โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กอาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อันตรายแค่ไหน ใครเป็นกลุ่มเสี่ยง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 15.21 น.

ช่วงหน้าฝนเป็นฤดูที่ไข้หวัดใหญ่แพร่ระบาดมากที่สุด โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ที่มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ มีอาการอย่างไร อันตรายถึงชีวิตหรือไม่ และใครเป็นกลุ่มเสี่ยงบ้าง

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เกิดจากอะไร

ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นสายพันธุ์ที่มีความอันตรายมากที่สุด เพราะสามารถกลายพันธุ์ได้ รวมทั้งยังแพร่ระบาดได้เป็นวงกว้าง ทำให้เชื้อมีความเป็นลูกผสม และมีฤทธิ์รุนแรง โดยไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มักจะแพร่ระบาดตามฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งสามารถแบ่งแยกออกได้เป็น 2 สายพันธุ์ย่อยที่พบบ่อย คือ H1N1 และ H3N2

อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

สำหรับอาการของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีอาการไม่ต่างจากไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดทั่วไป แต่มีความรุนแรงกว่า ประกอบไปด้วย

-มีไข้สูงกว่า 38 องศาฯ ขึ้นไป

-มีอาการปวดศีรษะ

-หนาวสั่น อ่อนเพลีย

-มีน้ำมูกไหล คัดจมูก

-เจ็บคอ มีอาการไอ

-ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตามร่างกาย แขน ขา ตามตัว

-ในเด็กเล็กมีอาการถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน และชักจากไข้สูง

อาการจะเป็นมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นอาการจะเริ่มดีขึ้น โดยหายสนิทอาจใช้เวลา 10-14 วัน แต่ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป อาจใช้เวลานานกว่านี้ ซึ่งมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ ปอดอักเสบ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนระบบอื่นๆ สามารถนำไปสู่สาเหตุการเสียชีวิตได้

ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สำหรับคนทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรงดี จะไม่มีอาการร้ายแรงที่ส่งผลอันตรายถึงชีวิต แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยงดังต่อไปนี้อาจส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

-เด็กเล็ก อายุ 6 เดือน – 5 ปี

-ผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี

-สตรีมีครรภ์

-ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

-ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง

-ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัม

-ผู้ป่วยโรคหัวใจ

-ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหอบหืด

-ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

-ผู้ป่วยโรคไต

-ผู้ป่วยโรคหลอดสมอง หรือลมชัก

-ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ หรือสเตียรอยด์จากโรคภูมิคุ้มกันตัวเอง

-ผู้ป่วยโรคตับแข็ง

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ A

สำหรับวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ A ก็ไม่แตกต่างจากการป้องกันไข้หวัดทั่วไป หรือโควิด-19 นั่นคือ

-ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด

-ควรปิดปาก จมูก ด้วยหน้ากากอนามัย

-หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น

-หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ

-ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

นอกจากนี้ อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการป้องกันความรุนแรง และอาการแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ A ได้ก็คือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แต่เนิ่นๆ สามารถฉีดได้ตลอดทั้งปี ควรฉีดปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ซึ่งฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิด คือ

1. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิด 3 สายพันธุ์ ได้แก่

-เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ตระกูล H1N1 และ H3N2

-เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata หรือ Victoria

2. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิด 4 สายพันธุ์ ได้แก่

-เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ตระกูล H1N1 และ H3N2

-เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata, Victoria

ข้อมูลอ้างอิง : โรงพยาบาลเปาโล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...