HMPRO ปรับกลยุทธ์โต เจาะซีซั่นสร้างจุดขาย
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 18.08 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 11.08 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - HMPRO ปรับกลยุทธ์สู้ภาวะตลาดผันผวน เน้นขายตามฤดูกาลพร้อมนำสินค้ามาร์จิ้นสูงและความหลากหลายรองรับกลุ่มลูกค้า หวังฟื้นยอดขายสาขาเดิมกลับมาพร้อมจัดกิจกรรมทางการตลาดกระตุ้นซื้อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าต่อยอดในระยะยาว วางงบลงทุน6,000 เดินหน้าขยายสาขาปี2569 เพิ่ม 10 สาขา และปรับปรุงสาขาเดิมเพิ่มมูลค่า
นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจในปี2569 คาดว่าจะเติบโตระดับlow single digit จากสถานการณ์ต่างๆที่กดดันอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เช่น ปัญหาฝุ่น น้ำท่วม ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมถึงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันผันผวน ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ โดยยอดขายในแต่ละสาขาเดิม (Same Store Sales Growth หรือSSSG) ปรับลดลง
แต่ทั้งนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเน้นขายตามฤดูกาล เช่นหน้าร้อน เน้นขายสินค้าเครื่องทำความเย็น แอร์ พัดลม หรือหน้าฝน จะเน้นขายอุปกรณ์กันฝน หรือเครื่องซักผ้า เป็นต้น โดยเน้นสินค้าและสัดส่วนกำไร (Product Mix and Margin Optimization) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มที่มีอัตราการทำกำไรสูง (High Margin Products) อาทิ สินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท(Private Brand) ควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่มีความผันผวน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และเตรียมความพร้อมสู่การเติบโต เมื่อกำลังซื้อของผู้บริโภคกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“การบริหารจัดการนำสินค้าเข้า-ออกตามฤดุกาล เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ตลอดทั้งปีเพื่อรักษาและสร้างเติบโตได้ตามเป้าหมาย เช่น แนวโน้มไตรมาส2/2569 มีการเติบโตดีจากฤดูกาลหน้าร้อน สินค้าขายดี”
อัดงบลงทุน6,000 ล้าน
ขณะที่การขยายสาขาในปี2569 จะขยายเพิ่มอีก10 สาขา โดยสิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีสาขาภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 133 สาขา ประกอบด้วย โฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 4 สาขา, เมกาโฮม 21 สาขา, ไฮบริดสโตร์ (Hybrid Store) 14 สาขา และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย 7 สาขา และงบลงทุนปี2569 อยู่ที่ 6,000 ล้านบาทโดยส่วนใหญ่จะใช้ลงทุนสาขาใหม่ ,การปรับปรุงสาขาเดิมเพิ่มมูลค่าต่อยอดรายได้ และนำระบบAI เสริมศักยภาพสาขาการให้บริการและการบริหารต้นทุน
ในส่วนของกลยุทธ์การกระตุ้นรายได้บริษัทยังคงพัฒนาสินค้าใหม่ๆ พร้อมจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดกิจกรรมซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้า หรือโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-in) โดยลูกค้าสามารถนำสินค้าเก่าหรือสินค้าที่ซ่อมแซมไม่ได้มาแลกรับเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว อีกทั้งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโต (Circular Economy & Service Excellence)
นอกจากนี้บริษัทมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพผ่านโมเดล ไฮบริดสโตร์ (Hybrid Store) ซึ่งเป็นการผสานศักยภาพจุดเด่นของโฮมโปร(เน้นสิ้นค้าที่เกี่ยวกับบ้านครบวงจร) และเมกาโฮม(เน้นจำหน่ายสินค้าวัสดูก่อสร้างและสนค้าโครงสร้าง)เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและจัดสรรทรัพยากรภายในเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด