โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

อมันด้ากับระบบหมอผีสุดแกร่ง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 00.35 น. • HMIJUMSIN
เป็นคนตระกูล 'พิชิตอาคม' ต้องมีสัมผัสพิเศษ แต่เธอดันมีน้อยกว่าคนอื่น กระทั่งมีเหตุให้เป็นลมหมดสติไปพอฟื้นอีกทีก็ได้รับ 'ระบบหมอผีสุดแกร่ง' มาเสียแล้ว จะผีจะคนก็มาเถอะอมันด้าคนนี้จะลองไฟท์ดูสักตั้ง

ข้อมูลเบื้องต้น

คำโปรย

ด้วยความที่มีสัมผัสพิเศษจืดจางเหลือเกิน ต่างจากคนในตระกูล 'พิชิตอาคม' ทำให้ทุกคนไม่ได้คาดหวังอะไรกับเธอนัก บวกกับชื่นชอบความอิสระ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้สื่อข่าว พิธีกรหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันต้องออกหน้ากล้องคุยหน้าสื่อจึงไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับการสืบทอดมรดกของตระกูลแม้แต่น้อย กระทั่งวันหนึ่งมีเหตุให้เธอได้รับ 'ระบบหมอผีสุดแกร่ง' นับแต่นั้นชีวิตเธอก็พลันเปลี่ยนไป

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นจากจินตนาการ

และมีข้อมูลบางส่วนเกินจริง

ดังนั้น

โปรดอย่าลอกเลียนแบบ

พฤติกรรมของตัวละคร

กรุณาอ่านสนุกเพื่อความบันเทิง

ผังความสัมพันธ์

เนื่องจากตัวละครเยอะมากๆเลยเอา 5 ตระกูลหมอมาให้ดูก่อน ตัวละครสำคัญอื่นๆจะตามมาทีหลังนะคะ

ตอนที่ 1 สองพี่น้อง

ตอนที่ 1 สองพี่น้อง

"หน็อย! ไอ้หมอผีลามก คอยดูนะแม่จะเล่นแกให้ยับเลย!" อมันด้าตะโกนเสียงดังอยู่กลางสวนผลไม้ของผู้เป็นย่าขณะที่มือของเธอก็ยุ่งวุ่นกับการเก็บมะม่วงไปด้วย

"แกจะโมโหไปทำไม ไอ้ผีลามกนั่นยังไม่ได้ทำอะไรให้แกเลยไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำจัดมันออกไปก่อนแล้วไง"

"โธ่พี่แอนก็คนมันโมโหนี่นา มันกล้าดียังไงส่งผีชั้นต่ำมาทำเรื่องลามกกับฉัน มันไม่รู้อะไรซะแล้วว่าคนตระกูลพิชิตอาคมเป็นใคร" อมันด้าพูดพลางยืดอกขึ้นอย่างโอ้อวด

แอนลิน่าถอนหายใจก่อนจะหันไปมองน้องสาวคนสวยที่ตอนนี้สูงกว่าเธอเล็กน้อย เจ้าตัวกำลังออกท่าทางคล้ายอยากจะน็อคเอาต์หมอผีคนที่ส่งผีลามกมาใจจะขาดอยู่กับอากาศ

อมันด้าเป็นหญิงสาววัยสิบแปดปีที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลายมาหมาดๆ ใบหน้าสวยโดดเด่นเพราะเป็นลูกครึ่ง พ่อเป็นคนไทยส่วนแม่เป็นคนรัสเซีย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพอออกมาเป็นลูกผสมจะหน้าตาดีแค่ไหน เธอสูงร้อยเจ็ดสิบห้าเซ็นติเมตร รูปร่างสมส่วนไม่ผอมไม่อ้วน มีในส่วนที่ส่วนมีอย่างเช่นหน้าอกและสะโพก

ในขณะที่แอนลิน่าเป็นพี่สาวที่อายุห่างกันสี่ปี ปัจจุบันแอนลิน่าเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เพิ่งจบมาหมาดๆอยู่ในช่วงหางานและรอรับปริญญา ช่วงที่รอการตอบรับจากบริษัทที่ส่งเรซูเม่ไปสมัครงานนั้นจึงกลับมาที่บ้านเกิด

คนเป็นพี่สาวหน้าตาสวยไม่ต่างกันนัก เพียงแต่เป็นคนรูปร่างผอมเพรียวและตัวเล็กกว่าน้อง เธอสูงร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตร แต่โดยทั่วไปคนอื่นก็มองว่าสูงอยู่ดี

สองสาวพี่น้องอาศัยอยู่กับพ่อและญาติฝั่งพ่อมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่พ่อแม่เลิกกันตอนอยู่รัสเซีย บวกกับแม่มีแฟนใหม่ พ่อก็เลยหอบลูกสาวสองคนกลับมาอยู่ที่ไทยและตัดขาดกับทางนั้นไปเลย สองสาวพี่น้องจึงลืมหน้าผู้เป็นแม่ไปโดยปริยาย

"ไม่รู้ว่ามันบ้าหรือโง่กันแน่ ทำไมถึงได้มายุ่งกับพวกเรา ระแวกนี้ย่านนี้เขารู้กันหมดว่าเราลูกใครหลานใคร" อมันด้ายังคงบ่นอยู่เช่นเดิม

"นิชาบอกว่ามันเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่เมื่อหลายเดือนก่อนนี่เอง มาถึงก็ตั้งสำนักอะไรไม่รู้หลอกลวงชาวบ้านชาวช่องไปทั่ว ล่าสุดได้ยินมาว่าเฮียสงบเจ้าของตลาดในอำเภอเอาเงินมาให้ไอ้หมอผีตั้งหนึ่งล้านแน่ะ" แอนลิน่าเล่าให้น้องสาวฟัง

"โห…เยอะมาก มันวางยาเฮียสงบรึเปล่าเนี่ย ปกติรายนั้นเอาทางพระทางวัดไม่ใช่เหรอ" อมันด้าเป็นเพื่อนกับหลานสาวของเจ๊ลาวัลย์ เมียของเฮียสงบ เพื่อนคนนั้นมักเล่าเรื่องของลุงเขยให้ฟังบ่อยๆว่าเป็นคนธรรมะเข้าวัดทำบุญ เป็นคนดีมีศีลธรรม ชาวบ้านชื่นชนกันมากเป็นที่นับหน้าถือตา

"ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยเมียน้อยของเฮียพาไปที่สำนักไอ้หมอผีนั่นมั้ง" แอนลิน่ามีเพื่อนอยู่แถวนี้เยอะมาก เรื่องซุบซิบนินทาที่ชาวบ้านมองข้ามไป บางครั้งเพื่อนเหล่านี้กลับรู้ทั้งหมดราวกับอยู่ในเหตุการณ์อย่างไรอย่างนั้น

"เมียน้อย?"

"อัมไม่รู้อะไร เฮียสงบน่ะมีเมียน้อยเยอะจะตาย ส่วนใหญ่ก็พวกรุ่นเดียวกับพี่เนี่ยแหละ จำยัยตุ๊กตาบ้านป่าไผ่ได้ไหม ที่เมื่อก่อนเป็นเด็กเกเรชอบตบตีคนไปทั่วน่ะ ตอนนี้ยัยนั่นเป็นหนึ่งในเมียน้อยของเฮียสงบ"

"หา!! ยัยตุ๊กตาที่เมื่อก่อนมันยกพวกมาตบพี่แอนข้อหาที่มีผู้ชายที่มันชอบมาชอบพี่น่ะเหรอ" อมันด้าจำเหตุการณ์วุ่นวายวันนั้นได้ดี มันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอตั้งใจเรียนมวยเพราะไม่อยากให้ใครมารังแกตนเองกับพี่สาว

"นั่นแหละ"

"เฮ้อ…ชีวิตคนเราก็นะ แทนที่จะเลือกหนทางดีๆให้ตนเองกลับเลือกที่จะเป็นน้อยเขา" อมันด้าส่ายหน้าไปมา เธอมีเพื่อนอยู่หมู่บ้านเดียวกับตุ๊กตา

เพื่อนคนนั้นเล่าว่าครอบครัวของตุ๊กตาค่อนข้างดี พ่อแม่รับราชการทั้งคู่ มีลูกคนเดียวก็คือตุ๊กตา อยากได้อะไรก็ได้ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทองเพราะปู่ย่าตายายมีที่ดินทำกินให้ชาวบ้านเช่าทำ ดังนั้นจึงมีชีวิตที่ดีกว่าคนทั่วไปพอสมควร เรื่องเดียวที่ตุ๊กตาไม่พอใจก็คงจะเป็นความเข้มงวดของพ่อแม่ ดังนั้นพฤติกรรมตอนอยู่ที่บ้านกับที่โรงเรียนจึงต่างกัน

อมันด้าไม่เข้าใจเลยว่าคนที่มีชีวิตและความพร้อมดีกว่าใครในหมู่บ้านทำไมถึงเลือกที่จะใช้ชีวิตสุดโต่งแบบนี้ ก็นะ…ไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับเขาเราย่อมไม่รู้ ถ้างั้นไม่ขอตัดสินคนอื่นก็แล้วกัน ชีวิตใครชีวิตมันเลือกแล้วก็ย่อมรับผลการเลือกนั้นให้ได้

"เรื่องคนอื่นน่ะช่างเถอะ ไหนเล่าเรื่องแกมาสิ ว่าทำไมถึงโดนผีลามกตามมาถึงบ้านจนเมื่อคืนวุ่นวายกันไปหมด" แอนลิน่าเค้นถามน้องสาว หากว่าเมื่อคืนเธอไปงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่กับย่าและพ่อคงช่วยน้องไม่ทันเป็นแน่ โชคดีที่เธอเปลี่ยนใจอยู่เป็นเพื่อนน้อง

"แพรกับทอมมี่อยากไปดูดวงว่าจะเข้ามหาลัยที่หวังได้ไหมแต่ดันไปผิดสำนัก กลายเป็นสำนักของเจ้าหมอผีลามกซะได้ พอมันเห็นฉันก็ทำหน้าหื่นทำตาเจ้าเล่ห์ทันที อี๋…แค่คิดก็ขนลุกแล้ว" อมันด้าพูดพลางลูบไล้แขนตัวเองไปด้วย

"แล้วมันก็ส่งผีมาทันทีเลยเหรอ มีอะไรที่แกยังไม่บอกพี่รึเปล่า" แอนลิน่าหรี่ตามองน้องสาว เพราะรู้ว่าน้องตัวเองแสบแค่ไหน เรื่องมันจะจบแค่ถูกมองได้อย่างไร คนอย่างอมันด้า…

"แหะๆ ฉันใจร้อนไปหน่อยเลยด่าไอ้หมอผีไปทีหนึ่ง แหมพี่แอนอย่ามองตาดุแบบนั้นสิ ก็มันทำท่าทางคุกคามด้วยใครจะไปทนไหว" อมันด้าพูดเสียงเบาทั้งยังหลบสายตาไปทางอื่น

"เพราะแบบนี้มันก็เลยโกรธส่งผีตามแกมาสินะ เฮ้อ…ก็รู้อยู่ว่าตัวเองใจร้อนทำอะไรก็หัดใจเย็นบ้าง ถ้าพี่ไม่อยู่ด้วยเมื่อคืนคงโดนไอ้ผีตนนั้นมันข่มขืนไปแล้ว"

"ค่าๆ ต่อไปฉันจะใจเย็นกว่านี้มีสติกว่านี้ ดังนั้นเรื่องนี้พี่แอนอย่าบอกย่ากับพ่อเลยนะ" อมันด้าออดอ้อนพี่สาวเพราะไม่อยากให้พ่อกับย่าเป็นห่วง

"รู้น่าไม่บอกหรอก ยังไงแกก็ได้ไปเรียนแน่" แอนลิน่ารู้จักน้องสาวดีว่าไม่ใช่แค่เรื่องใจร้อนเท่านั้น ยังมีเรื่องที่พ่อไม่อยากให้ไปเรียนไกลบ้านด้วย อย่างเธอเองตอนเรียนก็เลือกมหาวิทยาลัยในจังหวัดเอาใจพ่อกับย่า ไม่ได้เลือกไปเรียนที่เมืองหลวงเหมือนน้อง

อมันด้าเป็นคนรักอิสระ กล้าแสดงออก ซื่อตรงต่อความรู้สึก มีความฝันว่าอยากทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหรือพิธีกรในรายการโทรทัศน์ ดังนั้นจึงต้องการเข้าเมืองหลวงไปตามหาความฝัน แม้จะถูกพ่อกับย่าคัดค้านก็ตาม

"แกควรเรียนกับย่านะ เอาไว้ป้องกันตัว ถึงแกจะเก่งมวยแต่เรื่องที่มองไม่เห็นแกก็รู้อยู่ว่ามันมีหรือไม่มี" แอนลิน่าหว่านล้อมเป็นครั้งที่เท่าไรไม่ได้นับ รู้แค่ว่าพูดไปหลายครั้งอมันด้าก็ปฏิเสธเหมือนเดิม ครั้งนี้ก็คงจะไม่ต่างกัน

"ได้ ฉันจะเรียน"

"หา!" แอนลิน่ารู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที เธอหันขวับไปมองอมันด้าทันที "แกพูดจริงเหรออัม แกไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม"

"อื้อ พูดจริง ถ้าเมื่อคืนไม่ได้พี่แอนช่วยฉันคงมีตราบาปในใจไปแล้ว ถึงจะฝึกศิลปะการต่อสู้มาหลายอย่างก็เถอะ แต่ไอ้เรื่องเหนือธรรมชาติที่เราก็รู้ๆอยู่ว่ามันมีฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้แค่ตัวสั่นนอนตัวแข็งทื่อ เฮ้อ…พี่แอนพูดถูก ฉันควรเรียนคาถาป้องกันสิ่งพวกนี้ไว้บ้างจะได้ไม่ลำบากทีหลัง"

คนเป็นพี่อ้าปากค้างกับคำพูดน้องสาว ยังไม่ทันได้เรียกสติกลับมา จู่ๆร่างของเด็กชายวัยเก้าขวบปีหน้าตาน่ารักก็ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้า เด็กชายสวมชุดคล้ายคลึงกับหุ่นปั้นในห้องพระของย่า สวมโจงเบนสีทองสมชื่อ

"มีอะไรเหรอทองดี"

"พี่แอนพี่อัม แม่อรเรียกจ้ะ" พูดจบ 'ทองดี' ก็หายวับไปกับตา สองสาวพี่น้องหันมามองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะเร่งเก็บมะม่วงต้นนี้ให้เสร็จแล้วไปพบย่า แม่อรที่ทองดีเรียกก็คือย่าอิงอรของพวกเธอนั่นเอง

"เสร็จแล้วพี่แอนเรารีบไปเถอะ ย่าให้ทองดีมาเรียกแบบนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดียังไงไม่รู้" อมันด้าไม่ได้มีสัมผัสพิเศษแบบชัดเจนถี่ถ้วนเหมือนพี่สาวแต่เธอพอจะมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำไม่น้อยเลย สมกับที่เกิดเป็นคนตระกูล 'พิชิตอาคม'

ตอนที่ 2 ตระกูลพิชิตอาคม

ตอนที่ 2 ตระกูลพิชิตอาคม

อิงอรหรี่ตามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างจับผิด ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังถือลูกประคำคำนวนอะไรบางอย่าง ใบหน้าของทั้งสองคล้ายคลึงกันบ่งบอกว่ามีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด

อิงอรเป็นหญิงวัยหกสิบปีที่ยังคงรักษาความงามบนใบหน้าไว้อยู่ แม้ว่าตอนนี้รูปร่างจะท้วมขึ้นไม่น้อยเลยก็ตาม สมัยสาวๆเป็นถึงนางนพมาศประจำจังหวัดหลายปีซ้อนดังนั้นแม้วันเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหนแต่ความงามที่เฝ้าฟูกฟักอย่างดีก็ไม่จางหายไปเช่นกาลเวลา

"หนักนะคราวนี้"

"ผมผิดไปแล้วแม่ ไม่คิดว่าจะโดนตลบหลัง" ผู้พูดมีความสำนึกผิดเต็มเปี่ยม ใบหน้าทุกข์ใจจนอิงอรส่ายหน้าระอา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้

"เป็นแบบนี้ทุกที รู้ทั้งรู้อยู่ว่าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาด้วยเจตนาไม่ดีก็ยังหลวมตัวเข้าใกล้อีก เฮ้อ แกนี่นะอะไรก็ดีแต่ไม่ทันผู้หญิงเจ้ามารยาทุกที เอาเถอะ…ขยับมานี่จะช่วยเอาของออกให้"

ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่ก่อนจะโดนเทียนไขเล่มใหญ่ที่ผู้เป็นแม่ปั้นเองจิ้มหน้าผากจากนั้นก็บริกรรมคาถาออกมาเสียงดังฟังชัด

ขณะที่ทั้งสองกำลังทำพิธีกันอยู่นั้น สองพี่น้องแอนลิน่ากับอมันด้าก็เดินเข้ามาในห้องโถงของบ้านที่ใช้สำหรับทำพิธีด้านไสยศาสตร์โดยเฉพาะซึ่งตั้งอยู่ท้ายสวนมะม่วงและสวนกล้วยของตระกูลพิชิตอาคม

บ้านหลังนี้มีขนาดกลางๆ เป็นเรือนไทยประยุกต์ ด้านในเป็นโถงกว้างๆ มีชั้นวางเครื่องรางของขลังและพวกรูปปั้นพระพุทธรูป เหล่าเทพทั้งไทย จีน อินเดีย มีครบจนใครที่มาเห็นก็ต้องรู้สึกขนลุกไปตามๆกัน

ซึ่งรูปปั้นเหล่านั้นถูกจัดวางเป็นสัดส่วน ไม่มีการนำมาปะปนกัน โซนของใครของมันไม่ยุ่งเกี่ยว แค่รวมไว้ในโถงของบ้านเดียวกันเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังมีพวกกุมาร กุมารี นางกวัก ควายธนู หุ่นพยนต์ และอีกมากมายจากทั้งไสยขาวและไสยดำที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แค่ย่างเท้าขึ้นบ้านทั้งสองสาวก็ขนลุกซู่ไปแล้วทั้งตัว

ย้อนกลับไปที่ทางต้นตระกูลพิชิตอาคมในสมัยอดีตกาล ว่ากันว่าบรรพบุรุษเป็นถึงหมอรักษาเกี่ยวกับโรคเวรโรคกรรม ไล่ผี จัดกระดูก อะไรเถือกนั้นแต่ก็ไม่ชัดเจนนัก จนรุ่นต่อๆมาได้รับสืบทอดวิชาและได้ไปร่ำเรียนกับผู้อื่นมาอีกหลายแห่ง บ้างก็บวชเรียนบ้างก็ไปเรียนวิชาอาคมกับพวกจอมขมังเวทย์เก่งๆทำให้ตระกูลพิชิตอาคมกลายเป็นผู้ใช้ไสยขาวไสยดำคละรวมกันอย่างละครึ่ง

แต่มายุคปัจจุบันนี้ด้วยความที่รุ่นหลังมีลูกหลานน้อยลง บวกกับการสืบทอดมรดกวิชาต่างๆก็ไม่ได้บังคับให้เรียนรู้แต่อย่างใด ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างจึงเลือนหายไปตามเวลา ยกเว้นความสามารถพิเศษบางอย่าง เช่น สัมผัสที่หกแต่อยู่ที่ว่าใครคนไหนจะมีมากหรือน้อยเท่านั้น

ในรุ่นย่าของสองพี่น้องมีเพียงย่าอิงอรกับปู่อินทร์ที่ได้รับการสืบทอดมาจากทวด ปู่อินทร์คือพี่ชายของย่าอิงอร ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่ในเมืองหลวง เพราะลูกชายสองคนไปทำงานอยู่ที่นั่น ท่านและภรรยาจึงไปช่วยเลี้ยงหลานให้นานทีปีหนจะกลับมาที่บ้านเกิดสักครั้งหนึ่ง

แน่นอนว่าสายเลือดพิชิตอาคมนั้นจะมีความสามารถพิเศษคล้ายๆกัน เพียงแต่สามารถเลือกได้ว่าจะเรียนพวกวิชาอาคมไปหรือไม่ ลูกชายสองคนของปู่อินทร์ไม่ขอเรียนทำให้สายของปู่อินทร์ขาดตอน โชคดีที่ปัจจุบันหลานของปู่อินทร์มีสองสามคนที่ตกลงจะเรียนรู้เรื่องเหล่านี้แทนรุ่นพ่อ

ส่วนทางด้านย่าอิงอรนั้น ท่านแต่งงานมาแล้วสองครั้ง ผู้ชายแต่งเข้าทุกรอบเพราะย่าอิงอรไม่ต้องการสละนามสกุลพิชิตอาคมไปนั่นเอง รอบแรกนั้นแต่งตอนอายุน้อย เพราะสมัยก่อนแต่งงานกันเร็วแต่น่าเสียดายที่สามีคนแรกนั้นอายุสั้นแต่งเพียงไม่กี่ปีก็จากไป ย่าอิงอรมีลูกกับสามีคนแรกสองคน คนโตชื่ออ้อย คนที่สองชื่อโอบ

ไม่นานนักท่านก็เจอสามีคนที่สองซึ่งเป็นคนต่างชาติ (รัสเซีย) หนีสงครามมาในสมัยนั้นเขาจึงยอมแต่งเข้าตระกูล มีลูกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนนั่นก็คืออรรค พ่อของแอนลิน่ากับอมันด้า พอสถานการณ์เริ่มดีขึ้นสามีคนที่สองของย่าก็ขอย้ายกลับประเทศบ้านเกิด ย่าไม่ไปเพราะมีลูกต้องดูแล ดังนั้นสามีคนที่สองจึงต้องกลับไปตามลำพัง

พออรรคโตพอที่จะไปเยี่ยมพ่อที่ต่างประเทศคนเดียวได้ จึงใช้เวลาช่วงปิดเทอมใหญ่ประมาณเดือนกว่าไปหาท่าน ทำแบบนี้อยู่ทุกปีจนเติบโตเป็นหนุ่มหล่อเต็มตัวเขาก็ได้พบรักกับแม่ของลูกสาว ทั้งสองสานสัมพันธ์กันจนได้แต่งงานอรรคจึงทำเรื่องย้ายไปอยู่ที่รัสเซีย ตั้งใจว่าจะไม่กลับบ้านเกิดแล้ว เรื่องสืบทอดวิชาอาคมจากแม่ก็เรียนมาบ้างแต่ไม่ได้ลงลึกเพราะยังสนุกกับชีวิตอยู่ เมื่อย้ายไปก็เท่ากับทิ้งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

ราวกับบรรพบุรุษอยากจะลงโทษผู้ที่ทิ้งวิชาไปกลางคัน จึงทำให้สัมผัสพิเศษของอรรคเสื่อมสภาพแบบชั่วคราวทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเพศตรงข้าม เมื่อเว้นระยะห่างสักพักสัมผัสพิเศษเหล่านั้นก็จะกลับมาเอง ตอนนั้นอรรคไม่ได้สนใจเลยเขาโฟกัสแค่ครอบครัวตนเอง วันเวลาผ่านไปภรรยาของอรรคก็ให้กำเนิดลูกสาวทั้งสองคนมาให้เขา

ส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนเลี้ยงเองเพราะภรรยาที่มีอายุมากกว่าเขาสามปีมัวยุ่งกับการทำงาน แต่แล้ววันหนึ่งจู่ๆภรรยาก็มาขอแยกทาง เธอขุดเหตุผลมาสารพัดอย่างจนเขายอมปล่อยพร้อมทั้งขอลูกมาเลี้ยงเองทั้งสองคนเพราะรักและผูกพันมาก ฝ่ายหญิงยินยอมอรรคจึงย้ายไปอยู่กับพ่อชั่วคราว

ทว่าไม่กี่สัปดาห์ต่อมาฝ่ายหญิงก็เปิดตัวแฟนใหม่ อรรคช้ำใจมากจึงพาลูกย้ายกลับประเทศบ้านเกิด พอกลับมาก็ถูกผู้เป็นแม่บังคับให้กลับมาเรียนวิชาต่อ ยิ่งท่านรู้ว่าอรรคจะมีสภาวะสัมผัสพิเศษเสื่อมชั่วคราวเมื่อใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็บ่นยกใหญ่ แต่ก็คอยหาวิธีป้องกันไปด้วยเพราะในอนาคตอรรคจะต้องช่วยงานท่าน

อรรครู้สึกผิดกับแม่ไม่น้อยจึงตั้งใจเรียนวิชาที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษเต็มที่ ขณะที่ก็เลี้ยงดูแลลูกสาวทั้งสองไปด้วย ในตอนนั้นแอนลิน่าพอจะรู้เรื่องราวบ้างแล้ว ทั้งยังฉลาด เห็นพ่อเอาใจย่าด้วยการเรียนรู้ตำราคาถาต่างๆก็เอาบ้าง ใช้วิธีครูพักลักจำจากพ่ออีกทีหนึ่งเพราะยังอ่านไม่เป็น

นานวันเข้าแอนลิน่าก็เริ่มเก่งขึ้น ยิ่งได้เรียนหนังสืออ่านเขียนคล่องเธอก็เชี่ยวชาญวิชาอาคมของตระกูลพิชิตอาคมเกือบจะเทียบเท่ากับผู้เป็นพ่อของตนเลยด้วยซ้ำ ทั้งยังมีสัมผัสพิเศษชัดเจนในหลายๆด้าน นับว่าพรสวรรค์โดดเด่นจนคนสอนอย่างย่าอิงอรรู้สึกภูมิใจในตัวหลานสาวคนนี้มาก

ขณะที่อมันด้านั้นไม่ได้ชื่นชอบทางด้านนี้เลย เธอมีสัมผัสพิเศษไม่ชัดเจนนัก แต่เรื่องลางสังหรณ์ส่วนใหญ่จะแม่นเกิน 90% เธอรักอิสระมีเพื่อนฝูงมากมาย และชื่นชอบวิชาวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ พยายามหาหลักการต่างๆมาหักล้างความเชื่อของตระกูลอยู่หลายครั้ง น่าเสียดายที่มันไม่สำเร็จเพราะคล้ายกับบรรพบุรุษดลจิตดลใจให้มีคำตอบในทุกเรื่องที่เธอตั้งคำถามอยู่ตลอด

ดังนั้นแม้อมันด้าจะไม่สนใจด้านนี้ทว่าก็ไม่เคยคิดจะลบหลู่ กระทั่งเหตุการณ์เมื่อวานมาถึงตัวอย่างไม่ทันคาดคิด อมันด้าก็เปลี่ยนใจ อย่างที่แอนลิน่าบอก ไม่ต้องเชี่ยวชาญไม่ต้องเจาะลึกก็ได้ เรียนรู้แค่พอป้องกันตัวป้องกันจิตวิญญาณก็พอ

"แม่บอกว่าให้พี่แอนกับพี่อัมไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะมีแขกมา" สองสาวพี่น้องกำลังจะเดินตรงไปหาย่าอิงอรกับพ่ออรรค แต่ทองดีกลับปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน ทั้งสองสาวจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็กๆที่อยู่ด้านในสุดของบ้านหลังนี้แทน

"พ่อโดนเล่นงานมาอีกแล้ว" อมันด้าแค่ปรายตามองไปทางย่ากับพ่อก็รู้ได้ทันที อย่างที่บอกนี่ไม่ใช่ครั้งแรก

"พ่อแพ้ผู้หญิงขี้อ้อนเอาใจน่ะ ก็เลยถูกหลอกใช้กับถูกหักหลังได้ง่าย" แอนลิน่าบอกน้องสาวขณะที่เปลี่ยนเสื้อผ้าไปสวมเสื้อสีขาวกางเกงสีขาว ผมที่ปล่อยสยายก็รวบตึงขึ้นเป็นหางม้า ให้ดูทะมัดทะแมงเหมาะกับการทำงาน

"เหอะ! ฉันเตือนแล้วว่ายัยป้านั่นมาหลอกพ่อก็ไม่สนใจ เป็นไงล่ะสุดท้ายก็ต้องมาให้ย่าแก้ของให้อยู่ดี เฮ้อ…เหนื่อยใจจริงๆ"

"เอาน่าอย่าบ่นนักเลย"

"ค่าๆ จะไม่บ่นแล้ว"

ตอนที่ 3 ปลดผนึก

ตอนที่ 3 ปลดผนึก

พอสองสาวพี่น้องออกมาก็พบว่าหน้าตาของผู้เป็นพ่อดีขึ้นมาก จากที่ทำหน้าตาอมทุกข์ ใบหน้าดำคล้ำเพราะถูกคุณไสยมาตอนนี้เริ่มจะกลับมาเป็นปกติแล้ว

"พวกแกสองคนไปจุดธูปไหว้บรรพบุรษก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาที่นี่ เจ้าทองดีพาพี่สาวเอ็งไปที่ห้องลับ" ย่าอิงอรสั่งความเสร็จก็พูดคุยกับพ่ออรรคต่อเรื่องหมอผีที่มันรับทำคุณไสยจากผู้หญิงที่มาหลอกใช้เขา เพราะต้องการจะแก้เกมเจ้าหมอผีคนนั้นที่บังอาจมายุ่งกับคนตระกูลพิชิตอาคม

"ทองดีอย่าโผล่ออกมากะทันหันได้ไหม ส่งเสียงมาก่อนก็ได้ โผล่มาทีไรพี่ตกใจทุกที" อมันด้าต่อรองกับทองดี แม้เธอจะไม่มีสัมผัสพิเศษชัดเจนเท่าพี่สาว แต่ก็มีสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณปรากฏตัวออกมาให้เห็นบ้างบางครั้ง โดยเฉพาะวิญญาณที่มีความศักดิ์สิทธิ์มีตบะกล้าแข็ง ส่วนพวกวิญญาณเร่รอนที่เรียกว่าสัมภเวสีนั้นต้องคลื่นตรงกันเท่านั้นจึงจะเห็นได้

"โอ๊ะ ขอโทษจ้ะพี่อัม คราวหน้าทองดีจะระวังนะจ๊ะ" ทองดีรู้ว่าอมันด้าไม่เหมือนคนอื่นในบ้าน คนอื่นชินกับการโผล่พรวดออกมาเช่นนี้อยู่แล้ว แต่อมันด้าผู้ไม่สนใจเรื่องพวกนี้กลับไม่ชิน

"เอาเถอะพี่ไม่ได้ว่าอะไรหรอกแค่วันหลังส่งเสียงมาก่อนก็พอ เข้าใจไหม" อมันด้ายิ้มพลางยกมือขึ้นลูบหัวจุกของทองดี เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้างทำหน้าเคลิ้ม ขณะที่หนึ่งคนหนึ่งกุมารกำลังปลอบประโลมกันอยู่นั้น แอนลิน่าก็มองน้องสาวอย่างแปลกใจ

'ทำไมแตะร่างของทองดีได้ล่ะเนี่ย' แอนลิน่าคิดในใจโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา 'สงสัยทองดีจะชอบอัมมากล่ะมั้งเลยให้สัมผัสกับร่างวิญญาณได้'

การไหว้บรรพบุรุษนั้นถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องทำทุกครั้งก่อนจะเป็นผู้ช่วยของย่าอิงอรทำพิธีรักษาให้กับแขก (ลูกค้า) ที่กำลังจะมาที่บ้าน เนื่องจากทั้งสองสาวยังไม่ใช่ผู้ทำพิธีเต็มตัว ไม่มีภูมิคุ้มกันทางจิตวิญญาณมากพอ จึงต้องขอให้เหล่าบรรพบุรุษช่วยปกป้องคุ้มครองนั่นเอง

"เป็นหมอผีต่างถิ่นที่แฝงตัวเข้ามาสินะ ท่าทางจะไม่รู้ว่าพวกเราทำอะไรได้บ้าง ตระกูลเราคงอยู่เงียบมานาน…มาทำให้พวกมันรู้กันเถอะว่ามันไม่ควรมาสร้างความเดือดร้อนในถิ่นเรา" ย่าอิงอรพูดออกมาเสียงดุดัน อรรคพยักหน้าเห็นด้วย ขณะที่สองสาวพี่น้องคนสวยแม้จะอยู่ในห้องลับที่วางอัฐิของเหล่าบรรพบุรุษไว้ก็ได้ยินประโยคนั้นเช่นกัน

"ย่าพูดถึงหมอผีเดียวกับที่มันส่งผีลามกมารึเปล่าพี่แอน" อมันด้าเอียงหน้ากระซิบถาม

"มีความเป็นไปได้เพราะเมื่อไม่นานมานี้ก็มีหมอผีแค่คนเดียวที่เข้ามาทำกิจการแถวนี้ ชาวบ้านที่ชอบดูเจ้าเข้าทรงก็พากันไปนับหน้าถือตาพวกมันโดยที่ไม่รู้ความจริงเลยว่ากำลังโดนมันหลอกลวง ตั้งแต่ปู่อินทร์ย้ายไปอยู่กับลุงอู๋ลุงอ้นพวกชาวบ้านก็พากันลืมว่าพวกเราพิชิตอาคมยังอยู่ดูแลแถวนี้อยู่"

"เพราะย่ารับลูกค้าน้อยลงนั่นแหละนะคนส่วนใหญ่เลยคิดว่าไม่มีที่พึ่งเหมือนตอนปู่อินทร์อยู่ที่นี่" อมันด้าวิเคราะห์ตามพี่สาว

"ก็คงเป็นอย่างนั้น" แอนลิน่าเข้าใจที่ย่าไม่เปิดบ้านรับลูกค้า เพราะย่าอิงอรเป็นผู้หญิงแม้จะมีคนบางส่วนรู้ว่าย่าเป็นของจริง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเชื่อว่าการเป็นหมอผีหรือผู้มีวิชาต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นอยู่ ดังนั้นย่าจึงรับเฉพาะคนที่เดือดร้อนจริงๆ กับพวกที่มีดวงสัมพันธ์กันเท่านั้นเพื่อตัดปัญหาพร้อมกีดกันพวกชาวบ้านที่ไม่เชื่อออกไป

ส่วนพ่ออรรคนั้นแม้จะสืบทอดวิชาจากย่าอิงอร ทว่าก็ไม่แกร่งกล้าเท่าท่าน บวกกับที่จิตใจไม่มั่นคงยังมีหวั่นไหวกับคนที่เข้ามาเพื่อหาประโยชน์อยู่ ดังนั้นจึงมีนานครั้งที่รับงานด้านนี้ ส่วนใหญ่จะทำธุรกิจเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวเสียมากกว่า

แอนลิน่าจึงกลายเป็นตัวแทนผู้สืบทอดที่แท้จริงของสายย่าอิงอร ในขณะที่อมันด้าไม่ได้ถูกคาดหวังนักเพราะทุกคนรู้ว่าเธอรักอิสระและมีความใฝ่ฝันชัดเจน

สองสาวพี่น้องจุดธูปไหว้เหล่าบรรพบุรุษกันอยู่พักหนึ่งก็ออกจากห้องลับมา ห้องลับนี้คล้ายเป็นอีกมิติหนึ่ง แต่ที่จริงมันเป็นมนต์คาถาพรางสายตาและถูกวาดอักขระเคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆของบ้านมาตั้งแต่อดีต

"เอาล่ะเจ้าแอนมาเตรียมด้ายสายสิญจน์กับยันต์ ส่วนเจ้าอัมไปหยิบพานประกอบพิธีมา เดี๋ยวแขกคนสำคัญก็จะมาถึงแล้ว"

"แล้วพ่อล่ะจ๊ะย่า" แอนลิน่ากวาดตามองหาผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

"ไปรับแขกที่หน้าบ้าน"

"คนที่มาเป็นใครกันแน่จ๊ะ ย่าถึงได้ให้ความสำคัญขนาดนี้" อมันด้าอดถามขึ้นมาไม่ได้

"เดี๋ยวพวกแกก็รู้ ตอนที่ได้เห็นหน้าเขารู้สึกอย่างไรก็อย่าเอ่ยปากทักออกมาเล่า รอเขากลับแล้วค่อยพูด" ย่าอิงอรเตือนหลานทั้งสองเสียงเข้ม สองสาวพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

ทันใดนั้นขนกายของอมันด้าก็พลันลุกพรึ่บขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่วนแอนลิน่าก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง เป็นจังหวะเดียวกับที่พ่ออรรคและแขกคนสำคัญก้าวขาเข้ามาในบ้านพอดี

ผู้เป็นแขกเป็นชายสูงวัยผมขาวรูปร่างสูงใหญ่กำยำ มีผิวสีแทนไว้หนวด ท่าทางห้าวหาญองอาจ ดวงตาดุดันรางกับพญาเหยี่ยว แรงกดดันของเขาทำให้สองสาวพี่น้องตัวสั่น เพราะรับรู้ถึงมวลอากาศที่บีบอัดจนหายใจแทบไม่ออก แอนลิน่าใจสั่นขณะที่อมันด้าวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมอยู่รอมร่อ

ตึก! ตึก!

ย่าอิงอรใช้ไม้เท้าเคาะพื้นสองสามทีก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงดังฟังชัด "ท่านวิชาญโปรดเก็บแรงกดดันกลับไป หลานสาวของข้าเป็นมือใหม่สู้ท่านไม่ไหวหรอก"

"หึๆ" ชายสูงวัยร่างใหญ่หัวเราะในลำคอก่อนจะเก็บแรงกดดันกลับ พ่ออรรคของสองสาวปาดเหงื่อเพราะเขาก็ใกล้จะทนไม่ไหวเหมือนกัน

"เจ้าแอนเจ้าอัม นี่คือท่านวิชาญ วิเศษวิชา เป็นทายาทผู้สืบทอดรุ่นที่ 183 ของตระกูลหมอยา" ย่าอิงอรแนะนำ "ท่านวิชาญนี่คือหลานสาวของข้า แอนลิน่ากับอมันด้า ส่วนเจ้าอรรคลูกชายข้าท่านคงรู้จักอยู่แล้ว"

"อืม โตขึ้นมากเลยนะ เห็นครั้งล่าสุดก็ตอนที่เจ้าอรรคพาเด็กน้อยทั้งสองกลับมาอยู่ที่นี่…ที่ข้ามาหาพวกเอ็งวันนี้ก็เพราะมาตามคำสัญญาของรุ่นก่อน"

แอนลิน่ากับอมันด้าทำหน้างง ผู้มารอบนี้ไม่ได้มาทำพิธีกรรมอะไรงั้นเหรอ แล้วย่าจะให้พวกเธอเตรียมของทำไมตั้งมากมาย

"ข้าทราบแล้ว เจ้าแอนเจ้าอัมมานี่ รับนี่ไปแล้วไปขอขมาท่านวิชาญเสีย ประเดี๋ยวท่านจะทำพิธีปลดผนึกสายเลือดให้พวกแก"

"ปลดผนึกสายเลือดหรือจ๊ะ" แอนลิน่ามึนงงเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ย่าอิงอรไม่ได้ตอบหรือพูดอะไรเพิ่มเติม เธอจึงนึกถึงเรื่องที่ย่ากำชับว่าหากรู้สึกอะไรอย่าเพิ่งทักจึงเงียบลงเสียแล้วทำตามที่ย่าบอก

อมันด้าหลบสายตาคมดุของท่านวิชาญ เธอยังคงรับรู้ถึงแรงกดดันอยู่เนืองๆ แม้ว่าท่านจะเก็บแรงกดดันไปแล้วก็ตาม ความกล้าของเธอกำลังถูกอีกฝ่ายข่มจนไม่กล้าทำอะไร ใบหน้าของเธอจึงมีแต่ความอึดอัดที่บอกเล่าออกมาไม่ถูก

"เจ้าแอนไปก่อน" ย่าอิงอรพยักเพยิดให้แอนลิน่าเริ่มก่อน โดยการถือพานดอกไม้และพวกสายสิญจน์ไปหาท่านวิชาญ ยกพานไหว้หนึ่งครั้งท่านก็รับไปแล้วนำสายสิญจน์มาผูกข้อมือให้ทั้งสองข้าง พอเสร็จแล้วอมันด้าก็เข้าไปทำเช่นเดียวกับพี่สาว

ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งอึดอัดหายใจไม่ออก ใบหน้าสวยของอมันด้าบิดเบ้พยายามเก็บอาการสุดฤทธิ์แต่ก็ถูกท่านวิชาญดูออก ชายสูงวัยยิ้มมุมปากจนหนวดสีขาวกระดิก

"เอาล่ะทั้งสองขยับมานั่งตรงกลางพิธีขอขมาผู้เปิดสายเลือดเสร็จแล้วต่อไปจะเป็นการปลดผนึกของจริง" ย่าอิงอรโปรยกลีบดอกไม้เป็นวงกลมสองวง ขนาดพอที่จะให้หลานสาวทั้งสองเข้าไปอยู่ตรงกลางได้ เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปก็นั่งคุกเข่ายกมือพนมขึ้นมากลางอก

"ใช้เวลาไม่นานขอแค่อดทน" ท่านวิชาญเอ่ยปากพูดออกมาเสียงกังวาล ไม่กี่วินาทีต่อมาท่านก็สวดคาถาบางอย่างที่สองพี่น้องไม่เคยได้ยินมาก่อน เสียงนั้นดังก้องขึ้นเรื่อยๆ สำหรับแอนลิน่าแค่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่สำหรับอมันด้านั้นค่อนข้างหนักหน่วงอย่างบอกไม่ถูก

อมันด้าเริ่มหายใจติดขัดในใจรู้สึกทรมานเป็นอย่างมาก เหงื่อไหลออกมาเต็มหน้าเต็มตัวทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกว่าบ้านพิธีหลังนี้เย็นสบายอยู่เลย

เสียงสวดยังคงดังก้องอยู่ในหู ตาของอมันด้าเริ่มพร่าเบลอ ภาพที่เห็นจากสายตาเป็นซ้อนทับไปมาจนต้องสะบัดหน้าไล่ความมึนนั้นออกไป ภาวนาว่าขอให้บทสวดนั้นจบลงโดยเร็วทีเถอะ แต่เหมือนคำภาวนาจะไม่ได้ผล ท่านวิชาญกระแทกเสียงทุกคำลงท้ายของคาถา หัวใจของเธอเต้นถี่รัวหายใจหอบสะท้าน

ตึง!

ทันทีสิ้นคาถาคำสุดท้ายร่างของอมันด้าก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น หมดสติไปในทันทีท่ามกลางความตกใจของทุกคน แอนลิน่าไม่สนใจอะไรพุ่งตัวเข้าไปหาน้องสาวแล้วเขย่าเรียกแรงๆ

"อัม!!!"

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...