"คกก.ญาติวีรชน พฤษภา 35" จี้ "รัฐบาล" ฟื้นร่าง "พรบ.สร้างเสริมสันติสุข" ย้ำไม่แตะ "คดีทุจริต -คดีอาญาร้ายแรง -ม.112"
">
วันที่ 28 เมย.2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลฯ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลผลักดันร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขเพื่อความสามัคคีของคนในชาติ โดยมีรายละเอียดว่า "กราบเรียน นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล อ้างถึง
สร้างความสามัคคีสมานฉันท์สังคมไทยตามพระราชดำรัส ในหลวงร.10 เนื่องด้วยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันดิสุข พ.ศ..ซึ่งได้ด่านความเห็นชอบจากสภา ผู้แทนราษฎร 3 ร่าง ประกอบด้วยร่างของพรรคภูมิใจไทย, รวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และ ต่อมาได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภา
กรรมาธิการของวุฒิสภาพิจารณาใกล้จะแล้วเสร็จแต่มีเหตุยุบสภาเสียก่อน ดังนั้นขอให้นายกรัฐมนตรี ได้แสดงภาวะความเป็นผู้นำ ด้วยการให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการให้รัฐสภาได้ดำเนินการพิจารณาต่อไป เพื่อสร้างสามัคคีของคนในชาติในภาวะวิกฤติเช่นปัจจุบัน
ทั้งนี้กรรมการญาติวีรชนฯได้เรียกร้องความสามัคดีมากว่า 30 ปี โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้ ประเด็นหลักของร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังสมสันติสุข จะยกโทษกับผู้ชุมนุมทางการเมืองที่มีความผิดตามบัญชีท้ายพ.ร.บ.แต่ไม่ยกโทษให้ 3 ความผิดสำคัญคือ 1.คดีทุจริต 2.คดีอาญาร้ายแรง และ 3.ความผิดตามมาตรา 112 ได้เปิดช่องทาง" นิรโทษกรรมอย่างมีเงื่อนไขให้เยาวชนอายุไม่เกิน16 ปีที่ถูกคำเนินคดีได้กลับเนื้อกลับตัว
กรรมการญาติวีรชนจึงเห็นว่า กว่าสองทศวรรษ บ้านเมืองไทยบอบช้ำและซ่อนลึกความแตกแยก แบ่งค่ายแยกขั้วอย่างรุนแรง การปฏิรูปใดๆยากที่จะประสบความสำเร็จภายใต้บ้านเมืองที่แตกร้าวลึก หากร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันดิสุขฯมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อใด
เชื่อได้ว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนรัฐบาลก็เท่ากับได้ทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังพระราชดำรัส "ไม่มีบุญใด เท่ากับการให้อภัย"
คณะกรรมการญาติวีรชนฯที่เป็นผู้เสียหายทุกครอบครัว ขอเรือกร้องดำเนินการก่อนงานร่ำลึกเหตุการพฤษภาในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569