกลางในปากีสถาน เพื่อเจรจากับฝ่ายสหรัฐ โดยเน้นเงื่อนไขสำคัญคือ การยุติสงครามในทุกแนวรบ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเตหะราน ตามข้อมูลจากสำนักข่าวกึ่งทางการ Tasnim ของอิหร่าน
ข้อเสนอของอิหร่านยังเรียกร้องให้สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐ (OFAC) ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการขายน้ำมันอิหร่านภายในระยะเวลา 30 วัน และยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
นอกจากนี้ แหล่งข่าวของ Tasnim ยังระบุว่าอิหร่านต้องการสิทธิในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐยอมรับเงื่อนไขบางประการ แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของเงื่อนไขดังกล่าว
ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานเพิ่มเติมว่า อิหร่านไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องของสหรัฐเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง โดยอิหร่านเสนอให้มีการเจรจานิวเคลียร์แยกต่างหาก พร้อมเสนอให้ลดระดับยูเรเนียมบางส่วน และส่งส่วนที่เหลือไปยังประเทศที่สาม โดยมีเงื่อนไขว่าหากสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลง ยูเรเนียมดังกล่าวจะต้องถูกส่งกลับคืนสู่อิหร่าน
อิหร่านยังเรียกร้องให้สหรัฐยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน แลกกับการที่อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์กลับมาเดินเรือได้อีกครั้ง
ด้าน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “60 Minutes” ของ CBS ซึ่งมีกำหนดออกอากาศในวันอาทิตย์ว่า สงครามกับอิหร่านยังไม่จบ และทั้งสหรัฐกับอิสราเอลยังคงต้องการยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เนทันยาฮูระบุว่ายังมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ต้องถูกนำออกจากอิหร่าน ยังมีสถานที่เสริมสมรรถนะที่ต้องรื้อถอน รวมถึงเครือข่ายตัวแทนและโครงการขีปนาวุธของอิหร่านที่ยังต้องจัดการ พร้อมกล่าวว่ายังมีงานต้องทำอีกมาก
เมื่อถูกถามว่าสหรัฐและอิสราเอลจะนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากอิหร่านอย่างไร เนทันยาฮูตอบว่า “ก็เข้าไป แล้วเอามันออกมา”
ในอีกด้านหนึ่ง เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเรือลำดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังท่าเรือกอซิมของปากีสถาน ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การขนส่ง Kpler
เรือ Al Kharaitiyat ซึ่งดำเนินการโดย QatarEnergy ถือเป็นเรือ LNG ของกาตาร์ลำแรกที่ผ่านช่องแคบได้ตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือลำดังกล่าวผ่าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา
นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกสินค้าเทกองติดธงปานามาที่มุ่งหน้าไปบราซิล สามารถผ่านช่องแคบได้สำเร็จเช่นกัน โดยใช้เส้นทางที่กองทัพอิหร่านกำหนด
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณความคืบหน้าทางการทูต แต่สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียด โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่าสามารถสกัดโดรน 2 ลำที่มาจากอิหร่านได้ ขณะที่กาตาร์ประณามเหตุโจมตีเรือสินค้าในน่านน้ำของตน และคูเวตระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้จัดการโดรนที่รุกล้ำน่านฟ้า
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก ยังคงถูกอิหร่านจำกัดการเดินเรือของเรือต่างชาติส่วนใหญ่ และกลายเป็นจุดกดดันสำคัญของสงครามครั้งนี้
นายกรัฐมนตรีกาตาร์ โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล-ธานี ได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มาร์โก รูบิโอ เกี่ยวกับความพยายามไกล่เกลี่ยของปากีสถาน และได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี โดยเตือนว่า การใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันจะยิ่งทำให้วิกฤตรุนแรงขึ้น พร้อมย้ำว่าเสรีภาพในการเดินเรือไม่ควรถูกกระทบ
ขณะเดียวกัน สมาชิกรัฐสภาอิหร่านกำลังจัดทำร่างกฎหมายเพื่อให้การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านอย่างเป็นทางการ รวมถึงอาจห้ามเรือของรัฐศัตรูผ่านช่องแคบดังกล่าว
รายงานยังระบุว่า สหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้ยุติสงคราม ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความขัดแย้งได้จุดชนวนวิกฤตพลังงานโลกและกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก
แม้สหรัฐจะพยายามผลักดันให้พันธมิตร NATO ส่งกองเรือมาช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลายประเทศยังปฏิเสธ หากยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพเต็มรูปแบบและภารกิจที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ
ด้านอังกฤษ ซึ่งกำลังร่วมมือกับฝรั่งเศสในการวางแผนภารกิจรักษาความปลอดภัยทางทะเลหลังสถานการณ์คลี่คลาย เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ได้ส่งเรือรบเข้าสู่ตะวันออกกลางเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจพหุชาติในอนาคตแล้ว
อ้างอิง : www.cnbc.com