24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 เมษายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 เมษายน 2569
>> "ดาบตำรวจสืบสวนนครพนม" ปืนลั่นเจาะอกเสียชีวิตที่ รพ. หลังออกมานั่งล้างทำความสะอาดปืนหน้าบ้าน
07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บ้านพักย่านบ้านท่าควาย-บ้านน้อยหนองเค็ม ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครพนม
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเดี่ยว ทราบผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ไปแล้ว โดยเป็น ดาบตำรวจ อายุ 45 ปี ผบ.หมู่ งานสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้นำอาวุธปืน ขนาด 9 มม. มาล้างทำความสะอาดที่ระเบียงหน้าบ้าน แต่เกิดปืนลั่นกระสุนเจาะหน้าอกซ้าย 1 นัด ท่ามกลางความตกใจของภรรยาที่รดน้ำต้นไม้อยู่ใกล้ๆ
เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความไม่ถนัดเนื่องจากดาบตำรวจ ที่มีอาการทางร่างกายซีกขวาจากอุบัติเหตุตกต้นไม้เมื่อปีก่อน ทำให้ขณะถอดล้างเครื่องมืออาจพลาดทำปืนลั่นใส่จุดสำคัญ แม้ทีมแพทย์พยาบาล จะพยายามยื้อชีวิตเต็มที่ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทิ้งความเศร้าสลดแก่เพื่อนข้าราชการตำรวจและเพื่อนบ้าน เนื่องจากผู้ตายเป็นคนอารมณ์ดีและเป็นที่รักของทุกคน
>> โฆษกรัฐบาลขอบคุณ คปท. สะท้อนเสียงประชาชน ย้ำรับฟังทุกข้อคิดเห็น
09.30 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับหนังสือข้อร้องเรียนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เครือข่ายแรงงาน และเครือข่ายเกษตรกร ณ บริเวณทำเนียบรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณ คปท.และสรส. ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนนำเสนอข้อห่วงใยและสะท้อนความกังวลต่อรัฐบาล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลรับทราบทุกประเด็นที่มีการยื่นเสนอผ่านช่องทางต่าง ๆ หากเรื่องใดที่พิจารณาแล้วเสร็จก็จะมารายงานให้ทราบ
สำหรับประเด็นสำคัญ อาทิ กรณี MOU44 มีความชัดเจนในทิศทางการดำเนินการแล้ว ส่วนการดูแลความเดือดร้อนของประชาชนและแรงงาน โดยเฉพาะการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายก็จะมีมาตรการออกมาจากนี้ รวมถึงแนวคิดการพัฒนา Entertainment Complex เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งขอยืนยันว่าไม่มีประเด็นกาสิโน ขณะเดียวกัน ในด้านความมั่นคง จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลาโหม ประชาชนในพื้นที่ และมิติด้านการต่างประเทศอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเข้าใจความกังวลของทุกภาคส่วน และพร้อมเร่งแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ หากมีเรื่องใดที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จะต้องมีการชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสะท้อนเสียงของประชาชนมาโดยตลอด
>> หนุ่มพัทลุง วัย 43 ปี เมาลงงมหอยในคลอง กลายเป็นศพ
10.00 น. สภ.เมืองพัทลุง พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพัทลุง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุพบศพชายเสียชีวิตภายในคลองหารไอ้แมว หมู่ที่ 4 ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
ที่เกิดเหตุพบร่างของ ชายไทย อายุ 43 ปี ลอยอยู่กลางลำคลอง ซึ่งมีความลึกประมาณ 3–4 เมตร และกว้างราว 15–20 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือและกำลังกู้ภัยประมาณ 7 นาย ช่วยกันนำร่างขึ้นฝั่ง โดยลากร่างเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร จากการตรวจสอบสภาพศพ พบว่าไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และไม่พบบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างใด
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อน และได้บอกว่าจะลงไปงมหอยในคลองตั้งแต่เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงช่วงค่ำยังไม่กลับบ้าน ญาติเลยแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันออกค้นหาตลอดทั้งคืน กระทั่งมาพบร่างลอยน้ำในช่วงสายของวันถัดมา
ญาติบอกด้วยว่า ผู้เสียชีวิตชอบดื่มสุรา เวลาเมาจะเมาหนักมากและลงไปในน้ำขณะที่ยังอยู่ในอาการเมา จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าวเบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ยะลาคุมเข้ม ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเหตุบึ้มทหารพราน 33 ผู้ก่อการร้ายเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุซ้ำ
10.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 33 (ฉก.ทพ.33) ในพื้นที่จังหวัดยะลา ทำให้หน่วยงานความมั่นคงต้องสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันที
พลตำรวจตรี กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เน้นย้ำไปยังกำลังพลทุกหน่วย ให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยกำชับให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ทุกภารกิจ โดยเฉพาะ จุดตรวจและจุดสกัด ให้ตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะ และวัตถุต้องสงสัยอย่างละเอียด เพื่อสกัดกั้นการฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังสั่งปรับยุทธวิธีการปฎิบัติ เน้น หลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ในเส้นทางหรือเวลาที่ซ้ำซาก เพื่อป้องกันการถูกดักซุ่มโจมตี และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ฐานปฏิบัติการที่มีมาตรการป้องกันต่ำ และกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ
ขณะที่ด้านการข่าวพบความเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ระดับปฏิบัติการและระดับสั่งการ เข้ามารวมตัวในพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเตรียมก่อเหตุ เพ่งเล็ง อำเภอบันนังสตา พบกลุ่ม ผกร. รวมตัวกันในพื้นที่ ตำบลบันนังสตา และตำบลเขื่อนบางลาง เพื่อคอยเฝ้าติดตามพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ และหาช่องโหว่โจมตีฐานปฏิบัติการที่มีการป้องกันต่ำ อำเภอรามัน มีรายงานพบสมาชิกกลุ่มปฏิบัติการ เข้าไปกบดานในพื้นที่ตำบลบือมัง เพื่อเตรียมแผนลอบยิงเจ้าหน้าที่ขณะลาดตระเวน รวมถึงพุ่งเป้าโจมตีชุมชนไทยพุทธในตำบลโกตาบารู และตำบลกาลูปัง
เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 เมษายน 2569 โดยเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยงานข้างเคียงเพื่อบูรณาการความปลอดภัยอย่างสูงสุด
>> ปธน.ฟิลิปปินส์ต่อสายแสดงความยินดี พร้อมเชิญนายกฯ อนุทิน ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน
13.30 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือทางโทรศัพท์กับนายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนไทยต่อการบริหารประเทศ พร้อมทั้งย้ำคำเชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ซึ่งฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคมนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณ พร้อมยืนยันความพร้อมเข้าร่วมและสนับสนุนการประชุมฯ ภายใต้การนำของฟิลิปปินส์อย่างเต็มที่ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน ทั้งนี้ ยังคาดว่า ในที่ประชุมอาเซียน ครั้งนี้ น่าจะมีการหยิบยก สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางมาหารือ เพื่อเสริมสร้างความสามารถของอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบ ทั้งด้านพลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวเสนอให้การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นภารกิจแห่งภูมิภาค โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งในระดับทวิภาคีและภายใต้กรอบอาเซียน พร้อมเร่งการจัดทำความตกลงที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่อำนวยความสะดวกในการส่งตัวชาวฟิลิปปินส์เกือบ 1,000 คนที่ได้รับผลกระทบจากขบวนการหลอกลวงในเมียนมากลับประเทศผ่านไทย ด้วย
>> จำคุก 50 ปี "ทิดแย้ม" อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ปมยักยอกเงินวัด 2 พันล้าน
13.34 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในคดีที่นายแย้ม อินทร์กรุงเก่า หรือ "ทิดแย้ม" อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันยักยอกเงินของวัดมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
โดยศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา จึงมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี
ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 5 ซึ่งประกอบด้วย นางสาวอรัญญาวรรณ หรือ "สีกาเก็น" , อดีตพระเอกพจน์, หมอเตย และจ่าชัย สามีของหมอเตย ศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดในฐานะผู้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงสั่งจำคุกจำเลยทั้ง 4 ราย รายละ 8 ปี โดยจำเลยทั้งหมดได้แสดงความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ เพื่อสู้คดีต่อไป
>> ศุลกากรฯ สกัดยาบ้า 1 แสนเม็ด คาชายแดน อ.แม่สอด พบออเดอร์ตรงจากท่าขี้เหล็ก ยัดพัสดุฝากลงใต้
14.25 น. เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้ตรวจยึดของกลางยาบ้าจำนวนมาก ซึ่งลักลอบซุกซ่อนมากับกล่องพัสดุชายแดน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีผู้ส่งกล่องพัสดุมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มาฝากส่งพัสดุฝั่งไทยเพื่อให้นำไปส่งลงใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจสอบพบในกล่องพัสดุที่จะฝากส่งเป็นแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์จำนวน 17 ลูก เจ้าหน้าที่เกรงว่าอาจจะมีสภาพเก่าซึ่งอาจเป็นอันตรายจึงขอทำการตรวจสอบอย่างละเอียด
กระทั่งพบยาบ้าซุกซ่อนในแบตเตอรี่ทุกลูกรวมจำนวน 500 ซอง 100,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 จากนั้นได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินการและขยายผลตามกฎหมายต่อไป
>> จ.ประจวบคีรีขันธ์ รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง ริมถนนเลี่ยงเมืองชะอำ คุณลุงเสียชีวิตคาซากรถ ส่วนคุณป้าเสียชีวิตที่ รพ.
15.15 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุมูลนิธิเพชรเกษม หัวหิน ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนเลี่ยงเมืองชะอำ ขาล่องใต้ กม.25+800 ในพื้นที่ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะเสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 ราย เป็นหญิง 1 รายติดอยู่ภายในรถ อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งดำเนินการ ช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บในฝั่งผู้โดยสาร ออกมาจากตัวรถ และมอบให้รถกู้ชีพนำส่ง รพ.หัวหิน ส่วนในฝั่งของคนขับ พบว่าผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบ เป็นผู้ชาย อายุ 68 ปี
และรับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บที่ รพ.นั้น มีอาการสาหัสและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เป็นหญิง อายุ 63 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน
>> รอง ผบ.ตร. สั่งตรวจเรือขนน้ำมันกลางอ่าวไทย สงสัยเดินเรือล่าช้าผิดปกติ
15.50 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจน้ำเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย 2 ลำ กลางอ่าวไทย หลังพบพฤติการณ์เดินเรือล่าช้าผิดปกติจากกำหนดการขนส่ง โดยเรือดังกล่าวบรรทุกน้ำมันจากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง มุ่งหน้าส่งไปยังคลังในกรุงเทพมหานครและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรวบรวมหลักฐานทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลระบบติดตามเรือ และพยานแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของความล่าช้า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิจารณาความเป็นไปได้ว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐาน “ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท ทั้งนี้ การตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดตามนโยบายรัฐ เพื่อตรวจสอบการกักตุนหรือเก็งกำไรน้ำมันในช่วงวิกฤตพลังงาน หลังเหตุการณ์ปิด ช่องแคบฮอร์มุส ที่ส่งผลกระทบต่อการกระจายเชื้อเพลิง โดยย้ำว่าหากพบความผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกกรณี
>> เพลิงไหม้ในตู้สินค้า บนรถบรรทุกเสียหายวอด ซอยวิภาวดีรังสิต 43 เจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับ ก่อนจะลุกลาม
15.58 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยวิภาวดีรังสิต 43 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้ บนรถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดกลาง สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้กล่องกระดาษลังส่งของเสียหายหมดทั้งตู้ อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง
>> ไฟไหม้รถยนต์เสียหายวอด กลางเมืองมุกดาหาร ตา-ยาย-หลาน รอดหวุดหวิด
17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร รับแจ้งว่า เกิดเหตุไฟไหม้รถนต์นั่งส่วนบุคคล บริเวณริมถนน ด้านข้างโรงพยาบาลมุกดาหาร ในพื้นที่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ รถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน มุกดาหาร ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบื้องต้นเสียหายทั้งคัน ขณะเกิดเหตุ ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จากการ สอบถาม ผู้ประสบภัย เล่าว่า ขับรถคันนี้มาธุระในเมืองมุกดาหาร ผ่านมาถึง วงเวียนหอนาฬิกา รถมีกลิ่นเหม็น จึงประคองนำรถหาที่จอดที่ปลอดภัย มาถึงหน้าโรงพยาบาลมุกดาหาร จึงจอดรถและดับเครื่องยนต์ พร้อมคนที่มาด้วยกัน มี 4 คน ตา ยาย หลาน ลงจากรถ สักพักมีประกายไฟลุกพรึบขึ้นในห้องโดยสาร ก่อนจะลุกลามเสียหาย
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร
>> ตำรวจสอบสวนกลาง ควบคุมตัว “อัจฉริยะ” กลางร้านอาหารริมคลองประปา ปมถูกร้องเรียนพฤติกรรม
17.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าควบคุมตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณริมคลองประปา ก่อนนำตัวไปสอบปากคำ เพื่อขยายผล กรณีถูกร้องเรียนพฤติกรรมในช่วงที่ผ่านมา
โดยปฏิบัติการเกิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลร้องเรียนหลายประเด็น ทำให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและเฝ้าติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง จนตัดสินใจเข้าควบคุมตัวเพื่อสอบสวนอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อีกชุดยังสอบสวนขยายผลหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพัก เพื่อหาเชื่อมโยงถึงพฤติกรรมของนายอัจฉริยะด้วย
>> เด็ก 10 ขวบ ใช้เวลาช่วงปิดเทอม ชวนเพื่อนเล่นน้ำในบ่อกลางหมู่บ้าน ก่อนจมเสียชีวิตทั้งคู่ คนในหมู่บ้านพยายามลงไปช่วย แต่เป็นตะคริว สุดท้ายช่วยไม่ทัน
18.00 น. ร.ต.ท.โยธิน ปริโต รอง.สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำเสียในซอยเพชรเกษม 64 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จึงไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรนิติเวช รพ.ศิริราช และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ภายในหมู่บ้าน พบเสื้อผ้า จักรยาน 2 คัน จอดอยู่ริมบ่อน้ำ โดยมีผู้ปกครองของเด็กทั้งสอง อ้อนวอนกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ช่วยเด็กทั้งสองขึ้นมาให้ได้อย่างปลอดภัย
หลังผ่านไป 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำ พบร่างไร้วิญญาณเด็กชาย 2 คน คือ ด.ช.รัชพล อายุ 10 ปี และ ด.ช.ธนวัฒน์ อายุ 10 ปี
>> หนุ่มเมียนมา เมาแล้วลงทะเลพัทยา โชคดีเพื่อนเห็นผิดสังเกต ดึงตัวขึ้นจากน้ำ เกือบไม่รอด หวิดจมน้ำดับ
22.19 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลจมน้ำ บริเวณชายหาดเมืองพัทยา ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือโดยด่วน หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดเคลื่อนที่เร็วได้จัดกำลังรุดไปตรวจสอบทันที
ที่เกิดเหตุบริเวณถนนเลียบชายหาด ใกล้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พบกลุ่มเพื่อนชาวเมียนมา นำร่างชาย อายุ 24 ปี คนชาติเดียวกัน ขึ้นจากทะเลในสภาพหมดสติ รอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ขณะเดียวกัน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน ตรวจสอบพบว่าผู้ประสบเหตุมีภาวะความดันต่ำ อาการอยู่ในขั้นวิกฤต เจ้าหน้าที่จึงเร่งใส่เครื่องช่วยหายใจ และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นภายในรถพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า กลุ่มชาวเมียนมาดังกล่าวมีประมาณ 5-6 คน มานั่งดื่มสุราบริเวณชายหาด ก่อนชักชวนกันลงเล่นน้ำ กระทั่งผู้ประสบเหตุจมน้ำในลักษณะคว่ำหน้าและลอยไปติดทุ่นเขตว่ายน้ำ โดยมีผู้สังเกตเห็นความผิดปกติประมาณ 5 นาที จึงแจ้งเพื่อน ก่อนมีผู้กระโดดลงไปช่วยนำร่างขึ้นฝั่ง ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลืออย่างถูกวิธี
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจนมีอาการปลอดภัย และอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์ต่อไป
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตกลางถนนกาญจนาภิเษก
01.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนพระราม 2 ก่อนถึงห้างแมคโคร บางบอน ในช่องคู่ขนาน
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ชนกับ รถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. มีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 34 ปี พื้นที่ สน.บางขุนเทียน
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ กลางแยกตัดถนนพุทธมณฑล สาย 2 บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล
03.05 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางแยกสนามกีฬา ถนนพุทธมณฑล สาย 2
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ นิสสัน สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน นครปฐม ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ศาลาแดง