“ทรัมป์” ชี้ไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ “สี จิ้นผิง” ยุติสงครามอิหร่าน
“ทรัมป์” ชี้ไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ "สี จิ้นผิง" ยุติสงครามอิหร่าน ลั่นชนะได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยสันติวิธีหรือวิธีอื่น
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขาไม่คิดว่าสหรัฐจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนในการยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ความหวังในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาวจะเริ่มเลือนรางลง และอิหร่านยังคงกระชับอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง
ก่อนการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่จำเป็นต้องขอให้สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เข้ามาช่วยคลี่คลายความขัดแย้งดังกล่าว แม้ว่าสงครามที่ยืดเยื้อมากว่าหนึ่งเดือนหลังการหยุดยิงชั่วคราว จะยังคงส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของโลก
“ผมไม่คิดว่าเราต้องการความช่วยเหลือเรื่องอิหร่าน เราจะชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยสันติวิธีหรือวิธีอื่น” ทรัมป์กล่าว
รายงานระบุว่า แม้ทั้งสองฝ่ายจะประกาศหยุดยิง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่อิหร่านดูเหมือนจะยิ่งตอกย้ำอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ผ่านการทำข้อตกลงกับอิรักและปากีสถานในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากภูมิภาคดังกล่าว โดยแหล่งข่าวระบุว่า หลายประเทศกำลังพิจารณาข้อตกลงลักษณะเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้บทบาทของอิหร่านเหนือเส้นทางเดินเรือนี้กลายเป็นเรื่องถาวรมากขึ้น
รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องกันเมื่อเดือนที่แล้วว่า ไม่ควรมีประเทศใดเรียกเก็บค่าผ่านทางการเดินเรือในภูมิภาคนี้ โดยจีนซึ่งยังคงรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านและเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ ก็ไม่ได้ปฏิเสธจุดยืนดังกล่าว
ทรัมป์มีกำหนดหารือเรื่องสงครามกับสี จิ้นผิง ระหว่างการพบปะวันที่ 14-15 พ.ค. โดยคาดว่าสหรัฐจะพยายามกดดันให้จีนช่วยโน้มน้าวอิหร่านให้กลับมาเจรจากับสหรัฐ
ข้อเรียกร้องของสหรัฐ รวมถึงการให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์และยุติการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการเรียกร้องให้สหรัฐชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยกเลิกมาตรการปิดล้อม และยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลกำลังสู้รบกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยทรัมป์เรียกข้อเสนอเหล่านี้ว่าไร้สาระ
ขณะเดียวกัน ต้นทุนของสงครามที่เพิ่มขึ้นเริ่มสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อชาวอเมริกัน โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เงินเฟ้อเดือนเม.ย. เร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ราคาอาหาร ค่าเช่า และค่าตั๋วเครื่องบินพุ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชนมีผลต่อการตัดสินใจเจรจากับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว”
“สิ่งเดียวที่สำคัญคือ อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ผมไม่ได้คิดถึงสถานะทางการเงินของชาวอเมริกัน หรือของใครทั้งนั้น” ทรัมป์กล่าวก่อนออกเดินทางไปจีน
ถ้อยแถลงดังกล่าวอาจยิ่งเพิ่มแรงวิจารณ์ต่อรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่ประเด็นค่าครองชีพยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทะลุ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากภาวะชะงักงันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Abraham Lincoln กำลังปฏิบัติภารกิจบังคับใช้มาตรการปิดล้อมในทะเลอาหรับ โดยได้เปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์ 65 ลำ และสกัดกั้นเรืออีก 4 ลำ
เพนตากอนประเมินว่าค่าใช้จ่ายของสงครามจนถึงขณะนี้อยู่ที่ 29,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4,000 ล้านดอลลาร์จากการประเมินครั้งก่อนเมื่อเดือนที่แล้ว
ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ล่าสุดยังชี้ว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนสงครามครั้งนี้ โดย 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม รวมถึงชาวรีพับลิกัน 1 ใน 3 มองว่าทรัมป์ยังไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมสหรัฐฯ จึงเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน
ขณะที่ฝั่งอิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยสำนักข่าว Fars รายงานอ้างเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามว่า อิหร่านได้ขยาย “นิยาม” ของช่องแคบฮอร์มุซ ให้ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชายฝั่งเมืองจาสก์ทางตะวันออก ไปจนถึงเกาะสิริทางตะวันตก พร้อมเดินหน้าซ้อมรบเพื่อเตรียมรับมือศัตรู ตามรายงานของโทรทัศน์ทางการอิหร่าน
อ้างอิง : reuters.com