โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ยักษ์ไข่ไก่ปลุกแบรนด์อัครา ผนึกญี่ปุ่นบุกใหญ่ไทยเฟ็กซ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“แสงทอง-อัครา” Top 3 ผู้ผลิตไข่ไก่ออร์แกนิกขยับใหญ่ ขยายธุรกิจฟาร์มสู่อุตสาหกรรมอาหาร บุกงาน THAIFEX ครั้งแรก รุกสร้างแบรนด์รับเทรนด์โปรตีนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จับมือญี่ปุ่นแตกไลน์อัพเกรดสินค้าครบวงจร เจาะนิวเจนรักสุขภาพ ชี้ตลาดไข่ไก่ไทยผลผลิตรวมวันละ 42 ล้านฟอง หลักโภชนาการควรบริโภค 300 ฟองต่อคนต่อปี

นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ เครือบริษัทแสงทอง-อัครา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทมีนโยบายเชิงรุกในการสร้างแบรนด์ AKARA เพื่อขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ ๆ ให้หันมาบริโภคไข่ไก่และไก่เนื้อเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น โดยเน้นความเป็นออร์แกนิกและคุณภาพของสินค้าในเครือแบบครบวงจร

ผลิตได้ 3 ล้านฟองต่อวัน

เครือแสงทอง-อัครา (Akara Group) จัดเป็นผู้นำรายหนึ่งในระดับ Top 3 ของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรในไทย เชี่ยวชาญด้านฟาร์มไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ มีจุดกำเนิดอยู่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายไข่ไก่สด, ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่, ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไข่, อาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์

บริหารโดยบริษัทในเครือคือแสงทองสหฟาร์ม, บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด, และอัครา-ไอเซการจัดจำหน่าย ล่าสุดทายาทตระกูล “อัครนิธิยานนท์” ได้เข้ามาบริหารกิจการและต่อยอดจากรุ่นบุกเบิกที่ทำ “ฟาร์มไก่” สู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทาน เน้นมาตรฐานความปลอดภัยสูง โดยจัดการฟาร์มแบบปิดที่ทันสมัย และมีฟาร์มไก่ไข่แบบออร์แกนิก

ปัจจุบันไข่ไก่อัคราผลิตได้วันละ 3 ล้านฟอง จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่าง Lotus’s, Big C, Tops, Gourmet Market, และ Makro

ขณะที่ตลาดรวมผลิตอยู่ที่ 42 ล้านฟองต่อวัน โดยมี เครือ ซี.พี. และกลุ่มเบทาโกรเป็นผู้นำหลัก แต่ส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่จะมาจากผลผลิตโดยรวมของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

สำหรับการบริโภคไข่ไก่นั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่าคนไทยบริโภคไข่ไก่เฉลี่ยอยู่ที่ 230 ฟองต่อคนต่อปี ซึ่งหลักโภชนาการกับจำนวนประชากรคือ 300 ฟองต่อคนต่อปี โดยที่คนญี่ปุ่นบริโภคเฉลี่ย 350-400 ฟองต่อคนต่อปี

“ในช่วง 10 กว่าปีให้หลัง คนไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องรักสุขภาพ และมีการบริโภคไข่ไก่กันมากขึ้น เพราะเป็นโปรตีนที่ครบถ้วนและราคาถูกที่สุด ไข่ไก่จึงเป็นเทรนด์โปรตีนที่กำลังมาแรง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

บุกงาน THAIFEX ปีแรก

นายธนาวุฑกล่าวว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริษัทจะออกบูทในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 ในวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงสินค้ากว่า 1 แสนตารางเมตร ถือว่าใหญ่มาก ๆ อัคราจะใช้โอกาสนี้ในการเปิดตัวสู่สากล และเล่าเรื่องราวของเราว่าทำไมเราถึงอยากจะสร้างแบรนด์ ทำไมอัคราจึงเป็นสินค้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน

“สินค้าของเราไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร และต่อไปเราจะไม่ได้ขายแค่ในไทย งาน THAIFEX 2026 จะเป็นจุดเชื่อมสินค้าเราไปสู่ตลาดทั่วโลก เพราะภายในงานจะมีผู้เข้าชมเป็นชาวต่างชาติถึง 30-40% ซึ่งเป็นช่องทางที่เราจะได้แนะนำตัวเองต่อกลุ่มธุรกิจอาหารในตลาดโลกมากขึ้น”

ฉะนั้น การเปิดตัวในงาน THAIFEX 2026 จึงเป็นความฝันของพวกเรา พวกเราตื่นเต้นกันมาก (หัวเราะ) เพราะจุดเริ่มของแสงทอง-อัคราเป็นเพียงฟาร์มไข่ไก่เล็ก ๆ ในต่างจังหวัด จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่คิดว่าอัคราจะกลายเป็นแบรนด์ชั้นนำที่ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมไข่ไก่อีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเป็น Food Innovations

งานไทยเฟ็กซ์จัดโดย 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) ผู้นำการจัดงานแสดงสินค้าอาหารจากเยอรมนี เพื่อยกระดับสู่เวทีการค้าอาหารระดับโลก

ไฮไลต์ของงานคือ การรวมตัวของผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 3,000 บริษัท ประกอบด้วย โซนสินค้าพิเศษ, นวัตกรรมอาหารใหม่ และแนวโน้มอาหารแห่งอนาคต

ผนึกพันธมิตรญี่ปุ่น

นายธนาวุฑเสริมว่า บริษัทได้จับมือกับ ISE Food, INC พันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สดเกรดพรีเมี่ยมในไทย AKARA ISE โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต และมาตรฐานการจัดการฟาร์มแบบเดียวกับ ISE Food ที่ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ไข่ไก่ที่รับประทานแบบดิบได้ภายใต้มาตรฐานความสะอาดและคุณภาพสูง โดยป้อนให้กับร้านค้าชั้นนำที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นในไทย รวมถึงห้างสะดวกซื้ออย่าง DONKI Mall, UFM Fuji Super, และ TAKA Marche

“วันนี้เราพัฒนาสินค้าได้มากถึง 100 ไอเท็ม มีความวาไรตี้มากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าให้หลากหลาย สินค้าแปรรูปของเรามีทั้งไข่ตุ๋น ไข่ลวก ไข่ต้มมะตูม เต้าหู้ถ้วย เต้าหู้หลอด ฯลฯ ที่เราจะทำมากขึ้นคือกลุ่มแฮมเบอร์เกอร์ จะเริ่มวางตลาดมากขึ้น แม้การแข่งขันจะสูงก็ต้องพัฒนาให้ทันกับเทรนด์ผู้บริโภค และเน้นโฟกัสตลาด เพื่อให้แบรนด์เราอยู่ในใจในครัวของทุกบ้าน”

ปัจจุบันบริษัทเน้นขายในประเทศ มีส่งออกอยู่ที่ 5% ดูเหมือนจะน้อยแต่ก็เหมาะสม คู่ค้าคือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีการตรวจสอบฟาร์มและระบบบริหารจัดการอย่างเข้มงวด เพราะสิงคโปร์ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานสากล ทำให้เราภูมิใจ เพราะคู่ค้าเป็นจุดอัพเกรดของแบรนด์เราด้วย

ส่วนสงครามตะวันออกกลาง นายธนาวุฑยอมรับว่ามีผลกระทบมากและกระทบกับทุกธุรกิจในโลกนี้ ไม่ใช่แค่เราหรือประเทศไทย สิ่งที่ต้องรีบทำคือ วางแผนรับมือให้ได้จากวันนี้เป็นต้นไป

“ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นคือปัญหา เพราะเราต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศเยอะมาก บางตัวเราไม่สามารถผลิตได้ เช่น กากถั่วเหลือง กลุ่มวิตามินอาหารเสริมต่าง ๆ ข้าวโพด เมื่อมีภัยสงคราม ค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์เป็นตัวแปรใหญ่ เราต้องเร่งปรับตัวปรับสูตรสู้”

อนึ่ง นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ นอกจากเป็นผู้บริหารระดับสูงของแสงทอง-อัคราแล้ว ยังเป็นบุตรเขยซึ่งเป็นกำลังหลักของเครือ และดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดนครนายก เชี่ยวชาญด้านการตลาดและเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะโครงการไข่ไก่เคจฟรี (Cage-free) และการพัฒนาคุณภาพไข่ไก่ออร์แกนิก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยักษ์ไข่ไก่ปลุกแบรนด์อัครา ผนึกญี่ปุ่นบุกใหญ่ไทยเฟ็กซ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...