โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนรุ่นใหม่เลือก ‘แมว’ มากกว่า เพราะเงียบ กินน้อย ดูแลง่าย คุยกับ Royal Canin ถึงอินไซต์ตลาดอาหารน้องหมาน้องแมว

TODAY Bizview

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 18.37 น. • workpointTODAY

เมื่อโลกผลัดเปลี่ยนจากยุคอยากมีลูกสู่ยุคอยากมีลูก (หมา) ลูก (แมว) ทำให้สถานการณ์ตลาดอาหารน้องหมาน้องแมวเปลี่ยนแปลงไปด้วย TODAY Bizview คุยกับนายสัตวแพทย์จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) ถึงสถานการณ์ตลาดอาหารหมาแมวในประเทศไทย

[ โควิด-19 คนไทยรับเลี้ยงหมาแมวเกลี้ยงฟาร์ม-ศูนย์ ]

นายสัตวแพทย์จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) อธิบายสถานการณ์ตลาดอาหารน้องหมาน้องแมวว่า ปัจจุบันตลาดมีมูลค่าราว 34,000 ล้านบาท โดยปกติแล้วธรรมชาติของตลาดอาหารสุนัขและแมวจะเติบโตแบบบวก 1-2% จาก GDP อาทิ ถ้า GDP เติบโต 3% ตลาดอาหารน้องหมาแมวจะเติบโต 4-5%

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงโควิด-19 เป็นช่วงเวลาที่คนถูกบังคับให้อยู่บ้าน ทำให้ความต้องการเลี้ยงน้องหมาแมวพุ่งขึ้น สะท้อนจากฟาร์มและศูนย์รับอุปการะที่น้องหมาแมวถูกรับเลี้ยงจนหมดเกลี้ยงหลายแห่ง

ทำให้ตลาดอาหารหมาแมวที่เติบโตสอดคล้องกับปริมาณหมาแมวเองก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดทะลุ 10% ในเวลานั้น และมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น

แค่แบรนด์โลคอลก็มีมากกว่า 30-40 แบรนด์แล้ว การแข่งขันในการทำตลาดก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้พรีเซนเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือการตลาดรูปแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แต่พอจบวิกฤตโควิด-19 การเติบโตตลาดอาหารหมาแมวก็เริ่มกลับมาเป็นปกติในอัตราใกล้เคียงกับก่อนเกิดโควิด-19

[ คนยุคนี้เลือกเลี้ยง ‘แมว’ มากกว่า ‘หมา’ เพราะดูแลง่าย-กินน้อยกว่า ]

โดยในช่วงโควิด-19 จนถึงตอนนี้ ’น้องแมว‘ ได้รับความนิยมรับเลี้ยงใหม่มากกว่าน้องหมา เพราะคนส่วนใหญ่มองว่าเลี้ยงง่ายกว่า เนื่องจากกินน้อย ไม่เสียงดัง สามารถเลี้ยงในคอนโดมิเนียมได้ และใช้เวลาดูแลน้อยกว่าน้องหมาที่ต้องพาออกจากบ้านไปเดินเล่น ทำกิจกรรม น้องแมวจึงแมทช์กับชีวิตคนเมืองวัยทำงานที่มีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงน้อย

ประกอบกับเทรนด์ ‘ทาสแมว’ ที่ได้รับความนิยมในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้แม้ในประเทศไทยจะมีจำนวนหมามากกว่าแมว (น้องหมา 14 ล้านตัว น้องแมว 7 ล้านตังว) แต่มีการสันนิษฐานว่า จำนวนแมวที่มีเจ้าของน่าจะเยอะกว่าหมาที่มีเจ้าของ จนทำให้จำนวนแมวที่กินอาหารสำเร็จรูปมากกว่าหมาไปด้วย

Royal Canin คาดว่าจำนวนน้องแมวที่กินอาหารสำเร็จรูปมีสัดส่วน 30% ของจำนวนประชากรน้องแมวทั้งหมด ในขณะที่สัดส่วนน้องหมาที่กินอาหารสำเร็จรูปมี 15-17% ของจำนวนน้องหมาทั้งหมด

[ น้องแมวกินแบบไหนกินแบบนั้น ส่วนน้องหมาชอบเปลี่ยน ]

อีกประเด็นนอกจากจำนวนที่ทำให้มีผู้เล่นลงมาเล่นในตลาดผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแมวมากขึ้น คือ น้องแมวมักจะกินอาหารแบบไหนก็กินแบบนั้นตลอด หรือมี loyalty ต่ออาหารสูง ไม่ค่อยเปลี่ยนแบรนด์หรือสูตรอาหารที่กิน แตกต่างจากน้องหมาที่เปลี่ยนอาหารค่อนข้างไว

ทำให้ผู้ผลิตในตลาดอาหารแมวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอาหารแมวแบบซองหรือแบบเปียกที่ประเทศไทยมีโรงงานที่พร้อมผลิตจำนวนมาก สามารถปรับจากโรงงานผลิตอาหารจำนวนปลาของมนุษย์ได้ทันที และมีมาร์จินที่ดีกว่าอาหารคนด้วย

[ Royal Canin ปรับพอร์ต เพิ่มอาหารแมว เจาะเฉพาะสายพันธุ์ ]

ผู้บริหารเล่าว่า ในส่วนของ Royal Canin เองก็ปรับพอร์ตให้มีสัดส่วนอาหารน้องแมวมากกว่าน้องหมาในสัดส่วน 60:40 และยังมีแผนจะออกอาหารน้องแมวเน้นเฉพาะสายพันธุ์อย่างเบงกอล แรคดอล และสฟริงซ์เพิ่มด้วยในปีนี้

โดยคุณหมออธิบายว่า แมวแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความแตกต่างทั้งโภชนาการและวิธีการกินอาหาร อย่างเช่นแมวเปอร์เซียก็จะเหมาะกับอาหารเม็ดที่ไม่กลมเกินไป เพราะจะตวัดเข้าปากได้ไม่ถนัด ทำให้น้องแมวกินได้น้อยและรับสารอาหารน้อยกว่าที่ควรจะได้รับ

[ ลุยตลาดหมาแมวแก่ รอรับสังคมสูงวัยสัตว์เลี้ยง ]

ปกติแล้วตลาดอาหารหมาแมวส่วนใหญ่จะเน้นช่วงวัย 7-12 ปีที่เป็นช่วงวัยโตเต็มวัยเป็นหลัก โดยเฉพาะในตลาดอาหารหมาแมวระดับเมนสตรีมที่จะเน้นช่วงวัยนี้เป็นหลัก

ส่วนช่วงวัยที่ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตรองลงมา คือ วัย 1-7 ปีของหมาแมวเด็ก โดย Royal Canin เองก็มีผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะสำหรับหมาแมวเด็กเช่นกัน

แต่อีกกลุ่มที่ Royal Canin เล็งเห็น คือ กลุ่มหมาแมวแก่ เพราะน้องหมาแมวที่ถูกรับเลี้ยงในช่วงโควิด-19 จะกลายเป็นหมาแมวแก่ในอีกไม่เกิน 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งหมาแมวกลุ่มนี้ต่างก็ต้องการอาหารและโภชนาการเฉพาะตัว จึงเลือกลุยอาหารหมาแมวสูงวัยเพิ่มขึ้นในอนาคต

[ ตลาดอาหารหมาแมวไทยยังเหลือพื้นที่โตอีกมาก ]

นสพ.จดล ประเมินว่า ตลาดอาหารน้องหมาน้องแมวไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะปริมาณน้องหมาแมวที่เปลี่ยนมากินอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง จำนวนประชากรสัตว์เลี้ยง และปริมาณการใช้จ่ายต่อปี โดยถ้าเทียบกับตลาดอเมริกาและยุโรปที่เติบโตเกือบจะเต็มศักยภาพแล้ว หรือตลาดจีนและอินโดนีเซียที่มีฐานน้อยมาก ตลาดไทยถือว่ามีโอกาสที่น่าสนใจ โดย Royal Canin มียอดขายเติบโตกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา และปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...