โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

สรุปโปรเจกต์ยักษ์ TERAFAB อีลอน มัสก์ ผนึกกำลัง SpaceX, Tesla และ xAI สร้างโรงงานผลิตชิปสุดล้ำ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปโปรเจกต์ยักษ์ TERAFAB อีลอน มัสก์ ผนึกกำลัง SpaceX, Tesla และ xAI สร้างโรงงานผลิตชิปสุดล้ำ มุ่งสู่อารยธรรมระดับจักรวาล

อีลอน มัสก์ ประกาศเปิดตัวโครงการ TERAFAB ตั้งเป้าฝึกฝนและสร้างนวัตกรรมการผลิตชิป AI ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง SpaceX, Tesla และ xAI วางเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับพลังประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ AI ไปสู่ระดับเทราวัตต์ (Terawatt) ต่อปี และปูทางให้มนุษยชาติก้าวไปสู่อารยธรรมระดับกาแล็กซี หรือการเป็นอารยธรรมระดับ 1 และ 2 ตามมาตรวัดของคาร์ดาเชฟ (Kardashev scale) ที่สามารถใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ก้าวแรก ณ เมืองออสติน
โรงงานผลิตชิปที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว โรงงานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งแรกของโปรเจกต์ TERAFAB นี้ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ความโดดเด่นที่ทำให้โรงงานแห่งนี้ไม่เหมือนใครในโลก คือ การรวบรวมอุปกรณ์ทุกอย่างที่จำเป็นต่อการผลิตวงจรตรรกะ (Logic) หน่วยความจำ (Memory) การบรรจุ (Packaging) การทดสอบ และการสร้างหน้ากากพิมพ์ลายวงจร (Lithography masks) ไว้เบ็ดเสร็จในอาคารเดียว
อีลอน มัสก์ เชื่อว่าการใช้วิธีการทำงานแบบการปรับปรุงแบบเรียกซ้ำที่รวดเร็ว (Incredibly fast recursive loop) จะสามารถทำให้นักพัฒนาสามารถผลิตชิป เพื่อนำไปทดสอบ ปรับปรุงการออกแบบ และผลิตซ้ำได้อย่างรวดเร็ว เพื่อผลักดันขีดจำกัดทางฟิสิกส์ของการประมวลผล
ชิปคอมพิวเตอร์ขับเคลื่อนหุ่นยนต์บนโลก และทนทานในอวกาศ
อีลอน มัสก์ อธิบายว่าชิปที่โรงงานจะผลิตถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ชิปสำหรับการประมวลผลแบบ Edge Inference ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท Tesla และเป้าหมายหลักอย่างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์คล้ายมนุษย์ Optimus ที่คาดว่าจะมีความต้องการผลิตสูงถึง 1 พันล้านถึง 1 หมื่นล้านตัวต่อปี
และชิปประมวลผลพลังงานสูงที่ออกแบบมาเพื่ออวกาศโดยเฉพาะ เนื่องจากอวกาศเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย มีทั้งไอออนพลังงานสูง โฟตอน และการสะสมของอิเล็กตรอน ชิปเหล่านี้จึงต้องถูกออกแบบให้ทนทาน และสามารถทำงานในอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติบนโลกเพื่อลดขนาดและมวลของแผงระบายความร้อน (Radiator)
ทำไมถึงต้องนำ AI ไปสู่อวกาศ ?
อีลอน มัสก์ อธิบายเอาไว้ว่าโลกของเราได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพียงครึ่งในพันล้านส่วนเท่านั้น ในขณะที่ดวงอาทิตย์มีมวลถึง 99.8% ของระบบสุริยะทั้งหมด การขยายอารยธรรมของมนุษย์ได้นั้นต้องทำในอวกาศ เพราะบนพื้นโลกมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ
ในทางกลับกัน อวกาศมีแสงแดดส่องถึงตลอดเวลา ไม่มีชั้นบรรยากาศคอยลดทอนพลังงาน ไม่มีวัฏจักรกลางวันกลางคืน และไม่มีฤดูกาล ทำให้ได้รับพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าบนโลกถึง 5 เท่า คาดการณ์ว่าภายในเวลาเพียง 2-3 ปี ต้นทุนในการใช้งาน AI ในอวกาศจะมีราคาถูกกว่าบนโลก
โดยบริษัท SpaceX จะใช้จรวด Starship V3 และ V4 ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อขนส่งสัมภาระและโครงสร้างพื้นฐานให้ได้ถึง 10 ล้านตันสู่วงโคจรต่อปี เพื่อบรรลุเป้าหมายประมวลผลระดับ 1 เทราวัตต์
สู่อนาคตอันไร้ขีดจำกัดของมนุษยชาติ
อีลอน มัสก์ ตั้งเป้าสร้างฐานบนดวงจันทร์ และการเดินทางสู่ดาวเสาร์ โดยโครงการ TERAFAB ระดับเทราวัตต์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แผนการในระยะถัดไป คือ การก้าวไปสู่การประมวลผลระดับเพตาวัตต์ (Petawatt) โดยการสร้างเครื่องส่งมวลด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic mass driver) บนดวงจันทร์ ซึ่งดำเนินการโดยใช้แรงงานจากหุ่นยนต์ Optimus และมนุษย์ ด้วยแรงโน้มถ่วงเพียง 1 ใน 6 ของโลกและปราศจากชั้นบรรยากาศ ดวงจันทร์จึงเป็นจุดปล่อยฐานชั้นยอดที่สามารถยิงโครงสร้างพื้นฐานออกสู่อวกาศลึกได้โดยไม่ต้องใช้จรวด

เป้าหมายสูงสุดของวิสัยทัศน์นี้ คือ การใช้ AI เทคโนโลยีอวกาศ และวิทยาการหุ่นยนต์ เพื่อสร้าง ความมั่งคั่งอย่างเหลือล้น (Amazing abundance) ให้กับทุกคน นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าโลกปัจจุบันนับล้านเท่า และอาจนำพามนุษยชาติเข้าสู่ยุคที่ไร้ระบบเงินตรา ทุกความต้องการของมนุษย์สามารถถูกตอบสนองได้ฟรี โดยอีลอน มัสก์ เปรียบเทียบกับชีวิตมนุษย์ในนิยายไซไฟเรื่อง Culture ของนักเขียนเอียน แบงค์ส (Ian Banks)
* นิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Culture เนื้อหานำเสนอภาพของอารยธรรมมนุษย์ในอนาคตอันไกล ซึ่งก้าวข้ามข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการเมือง ไปสู่สังคมแบบหลังความขาดแคลน (Post-scarcity) ที่ทรัพยากรมีมากจนแทบไม่จำกัด ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องทำงานเพื่อความอยู่รอด
และในวันนั้น การเดินทางไปเที่ยวดาวเสาร์ หรือดาวดวงอื่น ๆ อาจกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ นี่คือการก้าวเดินครั้งประวัติศาสตร์เพื่อเปลี่ยนนิยายวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องจริง และสร้างสรรค์อนาคตที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับมวลมนุษยชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...