น้ำมันเขียวพุ่ง 40.80 บาท/ลิตร ฉุดประมงไทยจอดเรือ รัฐเร่งดัน B20 แก้วิกฤต
สถานการณ์พลังงานยังคงตึงตัว หลังราคาน้ำมัน “น้ำมันเขียว” ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของเรือประมง ปรับขึ้นครั้งใหญ่ 6.50 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 40.80 บาทต่อลิตร สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการทำประมงอย่างหนัก จนหลายพื้นที่เริ่มมีการจอดเรือชั่วคราวเพื่อลดภาระขาดทุน
ปัจจัยสำคัญมาจากความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ขณะเดียวกันผู้ผลิตบางส่วนได้ลดกำลังการผลิต ยิ่งซ้ำเติมให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับราคาน้ำมันเขียวรอบใหม่มีผลตั้งแต่เวลา 06.00 น. ในช่วงวันที่ 22–28 มีนาคม 2569 โดยถือเป็นระดับราคาที่สูงมาก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการประมง
“ต้นทุนน้ำมันถือเป็นสัดส่วนหลักของการออกเรือ เมื่อราคาปรับขึ้นแรงขนาดนี้ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มรับไม่ไหว บางพื้นที่ต้องตัดสินใจจอดเรือเพื่อลดการขาดทุน” นายมงคลกล่าว
แนวโน้มราคาน้ำมันยังคงผันผวนตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด โดยหากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจทำให้ต้นทุนภาคประมงและอุตสาหกรรมอาหารทะเลปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ภาคประมงได้เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ อาทิ การตรึงราคาน้ำมัน หรือสนับสนุนต้นทุน เพื่อพยุงอุตสาหกรรมไม่ให้หยุดชะงักในช่วงวิกฤตพลังงาน
ด้านภาครัฐระบุว่า อยู่ระหว่างเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยขอเวลา 7–10 วันในการผลิตไบโอดีเซล B20 ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเขียว เพื่อนำมาใช้เป็นทางเลือกชั่วคราวในการลดภาระต้นทุนให้กับชาวประมงในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้