วิกฤติหนัก! “เกาหลีใต้” จ่อจำกัดการขับรถทั่วประเทศ หากน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์
วิกฤติหนัก! "เกาหลีใต้" เตรียมพิจารณาขยายมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ไปยังประชาชนทั่วไป หากราคาน้ำมันโลกพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 09.25 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาขยายมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ไปยังประชาชนทั่วไป หากราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่กำลังกดดันด้านพลังงานของประเทศ
Koo Yun Cheol รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ KBS เมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาขยายมาตรการไปยังภาคเอกชน เพื่อขอความร่วมมือจากประชาชนในการลดการใช้พลังงาน อย่างไรก็ตาม เขายังแสดงความหวังว่าสงครามจะยุติลงโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ได้เริ่มใช้มาตรการจำกัดการใช้รถยนต์กับข้าราชการแล้ว โดยกำหนดวันเข้าใช้อาคารราชการตามเลขท้ายป้ายทะเบียนรถ หากมีการขยายไปยังภาคเอกชน จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วง สงครามอ่าวเปอร์เซีย 1991 ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ
ขณะที่ Lee Jae Myung ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า และหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อป้องกันการขาดแคลนพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ
เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ และเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของโลก กำลังเผชิญความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้น รวมถึงแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
แม้ว่าการส่งออกของประเทศยังคงเติบโตได้ดีในช่วงต้นเดือนมีนาคม จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง แต่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกำลังดันต้นทุนวัตถุดิบให้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางทะเลเผชิญความไม่แน่นอน และกดดันห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมันดิบ Brent crude พุ่งขึ้นสูงสุด 3.7% แตะระดับ 116.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันจันทร์ ขณะที่ West Texas Intermediate ทะยานขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และประกาศว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปจนกว่าการโจมตีอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรจะยุติลง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งในด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานในระยะข้างหน้า
อ้างอิง : bloomberg.com