กลุ่มลิงชิมแปนซีป่าใหญ่สุดในโลกกำลังอยู่ในภาวะ “สงครามกลางเมือง”
นักวิจัยรายงานว่า กลุ่มชิมแปนซีป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติคิบาเล (Kibale) ของยูกันดา กำลังตกอยู่ในภาวะ “สงครามกลางเมือง” ที่ดุเดือดมานานกว่า 8 ปีแล้ว
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทำไมชุมชนชิมแปนซีเอ็นโกโก (Ngogo) ที่เคยผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นจึงเกิดความขัดแย้งกัน แต่ตั้งแต่ปี 2018 นักวิทยาศาสตร์ได้บันทึกการเหตุลิงชิมแปนซีสังหารลิงชิมแปนซีด้วยกันได้ถึง 24 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นลูกชิมแปนซี 17 ตัว
แอรอน แซนเดล นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ผู้อำนวยการร่วมของโครงการชิมแปนซีเอ็นโกโก หนึ่งในทีมวิจัยที่ศึกษาชิมแปนซีกลุ่มนี้ กล่าวว่า “พวกมันเคยจับมือกัน แต่ตอนนี้พวกมันพยายามฆ่ากันเอง”
เขาเสริมว่า ชิมแปนซีหวงถิ่นมากและมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นปรปักษ์กับชิมแปนซีจากกลุ่มอื่น “มันเหมือนกับความกลัวคนแปลกหน้า”
แต่แซนเดลกล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ลิงชิมแปนซีเอ็นโกโกเกือบ 200 ตัวอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
พวกมันถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งนักวิจัยเรียกว่ากลุ่มตะวันตกและกลุ่มกลาง แต่โดยรวมแล้วพวกมันอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มที่เหนียวแน่น
แซนเดลกล่าวว่า เขาเริ่มสังเกตเห็นการแบ่งขั้วของพวกมันในเดือน มิ.ย. 2015 เมื่อลิงชิมแปนซีกลุ่มตะวันตกวิ่งหนีและถูกกลุ่มกลางไล่ล่า
“ลิงชิมแปนซีค่อนข้างชอบแสดงออกเกินจริง” แซนเดลอธิบายว่า หลังจากการทะเลาะกันโดยปกติแล้วจะมี “เสียงกรีดร้องและการไล่ล่า” จากนั้นในภายหลังพวกมันก็จะเลียขนให้กันและร่วมมือกัน
แต่หลังจากข้อพิพาทในปี 2015 นักวิจัยพบว่า มีช่วงเวลาหลีกเลี่ยงกัน 6 สัปดาห์ระหว่างสองกลุ่ม โดยการปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นน้อยลง
เมื่อมีการปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้น แซนเดลกล่าวว่ามัน “รุนแรงขึ้นเล็กน้อย และก้าวร้าวขึ้นเล็กน้อย”
หลังจากนั้น กลุ่มลิงชิมแปนซีสองกลุ่มแยกตัวออกมาอย่างชัดเจนในปี 2018 และสมาชิกของกลุ่มตะวันตกเริ่มโจมตีลิงชิมแปนซีกลุ่มกลาง
จากการโจมตี 24 ครั้งนับตั้งแต่การแยกกลุ่ม พบว่ามีลิงชิมแปนซีตัวผู้โตเต็มวัยอย่างน้อย 7 ตัว และลูกลิงชิมแปนซี 17 ตัวจากกลุ่มกลางเสียชีวิต แม้ว่านักวิจัยเชื่อว่าจำนวนลิงที่ตายที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้
นักวิจัยเชื่อว่าหลายปัจจัย เช่น ขนาดของกลุ่มและการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร รวมถึงการแข่งขันระหว่างตัวผู้ในการสืบพันธุ์ อาจเป็นสาเหตุ
แต่พวกเขากล่าวว่ามีปัจจัยกระตุ้นที่เป็นไปได้ 3 ประการ
ประการแรก คือ การตายของลิงชิมแปนซีตัวผู้โตเต็มวัย 5 ตัว และตัวเมียโตเต็มวัย 1 ตัว ด้วยสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัด ในปี 2014 อาจทำให้เครือข่ายทางสังคมหยุดชะงักและทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างกลุ่มย่อยอ่อนแอลง
ประการที่สอง มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งจ่าฝูงตัวผู้ ซึ่งการศึกษาชี้ว่าเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงเวลาแรกของการแยกตัวระหว่างกลุ่มตะวันตกและกลุ่มกลาง “การเปลี่ยนแปลงในลำดับชั้นการครองอำนาจสามารถเพิ่มความก้าวร้าวและการหลีกเลี่ยงในลิงชิมแปนซีได้”
ปะการที่สาม คือการตายของลิงชิมแปนซี 25 ตัว รวมถึงตัวผู้โตเต็มวัย 4 ตัว และตัวเมียโตเต็มวัย 10 ตัว อันเป็นผลมาจากโรคระบาดทางเดินหายใจในปี 2017 หรือ 1 ปีก่อนการแยกกลุ่มอย่างเด็ดขาด ตัวผู้โตเต็มวัยตัวหนึ่งที่ตายนั้น “เป็นหนึ่งในตัวสุดท้ายที่เชื่อมสองกลุ่มเข้าด้วยกัน”
แซนเดลและทีมวิจัยกล่าวว่า ผลการค้นพบของพวกเขาทำให้ผู้คนต้องทบทวนสิ่งที่พวกเขารู้เกี่ยวกับความขัดแย้งและสงครามของมนุษย์
“ในกรณีของการแยกตัวของลิงชิมแปนซีในโครงการเอ็นโกโกที่อาศัยอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน ดูแลกัน และลาดตระเวนด้วยกันมานานหลายปี กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีที่ร้ายแรงบนพื้นฐานของการเป็นสมาชิกกลุ่มใหม่ของพวกเขา” ทีมวิจัยระบุ
หากลิงชิมแปนซี ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดในทางพันธุกรรม สามารถทำเช่นนั้นได้โดยปราศจากโครงสร้างทางศาสนา ชาติพันธุ์ และความเชื่อทางการเมืองของมนุษย์แล้ว นักวิจัยกล่าวเสริมว่า “พลวัตเชิงสัมพันธ์อาจมีบทบาทเชิงสาเหตุในความขัดแย้งของมนุษย์มากกว่าที่คิดกันโดยทั่วไป”
เรียบเรียงจาก BBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักบิน “อาร์เทมิส 2” ถึงโลกปลอดภัย จบภารกิจโคจรรอบดวงจันทร์
นักวิทย์ทึ่ง พบ “ลิงชิมแปนซี” มีพฤติกรรมตั้งวงก๊งแอลกอฮอล์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลุ่มลิงชิมแปนซีป่าใหญ่สุดในโลกกำลังอยู่ในภาวะ “สงครามกลางเมือง”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com