“เกาหลีใต้” แซงอังกฤษ ขึ้นแท่นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 8 โลก รับแรงหนุนหุ้น AI
"ตลาดหุ้นเกาหลีใต้" พุ่งแรง 45% ดันมูลค่ารวมทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์ แซงสหราชอาณาจักรได้สำเร็จ โดยมี Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางกระแสลงทุน AI
วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 07.58 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เกาหลีใต้ก้าวขึ้นแซงสหราชอาณาจักร กลายเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 8 ของโลก จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในปีนี้
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของบริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นกว่า 45% ตั้งแต่ต้นปี แตะระดับ 4.04 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าตลาดหุ้นสหราชอาณาจักรที่มีมูลค่าราว 3.99 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 3% โดยย้อนกลับไปปลายปี 2567 ขนาดตลาดหุ้นอังกฤษยังมีมูลค่ามากกว่าเกาหลีใต้เกือบ 2 เท่า
การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นเกาหลีใต้สะท้อนกระแสการลงทุนทั่วโลกที่หันไปให้ความสำคัญกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 40% ของมูลค่าดัชนี KOSPI นอกจากนี้ นโยบายของประธานาธิบดี Lee Jae Myung ที่มุ่งปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรและสนับสนุนตลาดทุน ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan Asset Management ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของเกาหลีใต้และไต้หวันสะท้อนการปรับสมดุลเชิงโครงสร้างของตลาดทุนโลก โดยทั้งสองประเทศมีความได้เปรียบในห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะการผลิตชิปขั้นสูงและหน่วยความจำ ทำให้สามารถดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ในทิศทางเดียวกัน ตลาดหุ้นไต้หวันก็ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีมูลค่ารวมแตะ 4.48 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าสหราชอาณาจักรขึ้นเป็นอันดับ 7 ของโลกในเดือนเมษายน แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ซึ่งมีสัดส่วนราว 45% ของดัชนีตลาดหุ้นหลักของประเทศ
เมื่อเทียบกันแล้ว ตลาดหุ้นยุโรปยังเติบโตช้ากว่า โดยดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษปรับขึ้นเพียงราว 4% ใกล้เคียงกับดัชนีโลก แต่ยังตามหลังตลาดที่ได้อานิสงส์จาก AI อย่างชัดเจน เนื่องจากโครงสร้างตลาดยังพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น การเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค และพลังงาน
แม้ว่ามูลค่าตลาดหุ้นของเกาหลีใต้และไต้หวันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขนาดเศรษฐกิจโดยรวมยังเล็กกว่าประเทศยุโรปหลัก โดย IMF ประเมินว่า GDP ของเกาหลีใต้อยู่ที่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ และไต้หวันที่ 9.77 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศสต่างมีขนาดเศรษฐกิจเกิน 3 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทยังคงมองบวกต่อหุ้นเกาหลีใต้ โดย Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี KOSPI เป็น 8,000 จุด โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เชื่อมโยงกับความต้องการ AI ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% ภายในปี 2569
อ้างอิง : bloomberg.com