โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สงสัยโรงกลั่นปลอมตัวเลขเพื่อเอาเงินชดเชย ‘วรงค์’ อ้างน้ำมันหาย 700 ล้านลิตร หากว่าคลังไม่ผิดปกติ แปลว่าโรงกลั่นต้องส่งตัวเลขน้ำมันปลอมเพื่อโกงประชาชน

The Structure

อัพเดต 11 เม.ย. เวลา 23.08 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 16.08 น. • The Structure

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งโต๊ะแถลงด่วนกลางสภาฯ ขยายผลปมวิกฤตดีเซล แฉตัวเลขผิดปกติพบ “น้ำมันหายจากระบบ 600-700 ล้านลิตร” ชี้เป้าอาจเป็นขบวนการกุตัวเลข ‘น้ำมันเก๊’ หวังฮุบเงินอุดหนุนกองทุนน้ำมันฯ ทะลุ 10,000 ล้านบาท ซัดการทำงานของ DSI ตรวจ GPS แค่เล่นปาหี่ จี้รัฐบาลเร่งแจงข้อเท็จจริงก่อนปิดสภาฯ

วันนี้ (10 เม.ย. 2569) เวลา 13.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวขยายผลจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ (9 เม.ย.) โดยมุ่งเป้าเจาะลึกไปที่วิกฤตน้ำมันดีเซลแพงและขาดแคลน ซึ่ง นพ.วรงค์ ชี้ว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคา แต่คือ “การทุจริตโกงกินและปล้นชาติ” จากกรณีน้ำมันหายไปจากระบบจำนวนมหาศาล

นพ.วรงค์ อ้างอิงข้อมูลเชิงลึกจากกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นยอดการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ (ไม่ใช่ยอดการใช้น้ำมันรวม) โดยพบความผิดปกติที่ย้อนแย้งกันอย่างชัดเจน ดังนี้:

ภาวะปกติ (ม.ค.): มีการจ่ายน้ำมันไปปั๊มต่างๆ 51 ล้านลิตร/วัน ประชาชนเติมได้ปกติ ไม่อั้น

ช่วงวิกฤต (กลาง – สิ้นเดือน มี.ค.): มีการจ่ายน้ำมันพุ่งสูงถึง เกือบ 70 ล้านลิตร/วัน แต่ประชาชนกลับขาดแคลน ต้องนำแกลลอนมาต่อคิว และถูกจำกัดให้เติมได้เพียง 500-1,000 บาท/คน

ช่วงหลังวิกฤต (ต้นเดือน เม.ย.): ยอดจ่ายน้ำมันลดลงฮวบฮาบ (5 เม.ย. จ่าย 37.5 ล้านลิตร, 6 เม.ย. จ่าย 46 ล้านลิตร, 7 เม.ย. จ่าย 42 ล้านลิตร) ลดลงจากช่วงวิกฤตเกือบ 30 ล้านลิตร แต่ประชาชนกลับสามารถเติมได้ไม่อั้นโดยไม่มีปัญหา

🔴 เจาะทฤษฎี ‘น้ำมันลม’ ส่อฮุบเงินอุดหนุน 10,000 ล้าน

จากตัวเลขดังกล่าว นพ.วรงค์ ประเมินว่าในช่วงวิกฤตมีน้ำมันดีเซลหายไปจากระบบสูงถึง 600-700 ล้านลิตร ซึ่งไม่สามารถอ้างได้ว่าประชาชนช่วยกันประหยัด นำมาสู่ข้อสันนิษฐานเรื่อง “ทฤษฎีน้ำมันลม” หรือน้ำมันเก๊ที่ไม่มีอยู่จริง

นพ.วรงค์ อธิบายเส้นทางน้ำมันว่าแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ (โรงกลั่น), กลางน้ำ (คลังน้ำมัน/ผู้ค้ามาตรา 7), และปลายน้ำ (ปั๊มน้ำมัน) เมื่อรัฐบาลตรวจกลางน้ำแล้วไม่พบการกักตุน (หากมีน้ำมันเกิน 700 ล้านลิตรจริง คลังต้องล้น) จึงเกิดคำถามตัวโตๆ ว่า กลุ่มต้นน้ำหรือโรงกลั่น ซึ่งผู้ค้ามาตรา 7 หลายรายมีโรงกลั่นเป็นของตัวเอง ได้ทำการ “ส่งเพียงตัวเลขลม” มายังกลางน้ำโดยไม่มีน้ำมันจริงหรือไม่?

“เป้าหมายของการส่งตัวเลขลม อาจเป็นการทำเพื่อหวังฮุบเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องจ่ายอุดหนุนลิตรละ 10-20 บาท หากมีการทุจริต 600-700 ล้านลิตรจริง นี่คือการปล้นภาษีประชาชนมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท” นพ.วรงค์ กล่าว

🔴 ซัด DSI ตรวจ GPS แค่ ‘ปาหี่’ – แนะวิธีเช็คบิลคนโกง

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังวิจารณ์กรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกระทรวงพลังงาน เตรียมตรวจสอบเส้นทางรถยนต์กว่า 10,000 เที่ยวผ่านระบบ GPS ว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่าย “เล่นปาหี่และหลอกลวงประชาชน” วิธีการจับคนผิดที่ตรงจุดที่สุด คือ การตรวจสอบทางบัญชี โดยนำยอดสั่งจ่ายระหว่าง โรงกลั่น, คลังน้ำมัน, และปั๊มปลายทาง มาเทียบกัน หากตัวเลข 3 ส่วนนี้ไม่ตรงกัน ก็สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้ทันที

ในช่วงท้าย นพ.วรงค์ ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม (ในฐานะ ผอ.ศบก. ในขณะนั้น) ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกลางสภาฯ ก่อนจะปิดสมัยประชุมในช่วงสงกรานต์ พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลเพิกเฉย ไม่สามารถนำตัวคนโกงมาลงโทษได้ รัฐบาลจะหมดความสง่างามในการบริหารประเทศ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจถึงขั้นต้องรับโทษจำคุก หากเรื่องนี้ถึงมือคณะกรรมาธิการตรวจสอบ

#TheStructure
#TheStructureNews
#ราคาน้ำมัน #วรงค์เดชกิจวิกรม #พรรคไทยภักดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...