โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTB 2 โบรกคาดกำไร Q1/69 ที่ 1.15 หมื่นลบ. แนะกลยุทธ์ลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 08.27 น.

#KTB #ทันหุ้น-บล.กรุงศรี คาดการณ์ว่าธนาคารกรุงไทย หรือ KTB จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ ซึ่งกำไรที่ลดลง YoY เพราะรายได้ดอกเบี้ยลดลง 11% เพราะ NIM อยู่ที่ 2.56% ลดลงจากไตรมาส 1/68 ซึ่งอยู่ที่ 3.04% จากการลดลงของ yield on loan ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และ portfolio mixed และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ลดลง 6% จากการลดลงของเงินลงทุน (FVTPL)

ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ เพราะค่าใช้จ่ายสำรอง หรือ ECL ลดลง 28% จากธนาคารตั้งสำรองล่วงหน้ามาช่วงก่อนหน้าแล้ว

โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของ KTB จะลดลง YoY และ QoQ จากการลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง, การลดลงของเงินลงทุน จากได้ประโยชน์จากพันธบัตรลดลง สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ NPL Ratio คาดเพิ่มขึ้น QoQ จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อหุ้น KTB ให้ราคาเป้าหมายที่ 38 บาท เพราะคาดสามารถรักษาระดับเงินปันผล dividend yield 6% ต่อปี และมองว่ายังมีโอกาสเห็นการเพิ่ม dividend payout ได้ในอนาคตระยะยาว, รักษระดับ ROE ที่ 10% ได้ และเป็นธนาคารที่มีความเสี่ยงทางด้านคุณภาพสินทรัพย์น้อย จากลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ

ด้านบล.ทรีนีตี้ คาดว่า KTB จะมีกำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 11,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QoQ แต่ลดลง 5% YoY โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เห็นกำไรอ่อนตัวลง YoY มาจาก NIM ที่อ่อนตัวลงค่อนข้างมากตามการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย โดยคาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว QoQ แม้สินเชื่อพอโตได้ ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยทรงตัว QoQ โดยค่าธรรมเนียมอาจลดลงตามฤดูกาล แต่มีกำไรจากเงินลงทุนและปันผลรับเพิ่มขึ้นมาชดเชย

และคาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ ซึ่งอาจไม่ได้ลดลงตามเป้าหมายทางการเงินของธนาคาร แม้ว่ายังไม่เห็นการปรับตัวแย่ลงของคุณภาพหนี้ แต่อาจเห็นการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ฝ่ายวิจัยทรีนีตี้ คาดว่ากำไรทั้งปี 2569 ของ KTB อยู่ที่ 45,943 ล้านบาท ลดลง 5% YoY โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 34 บาท ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันมี upside ค่อนข้างจำกัด แม้ว่าจะคาดปันผลค่อนข้างสูงที่ราว 5.1-5.4% ก็ตาม จึงแนะนำเพียง “ถือ”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...