‘ศุภจี’ เผย 11 เม.ย.เปิดรายละเอียด ‘รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์’ ขนสินค้าลด 58% ถึงชุมชน
เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระ ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา162 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวชี้ประเด็นที่สมาชิกสภาผุ้แทนราษฎรอภิปรายนโยบายรัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลตระหนักดีว่า วิกฤติที่กำลังเผชิญนี้มีความซับซ้อนหลายมิติ ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบต่อภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงระบบเศรษฐกิจในประเทศ ที่ต้องมีการปรับโครงสร้าง ซึ่งรัฐบาลพยามทำทุกอย่างไปพร้อมกัน
นางศุภจี กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนคือ เรื่องค่าครองชีพ ที่เราต้องดูทั้งเรื่องการประหยัดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ และการกระจายโอกาส โดยรัฐบาลจะดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทันถ่วงที รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ที่สร้างทางเลือกสินค้าราคาจับต้องได้ให้กับประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มรายได้ ด้วยการใช้กลไกภาครัฐ นำสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี มาทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น ทั้งมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)และมีมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ส่งถึงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และร้านค้าทั่วประเทศได้
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ผลงานในอดีตของรัฐบาล มีโครงการธงฟ้า ซึ่งประชาชนที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าโครงการธงฟ้าได้ ก็จะมีโครงการ “ธงฟ้าโมบายล์” หรือรถธงฟ้าเคลื่อนที่ และ “รถพุ่มพวง” ที่จะนำสินค้าราคาพิเศษ ลดราคาถึง 58% ไปถึงชุมชนให้ได้มากที่สุดและบัตรเติมน้ำมัน โดยรายละเอียดของโครงการนี้จะออกมาหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เม.ย.นี้
นางศุภจี กล่าวอีกว่า สำหรับรายการสินค้าควบคุม ของกระทรวงพาณิชย์ มีหลายมาตรการ บางรายการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่สินค้าบางประเภทก็ใช้วิธีเจรจาไม่ให้ขึ้นราคา ทั้งนี้ การดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ความสมเหตุสมผล เป็นธรรมกับผู้ผลิตและผู้บริโภค เราไม่สามารถบังคับได้ทุกเรื่อง
ส่วนน้ำมันปาล์ม ที่ สส.บางคนกังวลที่ ครม.มีมติควบคุมการส่งออกนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่ต้องขออนุญาต ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจสนับสนุนให้มีการใช้ไลโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม หากเราไม่ควบคุมปริมาณ อาจจะเกิดการขาดแคลน ส่วนที่มีคนกังวลว่า ราคาผลปาล์มจะตก ยืนยันว่า ราคาผลปาล์มขณะนี้อยู่ที่ 8.10 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ถึงจะขึ้นไม่มากแต่ก็อยู่ในเทรนด์ขาขึ้น
สำหรับมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ บริการด้านขนส่ง หรือน้ำตาลทรายเราใช้มาตรการบริหาร ไม่ได้ดูในเรื่องการขึ้นราคาหรือไม่ เพราะสินค้าทั้ง 4 ประเภทนี้ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ไปดูเรื่องราคา โดยเฉพาะนํ้ามัน ที่มีกลไกของกระทรวงพลังงานดูแลอยู่ หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ คือดูว่าขายตามราคาที่ประกาศไว้หรือไม่
นางศุภจี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศ ปุ๋ยที่อาจจะมีปัญหาการขาดแคลน คือปุ๋ยยูเรีย เพราะต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งที่ขณะนี้มีปัญหาขนส่งไม่ได้ แต่ปุ๋ยตัวอื่นเรายังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งมีปุ๋ยที่ยังใช้ได้ตามปกติถึง 64% ไม่ใช่ปุ๋ยทั้งตลาดจะขาดแคลนทั้งหมด ทั้งนี้ที่ตนเคยชี้แจงว่า ปุ๋ยยูเรียจะมีเพียงพอถึงเดือนส.ค. เพราะขณะนั้นมีสต๊อก 340,000 ตัน และคาดว่าจะนำเข้ามาในเดือนเม.ย. 2 แสนตัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ก็พบว่าไทยจะมีปุ๋ยยูเรียพอใช้ถึงกลางเดือนพ.ค. สำหรับตนมองว่าน่ากังวล ทั้งด้านราคาและการขาดแคลน หากปุ๋ยยูเรียมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องใช้กลไกการตลาดมาดูว่าจะต้องปรับราคาแล้วหรือยัง แต่ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายใด ส่งเรื่องขอขึ้นราคามา
“ขณะนี้มีเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำ ที่ติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ พยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้ปล่อยเรือเหล่านี้ออกมา หากเรือ 5 ลำนี้ออกมาได้ เราก็สามารถอยู่ได้อีกพอสมควร”นางศุภจี กล่าว ส่วนสถานการณ์เม็ดพลาสติก ภายหลังเกิดวิกฤติตะวันออกกลาง เราได้นำเม็ดพลาสติกมาเป็นสินค้าควบคุม ในอนาคต จะมีการบูรณาการหลายกระทรวงให้อยู่ในคณะทำงาน เพื่อช่วยกันพุ่งเป้าและแก้ปัญหาผลกระทบจากการขาดแคลนเมล็ดพลาสติก นอกจากนี้ ต้องพิจารณาหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน
นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ขอให้สมาชิกรัฐสภาช่วยกัน วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ข้อชี้แนะของทุกคน ตนน้อมรับ ไม่เคยเกี่ยงว่าจะเป็นคำแนะนำจากใคร แต่ก็ขอให้ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าสร้างความตระหนก แต่ช่วยกันสร้างให้ทุกคนตระหนัก ว่าเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว.