โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Hole of Babin กระเป๋าแฮนด์เมดไทยจากคนรุ่นใหม่เลือดสุพรรณฯ ที่หลงรักลายชามตราไก่-ลายถาดสังกะสี

ONCE

เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 05.08 น.

ไม่แน่ใจว่าทุกคนรู้สึกเหมือนเราไหมนะว่า ช่วงนี้คนไทยกำลังกลับมาสนใจและสนับสนุนสินค้าไทย งานออกแบบไทย หรือเรียกว่าเรากำลังหันกลับมามองความเก่งของคนไทยให้ชัดเจนขึ้น ซึ่ง ONCE เองก็อยากพามามองงานแฮนด์เมดไทยอีกแบรนด์อย่าง ‘Hole of Babin’ แบรนด์ที่แสดงตัวตนความเป็นคนสุพรรณฯ ในสายตาของเด็กสุพรรณฯ อย่าง ‘เมญ่า’

นัดพบแรกของ ONCE กับ Hole of Babin คือปากคลองตลาด เพราะเราและช่างภาพเห็นตรงกันว่า ที่นี่น่าจะพรีเซนต์ความเป็น Hole of Babin ได้ดีที่สุด

“มาปากคลองบ่อยไหมคะ หนูมาบ่อยมาก เพราะชอบมาซื้อของเอาไปทำงาน” หลังจากพวกเราหย่อนตัวในคาเฟ่หนึ่งละแวกปากคลองตลาด ‘เมญ่า - ศุภกฤต พลเสน’ ก็เอ่ยปากถามเรา ก่อนจะคุยสารทุกข์สุกดิบแล้วจึงเริ่มให้เมญ่าเล่าเรื่องราวของ Hole of Babin

ส่วนตัวผู้เขียนเห็น Hole of Babin มาตั้งแต่กระเป๋าทำมือคอลเลกชันแรกที่เมญ่านำขวดพลาสติกมาตัดเป็นวงกลมชิ้นเล็กๆ พ่นสี ขึ้นทรงกระเป๋า แล้วนำพลาสติกกลมๆ นั้นตกแต่งประกอบร่างเป็นกระเป๋าสุดเก๋ จำได้เลยว่าคอมเมนต์เกินครึ่งในคลิปทำกระเป๋าใบแรกของ Hole of Babin ล้วนมีแต่คอมเมนต์สนับสนุนให้เมญ่าทำขาย แต่นั่นอาจยังไม่ใช่เรื่องราวจุดเริ่มต้นทั้งหมดของ Hole of Babin หรอกนะ

🏠 คุณตาสายสถาปนิก - หลานสายแฟชั่น

“เมญ่าเป็นเด็กสุพรรณบุรีค่ะ จริงๆ ไม่ได้โตสุพรรณฯ หนูเกิดแล้วก็ไปโตที่ภูเก็ต” เมญ่าเล่าว่า เธอย้ายไปอยู่ที่ภูเก็ตกับคุณแม่ตั้งแต่ประถมฯ ต้น และผูกพันกับภูเก็ต จนกระทั่งมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เกิดโควิด-19 ทำให้เมญ่าต้องกลับมาใช้ชีวิตที่สุพรรณฯ อีกครั้ง ซึ่งสายตาของเมญ่า ณ เวลานั้นเห็นว่า สุพรรณบุรีไม่ได้มีสีสันหรือคึกคักอย่างภูเก็ตเท่าไรนัก เมญ่าเริ่มเรียนสาขาแฟชั่นในรั้วอาชีวศึกษา และทำงานเกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อยมาตลอด เมญ่าชื่นชอบงานประดิษฐ์อยู่แล้ว การได้เรียนในสาขาแฟชั่นยิ่งเป็นการอัปสกิลให้เมญ่าไปด้วย กระทั่งเรียนปีสุดท้าย อาจารย์ให้ทำโปรเจกต์สำหรับจบการศึกษามา 1 ชิ้น

“ตอนนั้นหนูเลือกทำเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ได้อยากทำด้วยนะ เพราะจริงๆ อยากทำงานปักเพชรสวยๆ แต่ต้องใช้เงินในการสร้างงานตามที่ต้องการ และไม่ได้เป็นคนที่บ้านรวยหรือมีเงินขนาดนั้นเลยบีบให้ต้องหาวิธีทำยังไงก็ได้เพื่อให้งานสวยๆ ออกมาให้ได้”

และสิ่งที่เมญ่าเลือกมาทำให้สวยตามงบประมาณที่ตัวเองสู้ไหว คือการหยิบขวดพลาสติกใกล้ตัวมาใช้สร้างชิ้นงานสำหรับโปรเจกต์นี้

“บ้านหนูเปิดร้านอาหารตามสั่ง ก็เลยมีขวดน้ำเยอะมาก และข้างๆ บ้านก็เป็นโรงเก็บขยะด้วย กลายเป็นว่าขวดพลาสติกคือสิ่งใกล้ตัวที่เห็นมาตลอด แล้วก็เป็นคนที่ชอบคิดอะไรใหม่ๆ ตลอด เลยลองเอาขวดมาตัดเป็นกระเป๋า แล้วก็เอาเศษขวดพลาสติกมาลองร้อยเป็นใบแรก ตอนนั้นใช้เวลาประมาณเกือบ 3 เดือนในการที่ออก 1 ใบ เพราะกว่าชิ้นงานจะเข้าที่เข้าทางและใช้งานได้จริง ก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ เลย”

เพราะการเป็นคนที่ชอบคิดอะไรใหม่ๆ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลว่า ทำไมชื่อแบรนด์จึงเป็น ‘Hole of Babin’ เพราะคำว่า ‘บ้าบิ่น’ เกิดจากนิสัยของเมญ่าที่เป็นคนมีไฟสร้างสรรค์ในตัวเอง มีความบ้าอยู่ในตัว และเป็นคนที่คิดอะไรก็ลงมือทำเลย

“ตอนที่เมญ่าให้ช่วยคิดชื่อไอจีสำหรับลงผลงาน ก็เอาชื่อไอจีส่วนตัวของเมญ่าที่มีคำว่าบ้าบิ่น มาเจอกับคำว่า Hole ทำให้ Hole of Babin เปรียบเสมือนเป็นพื้นที่ทำงานเล็กๆ เพราะ Hole แปลว่า รูหรือหลุม แต่เราก็มองว่าจริงๆ คำว่า Hole แอบเหมือนคำว่า Home อยู่นะ เลยตีความคำนี้เหมือนเป็นพื้นที่ทดลองทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงความบ้าบิ่น”

‘ภู-ภูรินท์ สิริสุวรรณกิจ’ เล่าเสริมถึงที่มาของชื่อ Hole of Babin เพราะจริงๆ แล้วภูคือเบื้องหลังคนสำคัญที่อยู่กับ Hole of Babin ตั้งแต่ Day-1 จนกระทั่งวันนี้ที่แบรนด์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ภูคือหนึ่งในคนที่อยู่ในทุกการเติบโตของ Hole of Babin เพราะนอกจากจะช่วยคิดชื่อแล้ว ยังช่วยดูแลเรื่องงานภาพ งานกราฟฟิก คอนเซปต์คอนเทนต์ หรือเรียกได้ว่าเป็นคนที่คอยช่วยตบไอเดียสุดสร้างสรรค์ของเมญ่าให้เป็นรูปร่างและชัดเจนมากขึ้น

ระหว่างที่พูดคุยกันเรื่องพื้นเพของเมญ่า เราเกิดสงสัยขึ้นมาว่า จริงๆ แล้วเมญ่ามีความฝันที่อยากจะเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นอยู่แล้วหรือเปล่า? เพราะถ้าเป็นอย่างที่เราว่า แปลว่าเมญ่าก็เป็นอีกหนึ่งในคนที่สานฝันให้ตัวเองได้ตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงวัยเรียนเลย

“จริงๆ ก่อนที่จะเรียนแฟชั่น อยากเป็นสถาปนิกค่ะ เพราะจริงๆ แล้วคุณตาเป็นสถาปนิกตัวตึงเลย ทำบ้านทำรูปทรงได้ทุกแบบ เป็นคุณตาที่เอาจักรยานมาทำเป็นโซฟา คือเริ่ด” ซึ่งช่วงที่เมญ่ากลับมาปักหลักที่สุพรรณบุรี ก็เป็นการกลับบ้านมาอยู่กับคุณตานั่นเอง

“ตอนเด็กๆ ก็อยากจะเป็นแบบคุณตา ช่วงนั้นกำลังหาตัวเองแต่ก็ไม่ได้ชอบการเป็นสถาปนิกจริงๆ หรอก ช่วงแรกๆ ก็ชอบวาดห้องทำงานในความฝัน เป็นห้องทำงานสถาปนิก แต่พอเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ก็ค้นพบว่าชอบจักรเย็บผ้ากับหุ่น ซึ่งอีกสิ่งที่ทำให้ชอบแฟชั่นด้วยคือการดูประกวดนางงาม แล้วรู้สึกว่า สักวันก็อยากตัดชุดให้นางงามใส่บ้าง ซึ่งจริงๆ มาวันนี้ทำได้แล้วนะคะ ถึงแม้ว่าการทำชุดอาจจะไม่ได้เป็นความฝันเราแล้ว แต่ยังรับทำชุดอยู่ เพียงแค่การทำ Hole of Babin มีเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับหนู ตรงใจทุกอย่าง เพราะนี่แหละคือแฟชั่นในแบบของหนู ที่จะไม่ทิ้งมันแน่นอน”

🟠 กลมๆ จากขวดน้ำอัดลม

คอลเลกชันแรกสุดคือการตัดพลาสติกจากขวดน้ำให้มีลักษณะเป็นวงกลม ที่แม้ว่าจะตัดด้วยมือทุกชิ้น แต่เมญ่าก็พยายามตัดให้เท่ากันให้มากที่สุด

“วงกลมทำง่ายที่สุดค่ะ เพราะสามารถตัดวงกลมได้เหมือนกันเป็นร้อยใบเลย การควบคุมคุณภาพและงานดีไซน์ก็ง่ายกว่าด้วย เพราะเราใช้งานมือทั้งหมด ไม่มีเครื่องปั๊มเลย ซึ่งกระเป๋า 1 ใบ ใช้ขวดพลาสติก 4 ขวด และเลือกใช้ขวดน้ำอัดลมขวดใหญ่ๆ เท่านั้น เพราะขวดน้ำอัดลมถูกออกแบบมาให้ทนความดันของแก๊สได้ พอตัดออกมาเป็นชิ้นแล้วก็จะมีความแข็งแรงในตัวค่ะ”

ยิ่งนำมาลนด้วยไฟ พลาสติกจากขวดน้ำอัดลมจะมีความยืดหยุ่น ควบคุมรูปทรงได้ และยิ่งมีความแข็งมากขึ้น ซึ่งหลังจากขั้นตอนการตัดและแต่งทรงกลมของพลาสติกเสร็จแล้ว เมญ่าใช้การพ่นสีสเปรย์ แล้วใช้สีเคลือบเงาทับอีกทีหนึ่งเพื่อให้สีสเปรย์ติดทนนาน

“คอลเลกชันแรกเป็นตัวลองผิดลองถูกเยอะมากๆ เราคัดคุณภาพยันโซ่และห่วงร้อยด้วย พอต้องขายจริงจังก็อยากให้ทุกคนได้ของดีๆ เลยใช้อะไหล่ที่ไม่ขึ้นสนิม มีความแข็งแรง เมญ่าเลยเลือกใช้ห่วงที่ให้ห้อยสร้อยพระตามที่พวกลุงๆ เขาใช้กัน เพราะมันแข็งแรงค่ะ คอลเลกชันแรกก็ทดลองและปรับหลายอย่างเลย ซึ่งพี่ๆ ลูกค้ากลุ่มแรกก็เต็มใจซื้อทั้งๆ ที่กระเป๋าของเราอาจจะยังไม่ได้คุณภาพเป๊ะขนาดนั้น แต่พี่ๆ เขาชอบในไอเดียและชอบในตัวเมญ่า รู้สึกขอบคุณพี่ๆ ลูกค้ากลุ่มแรกๆ มากเลยค่ะ”

🌇สาวบ้านนา มาสู่ บางกอก

‘ฟ้าสยาม’ และ ‘นิล’ คือคอลเลกชันที่ 2 กระเป๋าสีฟ้าใสกับสีดำวิบวับเกิดจากที่ลูกค้าขอให้ Hole of Babin ทำกระเป๋าแบบ custom ให้หน่อย

“จริงๆ ฟ้าสยามเป็นคอลเลกชันที่ตรงกับช่วงเข้ามหาวิทยาลัย และได้มาอยู่กรุงเทพฯ ครั้งแรก ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าอยากมีคอลเลกชันอะไรสักอย่างที่สะท้อนความเป็นตัวเรา แบบที่ไม่ต้องยากมาก และไม่ต้องเวอร์ เอาที่ทำง่าย เพราะตอนนั้นคิดว่าน่าจะขายได้สัก 30-40 ใบก็โอเคแล้ว”

ฟ้าสยามคือการเอากางเกงยีนส์เก่าของพ่อมาตัดเป็นตัวกระเป๋าด้านใน และยังคงใช้พลาสติกจากขวดมาตกแต่งคลุมตัวกระเป๋าคล้ายกับคอลเลกชันแรก เพราะเมญ่าและภูได้คอนเซปต์มาจากภาพของสาวโรงงานเย็บผ้าที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ที่โพสต์ในอินสตาแกรมก็เล่าเรื่องราวของสาวบ้านนาผู้ดั้นด้นมาอยู่บางกอกผ่านกระเป๋าใบนี้ แต่กลับไม่มีคนซื้อเลย

“ตอนนั้นก็นอยด์นะ เพราะก่อนหน้านี้เราขายได้เป็นร้อยใบในเดือนเดียว แต่พอคอลเลกชันนี้มีแค่คนกดไลก์แต่ไม่มีใครซื้อ ก็เลยออกคอลเลกชันใหม่ที่ใกล้เคียงกันอย่างคอลเลกชันถุงสยาม เพราะมีฟ้าสยามแล้ว ก็เลยมีถุงสยามที่เป็นการหยิบผ้าถุงมาใช้”

เมญ่าหยิบผ้าถุงของคุณยายมาใช้ในการขึ้นเป็นตัวกระเป๋า หรืออย่างผ้าปาเต๊ะ ผ้าบาติกเองก็ถูกนำมาใช้ แถมยังให้สีสันและลวดลายที่โดดเด่น ไม่แพ้กับการพ่นสีวิบวับบนชิ้นพลาสติกกลมๆ เลย คอลเลกชัน ‘ถุงสยาม’ จึงเป็นคอลเลกชันที่ทำให้กลับมาขายดีขึ้น ซึ่งคอลเลกชันถุงสยามคือคอลเลกชันที่ custom กระเป๋าได้ เช่น การให้ลูกค้าเลือกสีกระเป๋า สีของพลาสติก เพิ่มตัวพู่ห้อยยาว หรือจะติดเพชรเพิ่ม เมญ่าก็ควานหาเอามาทำให้จนได้

🌺เสิร์ฟกระเป๋าด้วยถาดสังกะสีสไตล์สุพรรณฯ

คอลเลกชันนี้ Hole of Babin พักงานพลาสติกเอาไว้ก่อน เพราะงานแฮนด์เมดต้องลงแรงและใช้เวลามหาศาล แม้ว่าจะมีคุณแม่ คุณยาย และน้องสาวคอยช่วยหาวัสดุและช่วยตัดชิ้นส่วนพลาสติกในล็อตที่เริ่มมีคนสนใจเยอะขึ้น แต่การที่ Hole of Babin ต้องทำงานแฮนด์เมดในทุกๆ คอลเลกชันคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

“ทุกคนในครอบครัวเต็มใจช่วยทำมากๆ แต่หนูก็แบ่งค่าแรงให้ทุกคนในบ้านนะคะ คิดว่าแม่น่าจะภูมิใจในตัวหนูด้วยที่เงินตรงนั้นพาให้หนูส่งตัวเองเรียนได้ทุกวันนี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการจ้างงานเพื่อนคุณแม่ คุณยายแถวบ้าน คนแก่ที่มีเวลาว่างก็ยินดีให้มาทำด้วยกัน กลายเป็นธุรกิจชุมชนขนาดย่อมเลย”

Hole of Babin ออกจากคอมฟอร์ตโซนการใช้พลาสติกคลุมกระเป๋า มาสู่การใช้งานผ้าและเริ่มมีงานเพนต์เป็นลายของตัวเอง ซึ่งในคอลเลกชันนี้เกิดจากตอนที่เมญ่ากำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 1 ในวิชาออกแบบลายผ้า อาจารย์ได้ให้โจทย์ว่าทำงานอะไรก็ได้ ซึ่งความฟรีฟอร์มตรงนั้นทำให้เมญ่าหันกลับไปมองหาสิ่งที่ชอบและสิ่งที่แสดงออกถึงตัวตนของเมญ่าที่เธอเองก็ชอบสไตล์ไทยๆ เป็นทุนเดิม

“ตอนที่กลับมาอยู่สุพรรณฯ หนูมีจุดขัดแย้งในใจของตัวเองคือจริงๆ แล้วไม่ได้อยากกลับมาที่นี่ เพราะตอนที่อยู่ภูเก็ตมันเจริญมาก เราก็มีบ้านอยู่ติดห้าง ขณะที่สุพรรณฯ ยังแทบไม่มีอินเทอร์เน็ตเลย หนูต้องไปหาต้นไม้เพื่อหาสัญญาณเน็ต ตอนที่กลับมาอยู่สุพรรณฯ ช่วงแรกเลยรู้สึกว่า ถึงจะเกิดที่นี่แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่บ้านของเรา จนกระทั่งพยายามลองย้อนไปมองให้ดี และหาข้อดีของความเป็นสุพรรณฯ ให้มากขึ้น จนมามองของพวกนี้ ก็เลยเอางานออกแบบที่เห็นได้ง่ายในชีวิตประจำวันมาส่งอาจารย์”

ชิ้นงานที่ส่งอาจารย์ในวิชานั้นต้องส่งด้วยการทำออกมาเป็นสินค้าจริง เมญ่ายังคงให้กระเป๋า Hole of Babin อยู่ในส่วนหนึ่งของการเรียนอีกครั้ง แต่รอบนี้ Hole of Babin ลดทอนการใช้พลาสติกลงและเน้นการใช้ผ้ามากกว่า ซึ่งลวดลายที่ Hole of Babin เลือกใช้คือ ‘ลายถาดรูปดอกไม้’ ที่เห็นได้ในบ้านต่างจังหวัด หรือพบเห็นได้มากในวัด หรืองานแต่งงานในต่างจังหวัด

“ใบแรกสุดของคอลเลกชันนี้คือเพนต์มือเพื่อส่งอาจารย์ค่ะ และจริงๆ การทำคอลเลกชันใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากโจทย์ของอาจารย์ ทำให้เราเลือกจะวาดรูปและสั่งปรินต์ลายผ้าบนตัวกระเป๋า เพราะภูก็เบรกไว้ว่า หนูจะเพนต์ด้วยมือทุกใบเพื่อขายให้ลูกค้า มันเป็นไปไม่ได้”

คอลเลกชันที่ 3 จึงเป็นคอลเลกชันที่บ่งบอกตัวตนของเมญ่าได้มากที่สุด และเป็นอีกคอลเลกชันหนึ่งที่เมญ่าก็ออกปากเองว่ารักในคอลเลกชันนี้มาก แม้จะลดทอนการใช้พลาสติก แต่กลับทำให้ตัวตนของเมญ่าชัดเจนประจักษ์กับสายตาหลายๆ คนผ่านกระเป๋าถาดสีแดง-น้ำเงินสุดเก๋นี้

“ถาดสังกะสีเป็นสิ่งที่หนูเห็นมาตั้งแต่เด็ก กลับบ้านไปก็ยังเห็นอยู่ มันคุ้นตา รู้สึกว่ามีทั้งความเป็นไทย มีทั้งความเป็นสาวบ้านนาเย็บผ้า แล้วหนูก็ภูมิใจกับอันนี้ที่สุด เพราะนอกจากจะแสดงความเป็นตัวตนของหนู ยังทำให้หนูมีรายได้มากขึ้นกว่าคอลเลกชันอื่นๆ ด้วยค่ะ”

🐓เห็นก๋วยเตี๋ยวไทย ก็ต้องนึกถึงถามชามตราไก่

คอลเลกชันนี้เปลี่ยนจากกระเป๋าพลาสติกเป็นผ้า 100% ซึ่งจริงๆ แล้วคอลเลกชันนี้คือการปรับจากคอมเมนต์ลูกค้าที่กระเป๋าบางใบในคอลเลกชันถาดสังกะสีมีชิ้นส่วนหลุดอยู่บ้าง ด้วยความที่คอลเลกชันสังกะสียังไม่ใช้การทำด้วยผ้า 100% เพราะยังมีสายกระเป๋าที่ใช้พลาสติกอยู่ และในส่วนของสายกระเป๋านั่นแหละที่นอกจากจะหลุดง่ายแล้ว ยังทำให้ผู้ใช้เจ็บหรือโดนพลาสติกบาดไหล่ได้ คอลเลกชันชามตราไก่จึงเป็นคอลเลกชันที่แก้ทั้ง painpoint ของลูกค้าเอง และแก้ไขในส่วนขั้นตอนการผลิตของเมญ่าให้ไม่เปลืองเวลาและเปลืองพลังงานคนจนเกินไป

“จริงๆ สายตัวนุ่มตัวนี้เราเพิ่งได้มาก่อนจะลงขาย 1 วันด้วยซ้ำค่ะ เพราะเดิมทีก็จะใช้สายเดียวกันกับตัวถาดสังกะสีนั่นแหละ แต่พอลองแล้วไม่เข้ากันเลย ก็มานั่งคิดอีกทีด้วยว่า คอลเลกชันเก่าก็มีตำหนิอยู่ด้วย เลยมองหาอะไรที่จะต้องมีความนิ่มๆ เลยลองเอาผ้าสีดำมาเย็บกับยัดความนุ่มเข้าไป และใส่อะไหล่ห่วงสีดำ กลับเข้ากันได้ดีเฉยเลยค่ะ”

👩🏻‍🎤กว่าจะบ้าบิ่นก็ต้องกล้าแกร่งมาก่อน

แม้ว่าในบทความนี้เราอาจจะไม่ได้นำถ้อยคำของภูมาใส่ให้ทุกคนได้อ่าน แต่ระหว่างบทสนทนาระหว่างเราและเมญ่า ภูจะคอยให้ข้อมูลเติมเต็มความครบถ้วนเสมอ ระหว่างที่พูดคุยกันจนน้ำแข็งในแก้วละลาย ช่างภาพ ONCE จึงชวนเมญ่าไปเดินเล่นถ่ายรูปละแวกปากคลองตลาดด้วยกัน ระหว่างนั้นเราก็แอบเห็นว่าภูและเมญ่าก็ใช้โอกาสนี้ในการถ่ายกระเป๋า Hole of Babin เพื่อใช้เป็นคอนเทนต์ต่อๆ ไปด้วย เราเห็นแพสชันพวยพุ่งออกมาจากตัวของทั้งเมญ่าและภู ทำเอาเรานึกถึงคำตอบของเมญ่าก่อนที่พวกเราจะเดินออกจากคาเฟ่นั้น

“หนูไม่ชอบพูดอะไรเลี่ยนๆ เลย แต่จริงๆ ถ้าขาดภูไปก็คงไม่มี Hole of Babin เพราะทุกวันนี้เราสร้างมาด้วยกัน ถ้าภูไม่ทำ หนูก็ไม่ทำนะ ไปจ้างคนอื่นไม่ได้ด้วย เพราะเขาไม่เข้าใจตัวตนหนู เพราะภูเป็นคนที่รู้ว่าหนูผ่านอะไรมาบ้าง แล้วหนูคงอยากขอบคุณตัวเองเหมือนกัน เพราะถ้าไม่สู้ ไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง หนูคงไม่ได้มาถึงตรงนี้จริงๆ”

ใครอยากรู้ว่ากระเป๋าสไตล์ Hole of Babin เป็นแบบไหน ลองเข้าไปส่องและช้อปกันได้ที่
Instagram : holeofbabin

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...