โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน พบ “สี จิ้นผิง” สะเทือนการเมืองภายใน สหรัฐ-ญี่ปุ่นจับตาใกล้ชิด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 เม.ย. เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 05.20 น.

ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน พบ "สี จิ้นผิง" สะเทือนการเมืองภายใน ขณะที่จีนใช้จังหวะนี้ส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐและพันธมิตร ก่อนการเจรจาระดับผู้นำที่กำลังจะเกิดขึ้น

วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 10.27 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าCheng Li-wun ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) เข้าพบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการพบปะที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งไต้หวัน สหรัฐ และญี่ปุ่น โดยเกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้

การพบกันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายของภารกิจสันติภาพ ระยะ 6 วันของเฉิงในจีน และถือเป็นการยกระดับบทบาทของเธอในฐานะตัวแทนหลักด้านความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ (cross-strait) ของไต้หวัน ขณะเดียวกันภาพดังกล่าวยังสะท้อนความตึงเครียดทางการเมืองภายในไต้หวัน โดยพรรค KMT ของเฉิงกำลังขัดขวางงบประมาณกลาโหมมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดี Lai Ching-te ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีน

ฝ่ายจีนใช้โอกาสจากการเยือนครั้งนี้ในการส่งสัญญาณไปยังวอชิงตันและประเทศพันธมิตรว่า ไต้หวันไม่ได้มีจุดยืนเป็นเอกภาพในประเด็นด้านความมั่นคง และจีนยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองของไต้หวัน โดยเฉพาะก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง กับทรัมป์ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม

นักวิเคราะห์มองว่า การพบกันครั้งนี้จะช่วยเพิ่มบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองของเฉิงภายในพรรค KMT ขณะเดียวกันก็อาจจำกัดบทบาทของกลุ่มผู้นำสายใกล้ชิดสหรัฐภายในพรรค เช่น นายกเทศมนตรีเมืองไถจง และอดีตประธานพรรคบางราย

อย่างไรก็ตามนักวิชาการจากสถาบัน Academia Sinica ระบุว่า การเยือนครั้งนี้ไม่น่าจะช่วยลดความตึงเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างยังไม่เปลี่ยนแปลง และความขัดแย้งภายใน KMT เองก็เริ่มชัดเจนขึ้นระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนสหรัฐกับกลุ่มที่ใกล้ชิดจีน

ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ทรัมป์ได้กดดันรัฐบาลไต้หวันให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เฉิงเองเคยแสดงจุดยืนคัดค้านการเพิ่มกำลังทางทหาร โดยมองว่าไม่ได้เป็นหลักประกันความมั่นคงอย่างแท้จริง

ระหว่างที่เฉิงเยือนจีน ประธานาธิบดีไต้หวันได้ต้อนรับวุฒิสมาชิกสหรัฐ ซึ่งย้ำให้สภานิติบัญญัติไต้หวันเร่งผ่านงบประมาณด้านกลาโหม สะท้อนแรงกดดันจากวอชิงตันที่ต้องการให้ไต้หวันเสริมความสามารถในการป้องกันตนเอง

จีนยังคงปฏิเสธที่จะติดต่อกับรัฐบาลของไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนอธิปไตยของไต้หวัน และเลือกใช้ช่องทางฝ่ายค้านอย่างเฉิงเป็นตัวแทนหลักในการสื่อสาร

อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล KMT ระบุว่า จีนกำลังวางตัวเฉิงให้เป็นตัวแทนใหม่ แทนอดีตผู้นำอย่าง Ma Ying-jeou ในการดำเนินความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ แม้แนวทางดังกล่าวจะยังไม่ได้รับฉันทามติภายในพรรค

การเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจภายใน KMT โดยเฉิงถูกมองว่ากำลังสืบทอดแนวคิด “ฉันทามติปี 1992” ซึ่งยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างจีนที่ใหญ่กว่า

นอกจากนี้คำปราศรัยของเฉิงในนครหนานจิง ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ได้สร้างความกังวลต่อท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศของพรรค KMT โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นตึงเครียดอยู่แล้ว

นักการทูตต่างชาติรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ผลกระทบของการพบกันระหว่างเฉิงกับสี จิ้นผิง จะยังคงส่งแรงสะเทือนไปถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นในปลายปีนี้ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2571 โดยมองว่าเหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นบูมเมอแรงทางการเมืองที่ย้อนกลับมาส่งผลต่อพรรค KMT เอง

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...