สำรับแห่งฤดูร้อนแบบไทยแท้ 'ข้าวแช่' ร้านดัง 'คำหอม by เชฟเอียน-เบญจรงค์ บ้านดุสิตธานี'
สำรับแห่งฤดูร้อนแบบไทยแท้’ข้าวแช่’ร้านดัง ‘คำหอม by เชฟเอียน-เบญจรงค์ บ้านดุสิตธานี’
ลิ้มรส’ข้าวแช่’ ณ คำหอม
เมื่อฤดูร้อนมาเยือนทีไร ความทรงจำของ“สำรับคลายร้อน” แบบไทยแท้ก็มักลอยขึ้นมาในความคิดเสมอ และหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น“ข้าวแช่” เมนูที่ไม่ได้เป็นเพียงอาหาร หากแต่เป็นศิลปะแห่งความประณีตที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความละเมียดละไมของครัวไทยได้อย่างงดงาม
ในปีนี้“ร้านอาหารคำหอม” ณ เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ได้หยิบยกเมนูคลาสสิกจานนี้กลับมาถ่ายทอดใหม่อีกครั้ง ภายใต้การรังสรรค์ของ “เชฟเอียน กิตติชัย” ที่ยังคงรักษารากเหง้าความเป็นไทยไว้อย่างครบถ้วน แต่เพิ่มเติมความร่วมสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นประสบการณ์การรับประทานที่ทั้งน่าประทับใจและชวนให้คิดถึงวันวานไปพร้อมกัน
ทันทีที่สำรับข้าวแช่ถูกยกมาเสิร์ฟ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่แค่ภาพความงดงามของอาหาร หากแต่เป็น “กลิ่น” อันละมุนที่ลอยมาก่อนใครเพื่อน ข้าวหอมมะลิเม็ดเรียงสวย แช่อยู่ในน้ำลอยดอกไม้ 3 ชนิด ที่ถูกอบควันเทียนอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมเย็นและนุ่มนวล คล้ายสายลมยามเช้าที่พัดผ่านสวนดอกไม้ไทย
เมื่อได้ตักข้าวคำแรก ความรู้สึกเย็นฉ่ำก็อบอวลอยู่ในปาก ทั้งรสสัมผัสของเม็ดข้าวที่เรียงตัวเป็นอย่างดี เคี้ยวแล้วให้สัมผัสนุ่มหนึบเบาๆ พร้อมกลิ่นหอมที่ค่อยๆ คลี่ตัวอยู่ในปาก เป็นความเรียบง่ายที่งดงาม และเป็นเวทีให้เครื่องเคียงได้แสดงบทบาทอย่างเต็มที่ เครื่องเคียงทั้ง 10 ชนิดที่จัดมาในสำรับนั้น เปรียบเสมือนบทเพลงที่มีหลากหลายท่วงทำนอง แต่ประสานกันได้อย่างลงตัว เริ่มจาก “ลูกกะปิทรงเครื่อง” ที่เมื่อกัดลงไปจะเจอกับเนื้อในที่แน่น หอมกลิ่นกะปิที่ไม่แรงจนเกินไป รสเค็มหวานกลมกล่อมแทรกด้วยเครื่องสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มมิติให้รสชาติ เมื่อทานคู่กับข้าวแช่เย็นๆ ความเค็มนั้นถูกปรับให้พอดี กลายเป็นความลงตัวที่ยากจะลืม
ถัดมาคือ “หอมทอด” และ “พริกแห้งทอด” ก่อนจะมาถึงพระเอกอย่าง “พริกหยวกสอดไส้” ที่ซ่อนความพิถีพิถันไว้เต็มเปี่ยม พริกหยวกเนื้อนุ่มถูกยัดไส้ด้วยหมูสับผสมกุ้งที่ปรุงรสมาอย่างละเมียด เมื่อนำไปนึ่งจนสุกได้ที่ เนื้อด้านในจึงมีความชุ่มฉ่ำ หวานจากกุ้งและมันเล็กน้อยจากหมู เมื่อเคี้ยวจะได้สัมผัสที่นุ่มละลาย ไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของพริกหยวกที่ไม่เผ็ดแต่ช่วยเพิ่มมิติให้จานนี้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งเครื่องเคียงที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ “ปลายี่สนผัดหวาน” เนื้อปลาที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันจนเนื้อฟู นุ่ม และไม่มีกลิ่นคาว ผัดเคล้ากับน้ำตาลและเครื่องปรุงจนได้รสหวานเค็มที่สมดุล เมื่อทานคู่กับข้าวแช่ ความหวานนั้นกลับช่วยขับความหอมของข้าวให้เด่นชัดขึ้น เกิดเป็นความรู้สึกละมุนละไมที่แผ่ซ่านอยู่ในทุกคำ
“ไข่แดงเค็มทอด” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงที่หลายคนหลงรัก ไข่แดงที่ผ่านการทอดจนผิวด้านนอกกรอบเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงความหนึบและมัน เมื่อกัดเข้าไปจะได้รสเค็มมันที่เข้มข้น ยิ่งเมื่อทานสลับกับข้าวแช่เย็นๆ ยิ่งช่วยตัดรสได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นยังมีเครื่องเคียงอื่นๆ ที่ช่วยเติมเต็มสำรับให้สมบูรณ์ อย่างไชโป๊หวานผัดไข่, หมูเปีย และหมูฝอยหวาน รวมถึงผักสดที่ช่วยเพิ่มความกรอบสดชื่น หรือเครื่องแนมที่ให้รสเปรี้ยวหวานเล็กน้อยเพื่อปรับสมดุลของรสชาติทั้งหมด ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาอย่างดี ไม่มีสิ่งใดเกินหรือขาด
สิ่งที่น่าประทับใจอีกประการหนึ่งคือการรับประทานข้าวแช่ไม่ใช่อาหารที่ควรรีบเร่ง หากแต่เป็นสำรับที่ชวนให้เราค่อยๆ ละเลียดรสชาติในแต่ละเมนูซึ่งจะทำให้เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ปรุงอย่างแท้จริง เมื่อมื้ออาหารดำเนินมาถึงบทสุดท้าย “ส้มฉุนลอยแก้ว” ก็ถูกเสิร์ฟมาเป็นของหวานปิดท้ายสำรับ กลิ่นหอมของส้มประจำฤดูกาล เมื่อได้ลิ้มลองจะรู้สึกถึงความสดชื่นทันที รวมถึงมะกรูดเชื่อมที่เนื้อสัมผัสฉ่ำหวาน ตัดกับรสชาติเปรี้ยวของส้มได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายมื้อที่ทั้งเบาสบายและน่าประทับใจ
นอกเหนือจากการรับประทานที่ร้านแล้ว ทางร้านยังใส่ใจถึงผู้ที่ต้องการนำความอร่อยกลับไปแบ่งปันกับคนที่บ้าน ด้วยชุดข้าวแช่สำหรับสั่งกลับบ้านที่บรรจุมาในตะกร้าสานอย่างงดงาม ให้ความรู้สึกเหมือนของขวัญชิ้นพิเศษที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือวันพักผ่อนในครอบครัว
ภาพของตะกร้าสานที่ภายในบรรจุสำรับข้าวแช่อย่างเรียบร้อยนั้น ไม่เพียงแต่สะท้อนความเป็นไทย หากยังเป็นการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านอาหาร เป็นการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านรสชาติและความทรงจำ หากต้องหารหลบหนีจากความวุ่นวาย การได้นั่งอยู่ในบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมสำรับข้าวแช่ตรงหน้า เปรียบเสมือนโลกอีกใบหนึ่ง ที่ทำให้เรากลับมาใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
นอกจากนั้น สิ่งที่คำหอมถ่ายทอดออกมาไม่ใช่แค่รสชาติของอาหาร หากแต่เป็น “ประสบการณ์” ที่ครบถ้วน ตั้งแต่กลิ่น สี เสียง และสัมผัส ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้รับประทานได้ดื่มด่ำอย่างเต็มที่กับเสน่ห์ที่แท้จริงของสำรับอาหารไทย ไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่คือความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่หลังจากคำสุดท้ายผ่านไป
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ทั้งคลายร้อนและเติมเต็มความสุขในช่วงหน้าร้อนนี้ “ข้าวแช่” จากคำหอม คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นการนั่งละเลียดมื้อกลางวันอย่างสงบ หรือการนำกลับไปแบ่งปันกับคนที่คุณรัก ทุกคำล้วนเต็มไปด้วยความตั้งใจและความงดงามในแบบฉบับไทย
เปิดตำรับ ข้าวแช่ เบญจรงค์ ณ บ้านดุสิตธานี
ข้ามมาที่ ข้าวแช่ เมนูอาหารไทยโบราณคลายร้อน ที่เปี่ยมไปด้วยความละเมียดละไม ห้องอาหารไทย เบญจรงค์ ณ บ้านดุสิตธานี ได้เปิดตัวสำรับข้าวแช่ประจำปี ที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เพื่อถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอาหารไทยให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลองอีกครั้ง
ความโดดเด่นของสำรับเบญจรงค์เริ่มต้นจากความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ทางห้องอาหารเลือกใช้ข้าวหอมมะลิออร์แกนิคคุณภาพเยี่ยมจากจังหวัดสุรินทร์ นำมาผ่านกรรมวิธีโบราณด้วยการต้มจนเมล็ดข้าวสุกเพียงผิวนอก หรือที่เรียกว่าลักษณะ ตากบ หมายถึง ตัวข้าวจะเป็นเหมือนดิบๆ ด้านในและเป็นใสๆ ด้านนอก จากนั้นจึงนำไปขัดกับน้ำสะอาดเพื่อล้างเอายางด้านนอกออกจนหมด ก่อนนำไปนึ่งสุกพร้อมกับการอบร่ำดอกไม้สามชนิด ได้แก่ ดอกมะลิ กุหลาบมอญ และดอกชมนาด เพื่อดึงกลิ่นหอมละมุน ทิ้งท้ายด้วยการอบควันเทียนข้ามคืนเพื่อให้ได้ข้าวที่หอมกรุ่น นำมาเสิร์ฟในน้ำลอยดอกไม้ที่ประยุกต์ใช้น้ำต้มสุกเพื่อสุขอนามัย แต่ยังคงกรรมวิธีลอยดอกไม้ทั้งสามชนิดข้ามคืนไว้เช่นเดิม
สำหรับเครื่องเคียงอันถือเป็นหัวใจสำคัญของสำรับข้าวแช่นั้น ได้รับการรังสรรค์อย่างครบถ้วนตามแบบฉบับชาววังดั้งเดิม ประกอบไปด้วยเครื่องเคียงอย่าง พริกหยวกสอดไส้ ที่อัดแน่นด้วยหมูและกุ้งสับหมักสามเกลอให้มีกลิ่นหอมก่อน จากนั้นก็พันด้วยไข่เน็ตที่ทางเชฟพิถีพิถันทำเองทุกขั้นตอน ถัดมาคือเมนูยอดฮิตกลุ่มสามหวาน ประกอบด้วย เนื้อหวาน หมูหวาน และปลายี่สนหวาน พิเศษสำหรับปีนี้คือการนำปลายี่สนมาปั้นเแบบพอดีคำ เพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี ลูกกะปิทอด ที่เลือกใช้กะปิชั้นดีจากคลองโคน ผสมผสานกับเนื้อปลาช่อนแม่ลาย่างและมีกลิ่นหอมของกระชาย นำไปชุบไข่ทอดจนเป็นสีทองเหลืองอร่าม ส่วนหอมแดงยัดไส้ ได้ยกระดับวัตถุดิบด้วยการใช้หอมแดงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากจังหวัดศรีสะเกษ สอดไส้คล้ายลูกกะปิแต่ลดทอนกระชายลงและแทรกความเผ็ดร้อนบางๆ ของพริกแห้งไชโป๊ผัดหวาน จากโพธาราม ที่ให้รสหวานละมุนไม่บาดคอ เนื่องจากทางร้านเลือกใช้น้ำผึ้งและน้ำตาลมะพร้าวแทนน้ำตาลทราย พร้อมด้วยเครื่องเคียงใหม่ประจำปีอย่าง ไข่แดงเค็มไชยา และปลาเค็มหมูสับ ที่คลุกเคล้าระหว่างหมูสับและปลาเค็มจนเป็นเนื้อเดียวกัน ให้รสสัมผัสนุ่มละมุน
เพื่อความสมบูรณ์แบบ ข้าวแช่สำรับนี้ยังประดับประดาด้วยดอกพวงชมพู และเสิร์ฟเคียงคู่กับผักแนมออร์แกนิคแกะสลักอย่างวิจิตร ทั้งมะม่วงเขียวเสวย แตงกวา กระชาย พริกสามสี และต้นหอม สำหรับวิธีการรับประทานเพื่อให้ได้อรรถรสสูงสุดตามแบบฉบับดั้งเดิม ควรเริ่มจากการตักเครื่องเคียงรับประทานก่อน แล้วจึงตามด้วยข้าว โดยไม่นำเครื่องเคียงลงไปลอยในน้ำข้าวเด็ดขาด ก่อนจะปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานโบราณอย่าง “ส้มฉุน” ที่ให้รสชาติหอมหวาน สดชื่น และกลมกล่อม และมอบความสดชื่นได้อย่างลงตัว
ร่วมสืบสานและดื่มด่ำกับมรดกทางวัฒนธรรมอาหารไทยชาววังในรูปแบบที่ร่วมสมัยและสง่างามได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569 ณ ห้องอาหารเบญจรงค์ บ้านดุสิตธานี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สำรับแห่งฤดูร้อนแบบไทยแท้ ‘ข้าวแช่’ ร้านดัง ‘คำหอม by เชฟเอียน-เบญจรงค์ บ้านดุสิตธานี’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th