โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองเช้านี้บวก 600 บาท จับตารายงานจ้างงานสหรัฐชี้ทิศทางดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ราคาทองวันนี้ ราคาทอง

ราคาทองวันนี้ (6 พ.ค.) เปิดตลาด ราคาปรับขึ้น 600 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 71,900.00 บาท/ บาททองคำ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.05 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับขึ้น 600 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้

โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 71,900.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 69,478.28 บาท/ บาททองคำ

สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 71,100.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 70,900.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 4,627.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของราคาทองคำ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจไม่ได้ทวีความรุนแรงอย่างที่ตลาดได้กังวลก่อนหน้า ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) ทยอยรีบาวด์สูงขึ้น (แม้เผชิญแรงกดดันบ้าง จากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม และจังหวะการรีบาวด์บ้างของเงินดอลลาร์) สู่โซน 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง

ทองรีบาวด์แรง! ดีดขึ้นหลังหลุดต่ำสุดรอบเดือน แต่ความเสี่ยงตะวันออกกลางยังกดดันตลาด

ราคาทองคำฟื้นตัวหลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน นักลงทุนยังจับตาความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เปราะบาง ซึ่งอาจกระทบเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในวันอังคาร หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนในช่วงก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนประเมินการหยุดยิงที่เปราะบางในตะวันออกกลาง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเงินเฟ้อและคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย

ราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 4,557.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมในวันจันทร์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ ปิดเพิ่มขึ้น 0.8% ที่ 4,568.50 ดอลลาร์

จิม ไวคอฟ นักวิเคราะห์ตลาดจาก American Gold Exchange กล่าวว่า ขณะนี้เห็นแรงเข้าซื้อเก็งกำไรหลังการเทขายล่าสุด และราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงก็ช่วยหนุนตลาด โดยตลาดจะยังคงจับตาข่าวสาร แต่ความสนใจอาจเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลเศรษฐกิจมากขึ้น

เขากล่าวเสริมว่า ฝั่งขาขึ้นของทองคำจำเป็นต้องมีปัจจัยพื้นฐานสำคัญเพื่อกลับมายืนได้อย่างมั่นคง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ขณะที่วอชิงตันระบุว่าการหยุดยิงที่เปราะบางยังคงอยู่ แม้จะมีการยิงตอบโต้กันในวันก่อนหน้า ระหว่างที่กองกำลังสหรัฐพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องทางน้ำแคบดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน ปุ๋ย และสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญของโลกจำนวนมาก แทบจะถูกปิดตั้งแต่เริ่มการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันปรับลดลงในวันอังคาร แต่การปรับตัวยังจำกัด โดยราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเสี่ยงกระตุ้นเงินเฟ้อและชะลอการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลาง

แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน แต่ความน่าสนใจมักลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง เนื่องจากผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นทำให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผลน่าสนใจน้อยลง

ฟาวาด ราซัคซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก City Index กล่าวว่า ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงมีอยู่ แม้อิทธิพลจะอ่อนลง เนื่องจากทองคำถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่ไวต่อความเสี่ยงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการป้องกันเงินเฟ้อ รวมถึงการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง ช่วยจำกัดการปรับตัวลงลึกของราคาในขณะนี้

ขณะเดียวกัน การเปิดเผยรายงานการจ้างงานของสหรัฐประจำเดือนเมษายนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ จะเป็นตัวทดสอบว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐคงนโยบายการเงินไว้ หรือการชะลอตัวของตลาดแรงงานจะหนุนโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้ง

ราคาซิลเวอร์สปอตเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 73.03 ดอลลาร์ ขณะที่แพลทินัมเพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 1,963.30 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 1.5% อยู่ที่ 1,501.41 ดอลลาร์

อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...