โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2569

>> สยบชายคลั่ง พกมีดทำร้ายตัวเอง ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชั่วโมง ควบคุมตัวได้อย่างปลอดภัย

08.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ได้รับเเจ้งว่ามีเหตุชายคล้ายวิกลจริตบุกรุกห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในซอยแก้วเงินทอง 53 หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สน.ตลิ่งชัน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ตลิ่งชัน ร่วมกับกู้ชีพวิชัยเวช ไปยังที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุ เป็นชายไทย อายุ 33 ปี อยู่บริเวณนอกระเบียงชั้น 2 ของอาคาร และมีอาวุธมีดยาวถือในลักษณะจ่อคอตัวเอง

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมประมาณ 3 ชม. ชายดังกล่าวมีอาการใจเย็นลง และมีความเหนื่อยล้า และได้ลื่นตกจากระเบียงชั้น 2 ที่ยืนอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวและปลดอาวุธมีด จากนั้นกู้ชีพวิชัยเวชเข้าตรวจสอบประเมิณอาการบาดแผล พบว่ามีอาการบาดเจ็บมีแผลถลอกเล็กน้อยที่ขาขวา เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้นำตัวส่ง รพ.ศิริราช เพื่อดำเนินการรักษาต่อไป

>> ปอศ. ลุยห้างดังกลางกรุง กวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดการค้าไทย

10.50 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุมผู็ต้องหา6ราย ฐานความผิด “เสนอจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นจดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร”

หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ลุยตรวจร้านค้า ภายในห้างดังย่านปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดของกลาง น้ำหอมที่ปลอมเครื่องหมายการค้า,เสื้อและกางเกงกีฬา หมวก, กระเป๋า, เข็มขัดที่ปลอมเครื่องหมายการค้า,เคสโทรศัพท์,เคสหูฟังที่ปลอมเครื่องหมายการค้า และเครื่องประดับ ปลอมเครื่องหมายการค้า

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกกวาดล้าง ตรวจค้น และจับกุมมาแล้วหลายครั้ง จึงได้มีการบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยปละละเลย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้รวม 6 จุด ตรวจยึดของกลางได้รวมจำนวนหลายพันรายการ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้กระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

>> รถทัวร์มินิบัส เสียหลักตกขอบทางริมถนนมิตรภาพ มีผู้บาดเจ็บหลายราย

12.40 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถาน ปากช่อง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถทัวร์มินิบัส เสียหลักลงข้างทาง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาออก ช่วงทางลงมอ ใกล้เคียงฟาร์มโชคชัย ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์มินิบัส สาย กทม. - นครราชสีมา สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเสียหลักตกข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย โดยเป็นผูัชาย 3 รายและผู้หญิง 11 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ปากช่องนานา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง

>> “อนุทิน” รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2

13.38 น. ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 เดินทางไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. โดยได้อัญเชิญไปยังสถานที่ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯ
จากนั้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่านพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

>> จ.อุบลราชธานี เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่พิบูลมังสาหาร เสียหายวอดทั้งชั้น

13.50 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่ถนนบำรุงราษฏร์ ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านซึ่งเป็นบ้านสองชั้นเพลิงได้ไหม้มาจากด้านบนซึ่งเป็นไม้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการเข้าควบคุมและดับไฟอย่างทันท่วงที สามารถระงับเพลิงได้ในเวลา 14.20 น. ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

>> จนท.ตรวจสอบน้ำมันในคลัง จ.อ่างทอง พบน้ำมันดีเซลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่เอกสารนำเข้า-ส่งออกน้ำมัน ยังไม่เคลียร์

14.30 น. พ.ต.อ.จรูญโรจน์ สุขไทย ผู้กำกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ประสานนายธีรัชพงศ์ อินทระ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ หัวหน้าสายตรวจ

สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต, นส.สุกัญญา กุลสุวรรณ์ ปลัดจังหวัดอ่างทอง, พลังงานจังหวัด, สรรพสามิตจังหวัด, พานิชย์จังหวัด, ตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง, กอ.รมน.จังหวัด และฝ่ายปกครอง เดินทางมาที่คลังน้ำมัน ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง

พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่คลังน้ำมันในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง มาให้ข้อมูลและขอตรวจสอบเอกสารการนำเข้า-ส่งออกน้ำมัน จากต้นทางไปยังปลายทางผ่านคลังน้ำมันแห่งนี้ เพื่อใช้เทียบเคียงตรวจดูปริมาณน้ำมันในคลังว่า เหลือมากเท่าใด แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ของคลังที่จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่จากคลังที่อยู่กรุงเทพมหานคร ยังไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือลายลักษณ์อักษร แจ้งไปยังเจ้าของให้นำส่งเอกสารการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันภายใน 3 วัน และจะสิ้นสุดกำหนดในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 หากไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ จะมีความผิด มาตรา 30 แห่ง พรบ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง หากผู้ค้ามาตรา 10 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มีโทษตามมาตรา 56 (3) ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเชื้อเพลิงตำรวจภูธรภาคหนึ่ง (ศปนม.ภาค 1) ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันในถังบรรจุของคลังดังกล่าวไปตรวจสอบในรถโมบาย ตามกรรมวิธี ทั้ง น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 พบน้ำมันผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกชนิด

>> ก.พาณิชย์ "สุ่มตรวจ" พบผู้ประกอบการทำผิดกฎหมาย "ไม่ติดป้ายราคา 8 ราย" ใน 7 จังหวัด ดำเนินการปรับตามกฎหมาย

14.48 น. นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์ค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลไม่ให้ฉวยโอกาส จากการที่น้ำมันสูงขึ้นและจำหน่ายสินค้าเกินกว่าต้นทุนจริง ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค จากการสุ่มตรวจสถานประกอบการ 1,600 แห่ง แบ่งเป็นปั๊มน้ำมัน 1,027 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 346 แห่ง และตลาด 252 แห่ง พบการกระทำผิด 8 รายใน 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สระแก้ว สกลนคร อุบลราชธานี เชียงราย นครศรีธรรมราช และ นครพนม เป็นกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคาทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปรับตามกฎหมายแล้ว

ล่าสุด ได้ลงพื้นที่ตรวจเพิ่มอีก 300 แห่งทั้ง ปั๊มน้ำมัน ร้านปุ๋ยและร้านสินค้าอุปโภค บริโภค พบการกระทำความผิด 2 ราย จำหน่ายราคาสูงเกินควร ได้ดำเนินการปรับแล้วทั้งหมด นอกจากนี้ได้หารือกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จำนวน 9 ราย พบสินค้าสำรองยังมีเพียงพอและสามารถตรึงราคาได้อีกระยะ ยืนยันจะกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม

>> กองทัพเรือ เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด จ.ตราด พบเป็นทุ่นระเบิดตกค้างจากฝ่ายกัมพูชา

14.52 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ยังคงปฏิบัติภารกิจเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด ได้แก่ บ้านชำราก และบ้านหนองรี ตำบลชำราก รวมถึงบ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปะทะในช่วงที่ผ่านมา

จากการปฏิบัติการพบว่ายังคงมีทุ่นระเบิดตกค้างอยู่ในพื้นที่อีกเป็นจำนวนมาก โดยเป็นทุ่นระเบิดที่มีลักษณะและแหล่งที่มาสอดคล้องกับทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชาจากสถานการณ์การสู้รบในอดีต อันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ นปท.ทร. ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรกวาดล้างทุ่นระเบิดแบบ GCS-200 จากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.ศบท.) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเร่งรัดการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

>> พายุฝนลมพัดถล่ม ที่นาวัง จ.หนองบัวลำภู บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง

17.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งการเกิดเหตุวาตภัย ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.นาเหล่า อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู

เบื้องต้นได้รับความเสียหายหนัก จำนวน 1 หลัง เสียหายบางส่วน จำนวน 2 หลัง และอยู่ในระหว่างสำรวจเพิ่มเติม จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าว จังหวัดหนองบัวลำภูจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็วและหากมีความคืบหน้าประการใด จักได้รายงานให้ทราบในครั้งต่อไป

>> ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “Cut Money Flow” รวบ 9 ผู้ต้องหา เงินหมุนเวียนสัปดาห์ละล้าน โยงทุนจีนเทา

17.29 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอท. เปิดปฏิบัติการ “Cut Money Flow” ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับกุมผู้ต้องหารวม 9 ราย แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มบัญชีม้า กลุ่มถอนและลำเลียงเงิน กลุ่มผู้สั่งการซึ่งมีหัวหน้าคนไทย และกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ชาวจีน จากการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวใช้วิธีโทรหลอกเหยื่อ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทสื่อสาร ก่อนโอนสายให้ “ตำรวจปลอม” ผ่านแอป LINE เพื่อหลอกให้โอนเงินตรวจสอบ จากนั้นจะรีบถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ส่งต่อเป็นทอด ๆ ไปยังหัวหน้าขบวนการและกลุ่มทุนจีน โดยมีเงินหมุนเวียนสัปดาห์ละ 1-2 ล้านบาท ทำต่อเนื่องนานกว่า 9 เดือน

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณห้างสรรพสินค้าใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขณะผู้ต้องหากำลังส่งมอบเงินสด 1.9 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งเงินสด โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และสมุดบัญชีธนาคาร โดยเจ้าหน้าที่เตือนประชาชนว่า หน่วยงานรัฐหรือธนาคารไม่มีนโยบายโทรให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยควรติดต่อหน่วยงานโดยตรง หรือแจ้งสายด่วน AOC 1441 ทันที เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

>> รถบรรทุกแหกด่านหลบหนี สายตรวจรถ จยย.ไล่สกัด เสียหลักชนเสาไฟ ส.ต.ท.เสียชีวิต

17.30 น. สภ.ลำลูกกา ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้เคียงด่านเก็บเงินธัญบุรี หมู่ 13 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ในจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีบีอาร์ สีน้ำตาล ป้ายทะเบียนตราโล่ ล้มคว่ำในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ห่างไปเล็กน้อยพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ในชุดเครื่องแบบตำรวจ ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ อายุ 25 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ธัญบุรี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย คือ ด.ต.โกวิทย์ อายุ 40 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ธัญบุรี (ผู้ขับขี่) มีบาดแผลถลอกตามร่างกายและแผลเจาะที่ขาขวา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวส่ง รพ.ซีจีเอช สายไหม

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดสกัดบริเวณใต้สะพานข้ามวงแหวนกาญจนาภิเษก ในเขตพื้นที่ สภ.ธัญบุรี ต่อมามีรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ขับผ่านมาด้วยท่าทีต้องสงสัย และไม่ยอมหยุดรถให้ตรวจค้น ก่อนจะเร่งเครื่องแหกด่านหลบหนีมุ่งหน้าไปทางอำเภอลำลูกกา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร จนกระทั่งเข้าเขตพื้นที่ สภ.ลำลูกกา ได้เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จนเสียหลักพุ่งอัดเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ เสียชีวิตในหน้าที่ทันที ส่วนรถบรรทุกคู่กรณีอาศัยจังหวะชุลมุนขับหลบหนีไปได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชนว่าเป็นการจงใจก่อเหตุหรือไม่ ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธินำส่งชันสูตร และเตรียมเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะช่วงทางโค้ง หนุ่มน้อยวัย 18 ปีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
18.10 น. รับแจ้งจากมูลนิธิสว่างพร มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณโค้งปลากัด ถนนสายทับมาเขาโบสถ์ ในพื้นที่ ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ เวสป้า สีเทา ป้ายทะเบียน ชลบุรี ลักษณะชนกับรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ใกล้กันพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส ทางทีมกู้ชีพ รพ.ระยอง ร่วมตรวจสอบพบว่า 1 รายได้เสียชีวิตแล้ว เป็นผู้ชาย อายุ 18 ปี ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นผู้ชาย อายุ 17 ปี ขาซ้ายท่อนบนผิดรูป บาดแผลตามร่างกาย อาสาสมัครให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล ก่อนมอบให้รถกู้ชีพโรงพยาบาลระยองดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลนิคมพัฒนา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา

>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.8 ทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

19.28 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.8 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 669 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยศาลธนบุรี 29 เสียหายวอดทั้งห้อง

20.24 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยศาลธนบุรี 29 ถนนศาลธนบุรี แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องเก็บของ เพลิงลุกไหม้ห้องเก็บของ 2 ห้อง เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 24 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมตั้งพื้น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค

>> สตช. อนุญาตผ่อนผันให้รถบรรทุกขนส่งน้ำมันเดินรถในทุกจังหวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

20.57 น. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ได้พิจารณาออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถขนส่งน้ำมันรองรับสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อบริหารจัดการด้านการจราจรในการขนส่งน้ำมันให้รวดเร็ว ทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่ เพียงพอต่อความต้องการน้ำมัน

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียดมาก ส่งผลกระทบต่อการเดินทางขนส่งในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลาง และทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชนในประเทศไทย ดังนั้น กระทรวงพลังงาน กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ประเมินสถานการณ์ และวางมาตรการแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันในพื้นพื้นที่ต่าง ๆ ให้รองรับและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในแต่ละวันได้ เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรสำหรับการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในประเทศให้กับประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้พิจารณาอนุญาตผ่อนผันให้รถบรรทุกขนส่งน้ำมันเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569

>> หนุ่มวัย 19 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี เสียชีวิตบนต่างระดับสาลีโข

23.20 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ ถนนชัยพฤกษ์ ขาออกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก บนต่างระดับสาลีโข ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 19 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...