ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน พบ “สี จิ้นผิง” สะเทือนการเมืองภายใน สหรัฐ-ญี่ปุ่นจับตาใกล้ชิด
ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน พบ "สี จิ้นผิง" สะเทือนการเมืองภายใน ขณะที่จีนใช้จังหวะนี้ส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐและพันธมิตร ก่อนการเจรจาระดับผู้นำที่กำลังจะเกิดขึ้น
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 10.27 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าCheng Li-wun ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) เข้าพบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการพบปะที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งไต้หวัน สหรัฐ และญี่ปุ่น โดยเกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้
การพบกันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายของภารกิจสันติภาพ ระยะ 6 วันของเฉิงในจีน และถือเป็นการยกระดับบทบาทของเธอในฐานะตัวแทนหลักด้านความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ (cross-strait) ของไต้หวัน ขณะเดียวกันภาพดังกล่าวยังสะท้อนความตึงเครียดทางการเมืองภายในไต้หวัน โดยพรรค KMT ของเฉิงกำลังขัดขวางงบประมาณกลาโหมมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดี Lai Ching-te ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีน
ฝ่ายจีนใช้โอกาสจากการเยือนครั้งนี้ในการส่งสัญญาณไปยังวอชิงตันและประเทศพันธมิตรว่า ไต้หวันไม่ได้มีจุดยืนเป็นเอกภาพในประเด็นด้านความมั่นคง และจีนยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองของไต้หวัน โดยเฉพาะก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง กับทรัมป์ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม
นักวิเคราะห์มองว่า การพบกันครั้งนี้จะช่วยเพิ่มบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองของเฉิงภายในพรรค KMT ขณะเดียวกันก็อาจจำกัดบทบาทของกลุ่มผู้นำสายใกล้ชิดสหรัฐภายในพรรค เช่น นายกเทศมนตรีเมืองไถจง และอดีตประธานพรรคบางราย
อย่างไรก็ตามนักวิชาการจากสถาบัน Academia Sinica ระบุว่า การเยือนครั้งนี้ไม่น่าจะช่วยลดความตึงเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างยังไม่เปลี่ยนแปลง และความขัดแย้งภายใน KMT เองก็เริ่มชัดเจนขึ้นระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนสหรัฐกับกลุ่มที่ใกล้ชิดจีน
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ทรัมป์ได้กดดันรัฐบาลไต้หวันให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เฉิงเองเคยแสดงจุดยืนคัดค้านการเพิ่มกำลังทางทหาร โดยมองว่าไม่ได้เป็นหลักประกันความมั่นคงอย่างแท้จริง
ระหว่างที่เฉิงเยือนจีน ประธานาธิบดีไต้หวันได้ต้อนรับวุฒิสมาชิกสหรัฐ ซึ่งย้ำให้สภานิติบัญญัติไต้หวันเร่งผ่านงบประมาณด้านกลาโหม สะท้อนแรงกดดันจากวอชิงตันที่ต้องการให้ไต้หวันเสริมความสามารถในการป้องกันตนเอง
จีนยังคงปฏิเสธที่จะติดต่อกับรัฐบาลของไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนอธิปไตยของไต้หวัน และเลือกใช้ช่องทางฝ่ายค้านอย่างเฉิงเป็นตัวแทนหลักในการสื่อสาร
อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล KMT ระบุว่า จีนกำลังวางตัวเฉิงให้เป็นตัวแทนใหม่ แทนอดีตผู้นำอย่าง Ma Ying-jeou ในการดำเนินความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ แม้แนวทางดังกล่าวจะยังไม่ได้รับฉันทามติภายในพรรค
การเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจภายใน KMT โดยเฉิงถูกมองว่ากำลังสืบทอดแนวคิด “ฉันทามติปี 1992” ซึ่งยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างจีนที่ใหญ่กว่า
นอกจากนี้คำปราศรัยของเฉิงในนครหนานจิง ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ได้สร้างความกังวลต่อท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศของพรรค KMT โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นตึงเครียดอยู่แล้ว
นักการทูตต่างชาติรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ผลกระทบของการพบกันระหว่างเฉิงกับสี จิ้นผิง จะยังคงส่งแรงสะเทือนไปถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นในปลายปีนี้ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2571 โดยมองว่าเหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นบูมเมอแรงทางการเมืองที่ย้อนกลับมาส่งผลต่อพรรค KMT เอง
อ้างอิง : asia.nikkei.com