โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครื่อง 5 ปีแต่ราคาพุ่ง! Sony หักอกเกมเมอร์ อัปราคา PlayStation 5 ทั่วโลกสูงสุด 4.92 พันบาท สวนทางวงจรสินค้าไอทีที่ควรจะถูกลง

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เครื่อง 5 ปีแต่ราคาพุ่ง! Sony หักอกเกมเมอร์ อัปราคา PlayStation 5 ทั่วโลกสูงสุด 4.92 พันบาท สวนทางวงจรสินค้าไอทีที่ควรจะถูกลง

Sony Group ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม PlayStation 5 ทั่วโลก โดยในสหรัฐอเมริกาปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.92 พันบาท) ในบางรุ่น

การขยับราคาครั้งใหญ่นี้ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงหนึ่งปี หลังจากที่บริษัทเคยปรับราคามาก่อนหน้านี้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลกที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง

ราคาใหม่จะมีผลในวันที่ 2 เมษายน โดยรุ่นมาตรฐานในสหรัฐอเมริกาจะขยับจาก 549.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.80 หมื่นบาท) ขึ้นเป็น 649.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.13 หมื่นบาท)

สำหรับรุ่นดิจิทัลจะปรับขึ้นเป็น 599.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.97 หมื่นบาท) ขณะที่รุ่นท็อปอย่าง PlayStation 5 Pro จะมีราคาสูงถึง 899.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.95 หมื่นบาท) อุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นเกมพกพาอย่าง PlayStation Portal ก็ถูกปรับเพิ่มราคาจาก 199.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.57 พันบาท) เป็น 249.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.21 พันบาท) ด้วยเช่นกัน

การปรับราคายังครอบคลุมไปถึงยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น โดยในสหราชอาณาจักรราคาเครื่องรุ่นต่างๆ จะเพิ่มขึ้นราว 13 – 21 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตลาดยุโรปเครื่องรุ่นมาตรฐานจะมีราคา 649.99 ยูโร (หรือ 2.46 หมื่นบาท)

ทางบริษัทได้ออกแถลงการณ์ว่า “เราพบว่านี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มีนวัตกรรมและคุณภาพสูงให้กับผู้เล่นทั่วโลกต่อไปได้”

ต้นตอมาจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน

การที่ราคาเครื่องคอนโซลปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นแนวโน้มที่ ‘ผิดปกติอย่างมาก’ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วราคาอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้ควรจะค่อยๆ ลดลงเมื่อวงจรชีวิตของสินค้าผ่านไปหลายปี

ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดปรากฏการณ์นี้คือเรื่องกำแพงภาษีที่สหรัฐอเมริกากำหนด รวมถึงการที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์กันอย่างดุเดือด

ส่งผลให้ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลที่สร้างกำไรได้สูงกว่า ทำให้ชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับอุปกรณ์ทั่วไปเกิดภาวะตึงตัว

เพียร์ส ฮาร์ดิง-โรลส์ (Piers Harding-Rolls) นักวิเคราะห์จาก Ampere Analysis มองว่า “เมื่อไม่มีวี่แววว่าราคาจะลดลงเนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ Sony จึงต้องตัดสินใจเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องส่วนต่างกำไรของฮาร์ดแวร์ที่บางเฉียบ”

นอกจากนี้เขายังประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลและอิหร่าน อาจยิ่งเข้ามาซ้ำเติมผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และเพิ่มความยากลำบากให้กับบริษัทคอนโซลมากยิ่งขึ้น

ปัญหานี้ยังลุกลามไปถึง Valve ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Steam ซึ่งประกาศฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยบริษัทยอมรับว่ายังไม่สามารถเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายได้ เนื่องจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลนทวีความรุนแรงขึ้น

ฮาร์ดิง-โรลส์กล่าวเสริมว่าคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากคู่แข่งอย่าง Microsoft และ Nintendo จะทำตามในอนาคตอันใกล้ ซึ่งปัจจุบันเครื่อง Xbox Series X ก็ขยับราคาจากตอนเปิดตัวมาอยู่ที่ 650 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.13 หมื่นบาท) แล้ว

ทางด้าน Nintendo ก็ได้ปรับขึ้นราคาเครื่อง Switch รุ่นแรกไปเมื่อปีที่แล้ว แม้จะยังคงราคาเครื่อง Switch 2 ไว้ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.47 หมื่นบาท) แต่ก็ออกโรงเตือนว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

แรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค

นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่าการปรับราคาคอนโซลให้แพงขึ้น มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตของตลาดวิดีโอเกมโดยรวมในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณเตือนเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อยอดขายเครื่อง PlayStation 5 ในช่วงไตรมาสวันหยุดปลายปีที่ผ่านมาร่วงลงถึง 16 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทำยอดขายไปได้เพียง 8 ล้านเครื่องเท่านั้น

ความซบเซานี้ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง Epic Games ผู้สร้างเกม Fortnite ที่กลายเป็นบริษัทล่าสุดที่ประกาศลดพนักงาน 1,000 คน โดยอ้างเหตุผลเรื่องยอดขายคอนโซลที่ชะลอตัวและรายจ่ายที่สูงกว่ารายรับ

การตัดสินใจของ Sony เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญมรสุม ทั้งจากการเลิกจ้างพนักงานกะทันหัน การปรับขึ้นราคาบริการ และการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูงที่สร้างความขัดแย้ง

การเพิ่มราคาเครื่องคอนโซลที่มีอายุในตลาดมานานถึง 5-6 ปี ได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับบรรดาเกมเมอร์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการผลักภาระมาให้กับผู้บริโภค

ผู้ใช้งานรายหนึ่งได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้บล็อกโพสต์ของ Sony อย่างดุเดือดว่า “ราคา 650 ยูโรสำหรับเครื่องคอนโซลรุ่นพื้นฐานที่มีอายุ 5 ปีนั้นเป็นเรื่องที่บ้ามาก”

ขณะที่ผู้ใช้อีกคนวิพากษ์วิจารณ์การกระทำนี้ว่า ‘น่ารังเกียจ’ และกล่าวเสริมว่า “ราคาควรจะลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของเจเนอเรชันแบบนี้” ผู้ใช้งานอีกรายยังได้เข้ามาแสดงความเห็นปิดท้ายด้วยความผิดหวังอย่างหนักว่า “นี่เป็นเจเนอเรชันเดียวที่ราคาเครื่องคอนโซลปรับตัวสูงขึ้นและไม่ยอมลดลงเลย”

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน

  • 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.86 บาท ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569
  • 1 ยูโร เท่ากับ 37.87 บาท ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569

ภาพ : Wongsakorn 2468 / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...